วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

น้ำพริกมะขามอ่อนผัด







เครื่องปรุง

1.มะขามสด (ล้างแช่น้ำไว้-ขูดเปลือก-ผ่าสองซีก-แกะเมล็ดออก-ล้างน้ำ-โขลกละเอียด) 15 ฝัก
2.หมูสับ 1/2 ถ้วย
3.กุ้งแห้งป่น 1/4 ถ้วย
4.กระเทียมไทย 10 กลีบ
5.พริกขี้หนู(เด็ดก้าน) 10-12 เม็ด
6.น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
7.น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. มะขามสด – แช่น้ำล้าง ขูดเปลือกออก ผ่าครึ่งแกะเม็ด โขลกจนละเอียด (ระหว่างโขลกใส่เกลือเล็กน้อยกันดำ)
2. ครกใส่กระเทียม พริกขี้หนู 4-5 เม็ด โขลกพอละเอียดใส่มะขามที่โขลกไว้ หมูสับ กุ้งแห้งป่น เคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสน้ำตาลปีบและน้ำปลา ชิมรสออกเปรี้ยว เค็ม หวาน พอเหมาะกัน พริกขี้หนู เคล้าให้เข้ากัน
3. กะทะใส่น้ำมัน ตั้งไฟกลางใส่มะขามที่โขลกรวมเครื่อง ผัดจะสุกเริ่มแห้ง ตักใส่ภาชนะเสริฟ เครื่องเคียง – มะเขือ แตงกวา ขิงสด ขมิ้นขาว ไข่เค็ม เนื้อเค็มทอด หมูหวาน เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

ข้าวต้มซี่โครงหมู




ส่วนผสม

ซี่โครงหมูหั่นชิ้น 400 กรัม
 รากผักชี 3 ราก
กระเทียมไทย 5 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปหมูปรุงรส 1 ถ้วยตวง
ข้าวสวย 1 ถ้วยตวง
กระเทียมเจียว 1 ช้อนชา
ขึ้นฉ่ายซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ตังฉ่าย 1 ช้อนชา
พริกไทยป่นเล็กน้อย
 

วิธีทำ
1. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้ละเอียด
2. ใส่น้ำมันพืชในกระทะพอร้อน ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยที่โขลกไว้ ผัดพอหอม ใส่ซี่โครงหมูลงผัดจนเนื้อหมูมีสีเหลือง
3. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันเติมน้ำเปล่า เคี่ยวต่อด้วยไฟกลางจนซี่โครงหมูนุ่ม


วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

ชานมสดผสมน้ำผึ้ง







ส่วนผสม

น้ำชาดำ 1/2 ถ้วยตวง
นมข้นหวาน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 1 1/2 ออนซ์
นมสด 2 ออนซ์
น้ำแข็งก้อน

 น้ำผึ้ง
 

วิธีทำ
1. ผสมน้ำชาดำ นมข้นหวาน น้ำผึ้งและนมสดคนให้เข้ากัน
2. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทส่วนผสมน้ำชา บีบตกแต่งด้วยะน้ำผึ้ง

กุ้งนึ่งนมสด





ส่วนผสม

กุ้งแม่น้ำ 3-5 ตัว
ไข่ไก่ 1 ฟอง
 นมสด 1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
 

วิธีทำ
1. ล้างกุ้งให้สะอาด ผ่าหลังกุ้งทั้งเปลือกจากหัวถึงหาง และแบะหลังออก เรียงกุ้งลงในภาชนะ
2. ผสมนมสด ไข่ไก่ เกลือป่น และพริกไทยป่นเข้าด้วยกัน ราดในจานกุ้ง แล้วนำไปนึ่งในน้ำเดือดไฟปานกลางประมาณ 10 นาที หรือจนสุกยกลง
3. โรยด้วยต้นหอมซอย จัดเสิร์ฟร้อน ๆ


วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

แกงเนื้อมะเขือพวง

 



เนื้อวัวติดมัน หั่นพอคำ
หางกะทิ
น้ำพริกแกงที่โขลก
เกลือ
น้ำปลา
น้ำตาลปี๊บ
มะเขือพวง
ใบมะกูดฉีก
ใบกะเพราเด็ดใบ
พริกชี้ฟ้าเขียวแดง

