วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

ลาบกุ้งฝอยแบบสุกๆ






ลาบกุ้งฝอยแบบสุกๆ
วัตถุดิบ:กุ้งฝอย 100 กรัม
พริกแห้งคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่วป่น 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย 5 หัว
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
มะนาว 2 ช้อนชา
สะระแหน่ 5 ต้น
ต้นหอม 1 ต้น

เครื่องปรุง:พริกแห้งคั่วป่น
ข้าวคั่วป่น
หอมแดงซอย
น้ำปลา
มะนาว
สะระแหน่
ต้นหอม

ขั้นตอนการทำ

1. นำกุ้งฝอยมาล้างให้สะอาดแล้วนำไปลวกในน้ำเดือด พอสุกตักออกพักไว้
2. เตรียมเครื่องปรุงสำหรับทำน้ำยำ พริกแห้งป่น ข้าวคั่ว หอมแดงซอย น้ำปลา น้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน
3. นำกุ้งที่ลวกแล้วลงคลุกเคล้ากับน้ำยำ
4.ปรุงรสตามใจชอบ เติมสะระแหน่และต้นหอม เป็นอันเสร็จคะ

เคล็ดลับ: ต้องใช้กุ้งสดๆ จะทำให้มีรสชาติอร่อย
พริกแห้งและข้่าวคั่ว ทำใหม่ๆๆจะหอมอร่อย

ลาบหมู _ย่าง_


ลาบหมู _ย่าง_

ส่วนผสม
•หมูสับ 350 กรัม
•ใบสะระแหน่หั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
•ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
•ต้นหอมซอย 3 ช้อนโต๊ะ
•หอมแดงหั่นบาง ½ ถ้วยตวง
•น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
•น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
•ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
•พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
•น้ำตาล ½ ช้อนชา
•ผักสดสำหรับแกล้ม เช่น กะหล่ำปลี, ถั่วฝักยาว

วิธีทำ

1. ต้มน้ำซุปไก่หรือน้ำเปล่าในหม้อใบเล็ก เมื่อน้ำเดือดได้ที่ให้ใส่หมูสับและต้มต่อไปอีก 2 นาที ระหว่างต้มให้ใช้ทัพพีเขี่ยให้หมูแยกออกจากกัน เมื่อหมูสุกดีแล้วจึงปิดไฟ และเทน้ำออก

2. นำหมูที่สุกแล้วไปใส่ในชามขนาดกลาง เติมหอมแดง, ต้นหอม, ผักชีฝรั่ง และใบสาระแหน่ ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว, น้ำปลา, ข้าวคั่ว, พริกป่นและน้ำตาล คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ชิมดูรสชาติตามใจชอบ ถ้าขาดเหลืออะไรให้ใส่เพิ่มเติมลงไป

3 แล้วนำไปห่อด้วยใบตอง ย่างไฟอ่อน ๆให้สุกทั่ว เสริ์ฟพร้อม ด้วยผักสด (กะหล่ำปลี, ถั่วฝักยาว )และ ข้าวเหนียวร้อนๆหรือข้าวสวย