วิธีทำ
เคี่ยวเนื้อกับหางกระทิ ด้วยไฟอ่อนนาน30นาที จนเนื้อสุกนุ่ม ใส่พริกแกงที่โขลกลงผัดให้หอม ใส่หางกะทิที่เหลือ เคี่ยวกับหางกะทิ คนให้ทั่ว ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา และน้ำตาล ชิมรสให้ออกเค็มนำ ใส่มะเขือพวง พอสุกใส่หัวกะทิที่เหลือ ใบมะกุด ใบกะเพรา และพริกชี้ฟ้า พอเดือดอีกครั้งปิดไฟทันที
ตักใส่จาน หรือ ตักราดข้าว เสิรฟ

เครื่องแกง
พริกแห้งใหญ่แช่น้ำให้นิ่ม
พริกขี้หนูแห้ง
เกลือ
ขมิ้นสด
พริกไทยดำเม็ด
ข่าแก่หั่นละเอียด
ตะไคร้ซอย
ผิวมะกูดหั่น
หอมแดงหั่น
กระเที่ยม
กะปิ

แกงคั่วมะระปลาดุก

 




ปลาดุกหั่นแว่น
หางกะทิ
น้ำพริกแกงที่โขลก
น้ำปลา
เกลือ
น้ำตาลปี๊บ
มะระจีนหั่นบาง
ใบมะกรูดฉีก
กระชายซอย
โหระพาเด็ดใบ
พริกชี้ฟ้าแดงและเขียว
หัวกระทิคั้นข้นๆ

วิธีทำ
ล้างปลาดุกด้วยเกลือให้สะอาด ล้างจนหมดเมือก พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ
ตั้งหม้อหางกะทิบนไฟกลาง ใส่น้ำพริกแกงที่โขลก หมั่นคนจนเดือดเพื่อไม่ให้กะทิแตกมันใส่ปลาดุก ปิดฝา เคี่ยวให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ และ น้ำตาล ใส่มะระ เคี่ยวพอสุก ชิมรสให้กลมกล่อม ใส่ใบมะกรูดฉีก กระชาย ใบโหระพา และ พริกชี้ฟ้า ใส่หัวกระทิ อีกครั้ง พอเดือด อีกครั้งปิดไฟทันที ตักเสริฟ


เครื่องแกง
พริกแห้งใหญ่แช่น้ำให้นิ่ม
พริกขี้หนูแห้ง
เกลือ
รากผักชี
พริกไทยขาวเม็ด
ข่าแก่หั่นละเอียด
ตะไคร้ซอย
ผิวมะกูดหั่น
กระเที่ยม
กะปิ

แกงเผ็ดลูกชิ้นปลากรายใส่ฟัก



หางกะทิ
หัวกะทิ
น้ำพริกแกง
ฟักเขียวปวกเปลือกหั่นชิ้น
เกลือ
น้ำปลา
น้ำตาลปี๊บ
ใบมะกรูด
พริกชี้ฟ้าแดงและเขียว
โหระพาเด็ดใบ

ลูกชิ้นปลากราย
เนื้อปลากราย 500 กรัม
น้ำเย็นจัด 6 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ชช
ไข่ขาวของไข่ไก่ 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
ทำลูกชิ้นปลากรายนำเนื้อปลากราย ใส่เครื่องตี ตีนาน 10 นาที จนเนียนเด้ง ใส่น้ำเย็นจัดๆ ตีให้เข้ากันใส่เกลือ และไข่ขาว ตีให้เข้ากันจนเหนียวอีก 15 นาที

ตั้งกระทะบนไฟกลางพอร้อน ใส่หัวกะทิ เคี่ยวให้เดือด ใส่พริกแกงที่โขลกลงผัดพอหอม ใส่หางกะทิที่เหลือ ตักลูกชิ้น ที่ต้มพร้อมกับ น้ำกะทิ คนให้ทั่ว เคี่ยวให้เดือด ใส่ฟัก ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา และน้ำตาล พอเดือด และฟักสุก ชิมรสให้กลมกล่อม ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และใบโหระพา ราดด้วยกะทิที่เหลือ พอเดือดอีกครั้ง ปิดไฟทันที เพื่อไม่ให้แตกมัน ตักราดข้าวสวย เสิรฟ