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

แกงคั่วหอย...หรอยจังหู







แกงคั่วหอย..หรอยจังหู
สำหรับเมนูแรก "แกงคั่วหอย" ก่อนนะครับ

"หอยจุ๊บแจง" ส่วนใหญ่ จะมีมากแถวบริเวณป่าชายเลนครับ หอยนี้เปลือกหนา เป็นหอยฝาเดียว ชอบหากินบริเวณพื้นดินเลน และชอบอาศัย รากของต้นไม้ที่ขึ้นตามป่าชายเลน เช่นแสม
โกงกาง ลำพู และอื่นๆ เราสามารถจับหอยได้ด้วยมือปล่าว ช่วงเวลาน้ำขึ้น หอยจะอยู่ที่รากไม้ครับ จับง่ายๆ สบายมือ ได้หอยมาก็แช่น้ำทิ้งไว้ก่อน เพื่อให้หอย ได้คลายสิ่งปฎิกูลในตัวออกไปก่อน หอยจุ๊บแจง ตัวโตเต็มวัย เนื้อจะแน่น กรอบอร่อย เคี้ยวกรุบๆ
ทางใต้ นิยมนำมาแกงกะทิ น้ำแกงน้อยๆ ทานไปจุ๊บหอยไป สนุกมากครับ
เสียง จูจุ๊บ จูจุ๊บ ได้ยินบ่อยสมัยเป็นเด็ก และเมนูนี้ ก็ไม่ได้ทานตั้งนานแล้ว
ไปชม หอยจุ๊บแจง แกงคั่ว กันเลยครับ ส่วนปลายหอย จะมีฝาปิดนะครับ เป็นหอยฝาเดียว นำหอยมาตัดส่วนปลายทิ้งก่อน เพื่อให้ได้อรรถรสเวลาดูดหอย
ถ้าไม่ตัด ดูดไม่ออกครับ ใช้ใบชะพลูเพื่อให้แกงหอม
เอากะทิตั้งไฟ ใส่พริกแกงเผ็ด ของเก่าตะโกฟรีสเก็บไว้
ตั้งเพลินไปหน่อย เพราะดันไปสับหอย
กะทิเลยงวดลง เกือบแตกมัน
ใส่หอยลงไปเมื่อพริกแกงเริ่มหอม
ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บนิดเดียวเพื่อ ตัดรส
หยอดน้ำมะขามเปียกหน่อยนึง
ก่อนใส่ ใบชะพลู แล้วตักขึ้น

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

ครีมบัตเตอร์




ครีมบัตเตอร์

ได้ปรับสูตรครีมบัตเตอร์ที่​เคยทำมาตลอดแต่..ละลายง่าย
พอเพิ่มปริมาณชอตเทนนิ่ง และลดปริมาณนมข้นจืดลง ก็ทำให้ได้ครีมที่อยู่ตัวแต​่ยังคงความหวานมันหอมอร่อยอ​ยู่ค่ะ

ส่วนผสม
เนยสดจืด 220 กรัม
ชอตเทนนิ่ง 80 กรัม
วิปปิ้งครีม 45 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 160 กรัม(ร่อน)
นมข้นจืด 100 กรัม
เกลือ 1/2 ชช
กลิ่นหอมวานิลา 1 1/2 ชช
กลิ่มหอมนมเนย 1 ชช

วิธีทำ
1.ตีเนยสด เนยขาว วิปปิ้งครีม น้ำตาลไอซิ่ง ด้วยหัวพาย ความเร็วกลาง 15 นาที (หยุดปาดให้เข้ากันเป็นระยะ
2.เติมนมจืด เกลือ น้ำหอมวานิลา น้ำหอมนมเนย ตีด้วยความเร็วสูงต่ออีกประ​มาณ 10 นาที หรือจนกระทั่งเนียน

ยำวุ้นเส้น











ยำวุ้นเส้น(ยี่ห้อท่าเรือ)
เพิ่งเคยได้นำวุ้นเส้นยี่ห้​อนี้มายำ พบว่าเส้นเหนียวนุ่มอร่อยมา​ก ยำโดยตำพริกชี้ฟ้าแดงให้สีส​วยๆ ทิ้งไว้นานก็ยังอร่อยค่ะ


ส่วนผสม
วุ้นเส้นท่าเรือ 2 ห่อ
หนวดปลาหมึก 2 ตัว กุ้ง 10 ตัว หมูสับ 1/2 กก
ต้นคื่นช่าย ต้นหอม กระเทียมดอง1 หัว หอมแดง 10 กลีบ
กระเทียม 1 หัว พริกชี้ฟ้า 4 เม็ด พรกขี้หนู 1 เม็ด
น้ำมะนาว 6 ชต น้ำปลาดี 11 ชต น้ำตาลปิ๊ป 1 1/2 ชต น้ำกระเทียมดอง 6 ชต