เครื่องแกง
พริกแห้งใหญ่แช่น้ำให้นิ่ม
พริกขี้หนูแห้ง
เกลือ
กระชายขูดเปลือกแล้าหั่น
ข่าแก่หั่นละเอียด
ตะไคร้ซอย
ผิวมะกูดหั่น
กระเที่ยม
กะปิ

แกงมัสมั่นไก่




สะโพกไก่ติดน่อง
มันฝรั่งหั่นใหญ่
น้ำมันพืช
น้ำพริกแกงที่โขลก
หัวกะทิ
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา
น้ำมะขามเปียก
เกลือ
ถั่วลิสงคั่ว
หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นสี่เหลี่ยม
ลูกกระวานคั่ว
ใบกระวาน
พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นแฉลบ
ผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
ล้างสะโพกไก่ ตัดสะโพกและน่องออกจากกัน ไปต้มกับหางกะทิ จนสุกพักใว้
นำเครื่องแกงผัดให้หอม ใส่หัวกระทิ เคี่ยวให้เดือดและแตกมัน ตักใส่หม้อไก่ที่เคี่ยวกับหางกะทิ ตามด้วยหางกะทิและหัวกะทิ ที่เหลือ ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียก และเกลือ ชิมรสให้ออกสามรสกลมกล่อม ใส่ถั่วลิสงคั่ว หอมหัวใหญ่ ลูกกระวาน และใบกระวาน เคี่ยวต่อพอหอมหัวใหย่สุก ปิดไฟ
ตักใส่ถ้าย ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้า ใบผักชี เสิรฟ


เครื่องแกง
พริกแห้งใหญ่แช่น้ำให้นิ่ม
พริกขี้หนูแห้ง
เกลือ
ข่าแก่หั่นละเอียด
ตะไคร้ซอย
ผิวมะกูดหั่น
รากผักชี
พริกไทยเม็ด
กระเที่ยม
กะปิ
ลูกผักชีคั่ว
ยี่ร่าคั่วป่น
ลุกกะวานขาวแกะเม็ดในออก
กานพลู

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

ขนมไข่นกกระทา

 
  

 ส่วนผสม

มันเทศหรือเผือกนึ่งสุกบดละเอียด 3/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายเม็ดเล็ก 1/4 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
แป้งสาลี 1/4 ถ้วยตวง
น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. ผสมแป้งมันสำปะหลังและแป้งสาลีเข้าด้วยกันในภาชนะ
2. ใส่มันเทศต้มสุก นวดให้เข้ากันและเนื้อเนียนเข้ากับแป้งเป็นเนื้อเดียวกันประมาณ 20 นาที
3. ใส่น้ำตาลทรายเม็ดเล็กและเกลือป่น นวดให้เป็นเนื้อเีดียวกันประมาณ 10 นาที พักแป้งไว้ประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง
4. ปั้นเป็นก้อนกลมรี ๆ คล้ายไข่นกกระทา
5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชตั้งไฟให้ร้อน นำขนมที่ปั้นแล้วลงทอด ใช้ทัพพีโปร่งกดเบา ๆ ให้ทั่วจนกระทั่งขนมสุกเหลือง จึงตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

แกงเผ็ดไก่มะเขือยาว

เครื่องปรุง

ไก่สด
มะเขือยาว
พริกแกงเผ็ด
มะพร้าวขูด
น้ำตาลปีบ
พริกชี้ฟ้าสด
ใบโหระพา
ใบมะกรูด
น้ำปลา
 






 
 
วิธีเตรียม
1. ไก่ล้างน้ำ สับเป็นชิ้นพองาม
2. มะเขือยาวล้างน้ำ ตัดขั้ว ผ่า 4 หั่นเป็นท่อนๆละ 1 นิ้ว แช่น้ำไว้เพื่อไม่ให้ดำ
3. มะพร้าวขูดคั้นกะทิ แยกหัวและหางไว้ต่างหาก
4. พริกชี้ฟ้าสดล้างน้ำ เด็ดขั้ว หั่นแฉลบ
5. ใบโหระพาล้างน้ำ เด็ดเป็นใบ ๆ
6. ใบมะกรูดล้างน้ำ เด็ดก้านกลาง ฉีกเป็นชิ้น ๆ

วิธีทำ
1. ไก่นำมาเคี่ยวกับหางกะทิ
2. เคี่ยวหัวกะทิให้แตกมัน ใส่น้ำพริกลงผัดให้หอม ตักใส่หม้อไก่เคี่ยวไปสักครู่
3. พอไก่เปื่อยจึงใส่มะเขือยาว ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา พอเดือดมะเขือสุก ใส่พริกชี้ฟ้าสด ใบโหระพา ใบมะกรูด ยกลง

อาหารเช้าไข่คนสองสหาย




 

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 1 ฟอง
เนยสดชนิดเค็ม 3 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1/8 ช้อนชา
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง

 ส่วนผสมไข่ดาวน้ำ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
ผักสลัด
ซอสมะเขือเทศ
พริกไทยป่น

วิธีทำ
1. ทำไข่คนโดยผสมไข่ไก่ เนยสด เกลือป่น และพริกไทยป่นคนพอเข้ากันแล้วจึงตั้งกระทะก้นแบน ใส่น้ำเปล่าพอเดือดเทไข่ใส่และค่อย ๆ ตะล่อมให้ไข่ด้านบนค่อย ๆ ไหลม้วนลงมาเป็นก้อนเดียวกันและสุก แล้วจึงตักขึ้นมาด้วยทัพพีโปร่งใส่จานเตรียมไว้
2. ทำไข่ดาวน้ำโดยใส่น้ำเปล่าและน้ำส้มสายชูในกระทะ ตั้งไฟให้เดือด แล้วจึงลดไฟลง หยอดไข่ใส่ลงไปเบา ๆ ปิดฝาพอไข่สุกใช้ทัพพีโปร่ง ตักขึ้นมาให้สะเด็ดน้ำ
3. นำไข่คนและไข่ดาวน้ำใส่จานผักสลัด โรยด้วยพริกไทยป่น เสิร์ฟคู่กับซอสมะเขือเทศ

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

เนื้อไก่ผัดถั่วลันเตา

วัตถุดิบและสัดส่วน
1. ฝักถั่วลันเตาอ่อน
2. เนื้อไก่
3. กระเทียมสับ
4. พริกขี้หนูสับ
5. น้ำมันหอย
6. น้ำตาลทราย
7. ซอสปรุงรส
8. น้ำมันพืช
รูปภาพ
ขั้นตอนการปรุง
 
1. ใส่น้ำมันในกระทะเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อนนำกระเทียมสับลงไปผัดน้ำมันให้หอม และเป็นสีเหลืองทอง
2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัด ตามด้วยถั่วลันเตา
3. ใส่ซอสปรุงรส น้ำมันหอยน้ำตาลทราย และพริกสับลงไป ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน ตักใส่จาน กินเป็นกับข้าวได้เลยค่ะ
เคล็ดลับ:
ถั่วฮอลแลนด์...ถั่วลันเตา

ชื่อของถั่วลันเตามาจากภาษาจีนที่ว่า ห่อหลั่นเตา ห่อหลั่น หมายถึง ฮอลแลนด์ ส่วน เตา แปลว่า ถั่วในภาษาจีน เพราะฉะนั้นห่อหลั่นเตาก็คือถั่วจากฮอลแลนด์ พอคนไทยเอามาเรียกก็เลยกลายเป็นถั่วลันเตา
ฝักถั่วลันเตาอ่อนสามารถนำมากินได้ทั้งฝัก ส่วนฝักแก่ก็แกะเอาแต่เมล็ดมากินได้เช่นกัน ฝักถั่วลันเตานั้นมีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามิน เกลือแร่ และยังให้โปรตีนมากกว่าผักทั่วไป อีกทั้งมีเบตาแคโรทีนสูง เมื่อนำมาผัดกับน้ำมัน จะช่วยให้ร่างกายนำเบตาแคโรทีนมาใช้ได้ เพราะเบตาแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งละลายได้ในน้ำมัน และที่สำคัญในฝักถั่วลันเตายังมีกากใยสูง ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

ไข่ตุ๋นต้มยำทะเลเดือด

ไข่ตุ๋นต้มยำทะเลเดือด
เบื่อกันไหมครับ กับไข่ตุ๋น แบบเดิม ๆ วันนี้ KCF หาเมนูไข่ ซึ่งใช้ไข่ไก่ และไข่เป็ดเป็นส่วนประกอบหลัก มาให้อีก 1 เมนูเหมาะกับคนที่เบื่อความซ้ำซากจำเจ มาชิมเมนูอะไร ที่แปลกใหม่กันดูบ้าง ซึ่งก็เหมือนเดิม วิธีทำแสนง่ายมาดูวิธีการทำกันเลยนะครับ ^^


ไข่ตุ๋นต้มยำทะเลเดือด


ส่วนผสม
  1. ไข่ไก่ หรือไข่เป็ด KCF 4 ฟอง
  2. น้ำเปล่า หรือน้ำซุบ 300 กรัม
  3. นมข้นจืด 100 กรัม
  4. ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม 70 ซีซี
  5. ข่าหั่นแว่น 5 แว่น
  6. ตะไคร้หั่นแฉลบ 3 ต้น
  7. ใบมะกรูด 3 ใบ
  8. หอมแดงหั่นเป็นแว่น 3 หัว
  9. กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลังลวกสุก 50 กรัม
  10. ปลาหมึกหั่นเป็นแว่นลวกสุก 50 กรัม
  11. หอยนางรมลวกสุก 50 กรัม
  12. พริกขี้หนูซอย 10 เม็ด
  13. ผักชี สำหรับโรยหน้า
  14. มะนาว
วิธีปรุง
  1. ตอกไข่ไก่ หรือไข่เป็ดใส่ถ้วยตีให้ไข่ให้แตก ใส่น้ำหรือน้ำซุบ นมข้นจืดและซีอิ๊วขาวเห็ดหอม คนผสมให้เข้ากัน ใช้กระชอนกรอง
  2. ตักส่วนผสมไข่ใส่ลงในภาชนะสำหรับนึ่ง เติมข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและหอมแดง นำไปนึ่ง นานประมาณ 30 นาที ใช้ไฟปานกลาง
  3. วางกุ้ง ปลาหมึกและหอยนางรม นึ่งต่ออีก 1 นาที จึงยกลง แต่งด้วยพริกขี้หนู ผักชี บีบมะนาว พร้อมรับประทาน

ไข่ดาวทรงเครื่อง

ไข่ดาวทรงเครื่อง
เมื่อพูดถึงไข่ดาว คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก และไม่เคยทาน เพราะเนื่องจากไข่ดาวเป็นอาหารยอดฮิต ที่จะต้องทานร่วมกันอาหารอย่างอื่น ไม่ว่าจะไปทานที่ร้าน หรือทำทานกันเองที่บ้าน ซึ่งวันนี้เราได้นำเมนูที่ดัดแปลงจากไข่ดาว ธรรมดา ๆ ให้เป็น ไข่ดางทรงเครื่อง ซึ่งพิเศษไปกว่าเดิม แต่วิธีทำไม่ได้ยากขึ้นเลย ซึ่งถือเป็นการนำไข่ไก่ และไข่เป็ดมาแปรรูปอีกที
ไข่ดา่วทรงเครื่อง
ส่วนผสม
  1. ไข่ไก่ หรือ ไข่เป็ด KCF 4 ฟอง
  2. พริกไทยเม็ด 9 เม็ด
  3. รากผักชีหั่น 2 ราก
  4. กระเทียมสับละเอียด 3 กลีบ
  5. เนื้อหูติดมันสับ 1/2 ถ้วย
  6. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำมันพืช 1 ถ้วย
  9. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำตาบปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  11. เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  12. หอมแดงเจียว 1/4 ถ้วย
  13. กระเทียมกลีบซอยเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
  14. พริกขี้หนูแห้งทอด 5 เม็ด
  15. ใบผักชีสำกรับตกแต่ง
วิธีปรุง
  1. โขลกพริกไทย รากผักชี และกระเทียม เข้าด้วยกันให้ละเอียด ตักใส่้ชาม ใส่เนื้อหมู ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เคล้าให้เข้ากันหมักไว้สักครู่้
  2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ๆ จนร้อนจัด ต่อยไข่ไก่ หรือไข่เป็ด ใส่ถ้วยทีละฟองแล้วค่อย ๆ ใส่กระทะลงทอดจนไข่ขาวสุกเหลืองกรอบ ตักพักใส่จานไว้
  3. ตักน้ำมันในกระทะที่ใช้ทอดไข่ออก ให้เหลือเพียง 3 ช้อนโต๊ะ ใส่เนื้อหมูสับที่หมักไว้ ลงยีในกระทะให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปีบ และเกลือ ผัดจนเข้ากัน ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มหวานกลมกล่อม ปิดไฟ และตักราดบนไข่ดาวแต่ละฟอง โรยหอมเจียว กระเทียมเจียว และพริกขี้หนูแห้งทอด ตกแต่งด้วยใบผักชี พร้อมเสิร์ฟได้ทันที

แกงเผ็ดไข่ต้ม

แกงเผ็ดไข่ต้ม
พูดถึงเมนูไข่ คงมีหลายเมนูที่ยังไม่มีคนรู้จัก แต่ก็มีความอร่อย อีกทั้งคุณค่าทางอาหารจากไข่ก็ยังคงอยู่ แถมยังทำให้เราไม่เบื่อ เมนูไข่ แบบเดิม ๆ ที่เราเคยทานกันอีกต่างหาก วันนี้ทาง KCF จึงนำ เมนูไข่ จานประหยัด แถมอร่อยอีกต่างหาก นั่นก็คือ แกงเผ็ดไข่ หรือ แกงเผ็ดไข่ต้ม ซึ่งสามารถใช้ ไข่ไก่หรือไข่เป็ดมาต้มเป็นไข่ไก่ต้ม หรือ ไข่เป็ดต้ม แต่หากต้องการจะประหยัดเวลาก็ ใช้ ไข่ไก่ต้มสุก KCF ก็จะสะวดกขึ้นอีกเยอะครับ

สิ่งที่ต้องเตรียม
  1. หัวกะทิ 1 ถ้วย
  2. กะทิ 2 ถ้วย
  3. น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ
  4. ไข่ต้มสุก KCF 6 ฟอง
  5. มะเขือเปราะ (ผ่าสี่) 4 ลูก
  6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
  8. ใบมะกรูด 3 ใบ
  9. โหระพา (เด็ดใบ) 1/2 ถ้วย
  10. พริกชี้ฟ้าสีเขียวและสีแดงหั่นแฉลบ 2 เม็ด
  11. ยอดโหระพา (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำ
  1. เคี่ยวหัวกะทิ 1/2 ถ้วยในกระทะด้วยไฟกลาง ๆ จนเดือดและหัวกะทิแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไป ผัดจนแตกมันและมีกลิ่นหอมเล็กน้อย แล้วตักใส่หม้อ ใส่กะทิ 2 ถ้วยลงไป คนพอทั่ว
  2. ยกหม้อแกงตั้งบนไฟกลาง ๆ เคี่ยวจนเดือด ใส่ไข่ต้ม เคี่ยวสักครู่ ใส่มะเขือเปราะ กะพอมะเขือสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ชิมรส และใส่หัวกะทิที่เหลือลงไป ฉีกใบมะกรูดใส่ ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้า
  3. ตักใส่ถ้วย ตกแต่งด้วยยอดใบโหระพา

ทอดมันไข่

ทอดมันไข่
“ทอดมัน” เมื่อพูดถึงทอดมันหลาย ๆ คนจะนึกถึง ทอดมันปลากราย ที่มีความเหนียวนุ่ม แต่ในบทความนี้เราจะขอแนะนำวิธีการทำ ทอดมันไข่ ซึ่งจะต้องใช้ไข่ไก่ หรือไข่เป็ด มาเป็นส่วนผสมที่สำคัญ ซึ่งหาได้ง่าย อีกทั้งวิธีทำก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดกันนะครับ ซึ่งส่วนผสมที่จะใช้ปรุงเป็นทอดมันไข่ มีดังต่อไปนี้
ทอดมันไข่
ส่วนผสมของตัวทอดมันไข่
  1. ไข่ไก่สด หรือไข่เป็ดสด KCF 2 ฟอง
  2. ถั่วฝักยาวซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  3. พริกขี้หนูสีแดงหั่นหยาบ 2 เม็ด
  4. กระชายซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. เนื้อหมูบด 1/4 ถ้วย
  7. น้ำมันหอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำปลา 1 ช้อนชา
  9. โหระพาเด็ดใบ 15 ใบ
  10. พริกชี้ฟ้าสีแดงหั่นเส้น 1 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
ส่วนผสมของน้ำจิ้ม
  1. น้ำจิ้มไก่ 1/4 ถ้วย
  2. ถั่วลิสงคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  3. แตงกวาหั่นชิ้นบาง 1 ลูก
  4. ผักชีเด็ดใบ 1 ต้น
วิธีปรุง
  1. ต่อยไข่ (ไข่ไก่, ไข่เป็ด) ใส่ถ้วย ใส่ถั่วฝักยาว น้ำพริกแกงเผ็ด พริกขี้หนู กระชาย ใบมะกรูด เนื้อหมูบด น้ำมันหอย น้ำปลา ใบโหระพา และพริกชี้ฟ้า คนให้เข้ากัน
  2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลาง ๆ จนร้อน เทไข่ใส่กระทะ ทอดให้เป็นแผ่นบาง ๆ ให้สุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้น สามเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยมให้พอดีคำ
  3. ทำน้ำจิ้มโดยใส่น้ำจิ้มไก่ลงในถ้วย ใส่ถั่วลิสงคั่ว แตงกวา และใบผักชี
  4. จัดทอดมันใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้ม

ก้อยกะปอม"

อาหารพื้นบ้านทางภาคอิสาน
กับเมนูที่มีชื่อว่า "ก้อยกะปอม"
ยังไม่มีประวัติที่แน่ชัดว่าถือกำเนิดขึ้นในสมัยใด
แต่เท่าที่จำความได้ รับประทานอาหารเป็นได้ลิ้มรสความอร่อย(แซ่บ)
ก็ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กๆแล้วครับ

นี่แหละคือวิถีชุมชน วิถีชนบทท้องถิ่นอิสาน
กับเมนูอิสานแซ่บๆๆ ที่คุณต้องลิ้มลอง
เตรียมอาวุธให้พร้อม
เตรียมกระสุนให้พอ
ทีมงานนักล่ากับอาวุธครบมือ
เจอเป้าหมาย

























วันว่างๆอากาศก็ร้อนไปใหนดีนะ


จัดการเลยลอกหนังออกแล้วก็ย่าง



ย่างเสร็จแล้วก็สับๆๆ




ขาดไม่ได้ของมันคู่กัน ไม่รู้ใครเป็นคนคิดมา




ปรุงด้วยเครื่องก้อยบ้านเฮานี้ละครับ



หอมมมมม



เสร็จแล้วก็ รีบๆเอามาเลยเพื่อน



สุดยอดของแซบอิสานบ้านเฮา แกล้มกับบักสองซาว คักหลายครับพี่น้อง

"งัวสะท้าน"


เอาเป็นว่า ขอเรียก "งัวสะท้าน" ก็แล้วกันนะครับ

ที่เรียกเป็นชื่อที่ฟังดูแล้ว รู้สึกว่าแปลกหูแบบนี้ ก็เนื่องจากว่า เป็นสูตรที่ทำแบบมั่วๆขึ้นมานั่นเองครับ

แต่พอทำเสร็จ ชิมรสดู ก็รู้สึกว่ารสชาด จัดจ้าน ร้อนแรง แซ่บเวอร์!!! (ก็ว่ากันไป)

เหมาะที่จะเป็นกับข้าว หรือกับแกล้มก็ดีครับ ถ้าจะให้แซ่บยิ่งขึ้น ควรรับประทานช่วงหิวจัด 555+++

( งัว เป็นภาษาอิสาน = วัว ในภาษากลาง )

วิธีทำ (แบบมั่วๆ)

1. โขลกพริกไทย หอมแห้ง กระเทียม พอประมาณ

2. ซอยหอมสด พริกสด สะระแหน่ หอมแห้ง มะนาว เตรียมไว้

3. หั่นเนื้องัว (วัว) ถ้าจะให้ดีต้องเป็นเนื้อลาย ขนาดพอเหมาะพอดี ปริมาณพองาม

4. นำเครื่องปรุงที่โขลกไว้ มาผัดให้เข้ากันในกะทะใบเก่า ด้วยไฟแรงพอประมาณ

5. ใส่เนื้อที่หั่นเตรียมไว้ลงไปผัดรวมกัน ปรุงรสตามต้องการ

6. ใส่ผักที่หั่นเตรียมไว้คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่พริกป่น พริกสด ข้าวคั่ว ลงไป

7. ชิมรสดู เสริ์ฟใส่จาน พร้อมรับประทาน

มาชมภาพประกอบกันครับ

















ก้อยงัวเมืองยโส

สืบเนื่องจากวันหยุดที่ผ่านมา มีโอกาศได้เฮ็ดกับข้าวกินเอง + ตั้งวงกับหมู่พวกนิดหน่อย
มื้อนี้ขอนำเสนอ ก้อยงัวครับ ที่เอิ้นก้อย..ย้อนว่าบ่ใส่เลือด ถ้าใส่เลือดจั่งเอิ้นลาบ
เนื้อวัวซื้ออยู่ตลาดแลงภายในซอยครับ แล่จากโครงสดๆกันเลย มีขายวันเว้นวัน  
มื่อนี้ซื้อมาครึ่งโลครับ 90 บาท ย้อนวากินกันแค่ 2 คน สาวๆพินกะบ่กินนำ



ได้มากะจัดการซอยบางๆ ขาดบ่ได้คือแนวแก้คาว สีได๋กะได้บ่เกี่ยง 555+



เอาซำนี้ล่ะครับ เดี๋ยวกินบ่เบิด 2 คนเอง
จัดการเอาดีแช่เลยครับ มักขมหลายกะใส่หลาย



ถ้าได้ดีสดแท้ๆแฮงสิแซบหลาย แต่มื่อนี้บ่มี ขอเอาดีขวดกะแล้วกัน แซบคือเก่า...วาซั่น


ส่วนที่เหลือกะแบ่งซอยจุแจ่วนำครับ แล้วกะแบ่งเฮ็ดลาบสุกนำ



ผักที่ใส่กะคือลาบทั่วไปนั่นละ หอม ผักซี ใบบักกรูด หอมเป



ส่วนที่จะเฮ็ดก้อย เมื่อแช่ดีจนได้ที่แล้ว (สังเกตุเนื้อจะเริ่มแข็งตัว) กะจัดการนำเครื่องปรุงลงไปเลยครับ
เครื่องปรุงที่ใช้กะเหมือนลาบทั่วไป พริก ข้าวคั่ว น้ำปลา ที่ขาดบ่ได้คือผงชูรส คนๆๆๆ ชิมเบิ่ง
ขาดหยังกะเติมเอา



หน้าตาออกมาประมาณนี้ล่ะครับ บ่งามปานได๋ บ่ได้จัดตกแต่ง


หันมาทางลาบสุก อั่นนี้จะเอาเครื่องในใส่นำ ซอยบางๆ หรือจะสับละเอียดกะได้
หลังจากนั้นเติมน้ำนิดหน่อย เอาไปรวนบนไฟอ่อนๆ จนเนื้อสุก (บ่ต้องสุกหลาย เดี๋ยวเนื้อจะเหนียว)
เมื่อได้แล้วเฮากะเอามาพักให้เย็น จัดการนำเครื่องปรุง+ผักลงไป แตกต่างจากแบบดิบแค่เปลี่ยนจากใส่ดี เป็นใส่บักนาวแทน (ลาบสุกทางบ้านนผมจะนิยมใส่บักนาว จะบ่นิยมใส่ดี จะใส่ดีแต่แบบดิบเท่านั้น)
เมื่อใส่ทุกอย่างลงไปแล้วกะคนๆๆๆ ชิมเบิ่ง ขาดหยังกะเติมเอา