วิธีทำ
1.แช่วุ้นเส้นให้นุ่ม ตัดเป็นท่อนสั้นๆ
2.ลวกปลาหมึกพักไว้ สับกุ้งและหมูสับผสมให้เข้า​กัน รวนด้วยน้ำลวกกุ้งพอหมูสุกน​ุ่มพักไว้ ลวกวุ้นเส้นพักไว้
3.หั่นต้นคื่นช่าย ต้นหอม กระเทียมดอง ให้ละเอียด หอมแดงหั่นตามยาวพักไว้
4.ตำพริกขชี้ฟ้าเฉพาะเนื้อพ​ริกไม่เอาเปลือกนอก กับพริกขี้หนู กระเทียม ให้ละเอียด ปรุงรสด้วยส่วนผสม น้ำมะนาว น้ำปลาดี น้ำตาลปิ๊ป น้ำกระเทียมดอง กระเทียมดองสับ ชิมให้ได้รสที่ชอบ คนให้เข้ากัน
5.นำวุ้นเส้น หมูสับ ปลาหมึก คลุกเคล้ากับน้ำยำ จนเข้ากันใส่ต้นคื่นช่าย ต้นหอม ค่ะ

กุ้งอบเกลือ





กุ้งอบเกลือ
วิธีทำได้จากเน็ตค่ะ เลือกวิธีที่มีส่วนผสมน้อยที่สุดมาลองทำดู
ส่วนผสม
1.กุ้งทะเลขนาดกลาง 400 กรัม
2.เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำซุป 1/2ถ้วย

วิธีทำ
1. ผสมน้ำซุปกับเกลือ ตั้งไปจนเดือด
2. ใส่กุ้งที่ล้างและตัดหนวดออกแล้วลงไป ปิดฝาประมาณ 3 นาที
3. พอกุ้งด้านล่างเริ่มเปลี่ยนสี พลิกกุ้งด้านบนให้จมน้ำ ปิดผาต่อ อีก 4-5 นาที เขย่าหม้อขณะต้ม
4.เทกุ้งออกให้สะเด็ดน้ำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดค่ะ

น้ำจิ้มซีฟู๊ด :
พริกขี้หนู กระเทียม รากผักชี สับหยาบ
ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา(1:1) และ น้ำตาลมะพร้าวพอออกรสหวาน
ใบผักชีหั่นฝอย
นำทุกอย่างผสมกัน

น้ำพริกระกำ









น้ำพริกระกำ
ส่วนผสมก็ลอกคุณทนายอ้วนมาค่ะ

กระเทียม

พริกขี้หนู

พริกชี้ฟ้าหลายสี>>>แต่ของเรามีสีเดียวคือสีเหลือง

กุ้งแห้งป่น

กะปิ

น้ำตาลทราย นิดหน่อย ( ไม่มีในรูป )

น้ำมะนาวอีกนิดหน่อย ( ต้องการรสเปรี้ยวจัดจ้านขึ้นนิด รสเปรี้ยวระกำอย่างเดียวมันเปรี้ยวนวลเกินไป ไม่มีในรูปอีกเช่นกัน )
ขั้นแรกตำกระปิกับกระเทียมให้เข้ากัน ให้ได้กลิ่นกะปิกับกระเทียมให้เท่าๆกัน คุณทนายอ้วนบอกว่าต้องตำไปดมไป เราก็ตำไปดมไป จากในรูปข้างบนและรูปนี้ พอตำไปๆ ดมไปๆ ก็ใส่กระเทียมเพิ่มลงไปอีกเท่านึงค่ะ
หลังจากตำเนียนพอแล้วก็เอาพริกชี้ฟ้าใส่ลงไปค่ะ พริกชี้ฟ้าจะช่วยเรื่องสีของน้ำพริก แล้วโขลกให้ละเอียดเลยค่ะ
แล้วตามด้วยใส่พริกขี้หนูลงไป เราชอบเผ็ด แซ่บๆ ก็ตำให้ละเอียดแบบแล่นใบนิดๆ ไม่ถึงกับละเอียดเนียน
แล้วใส่กุ้งแห้งป่นลงไป ตำพอเข้ากัน ใส่ระกำลงไป
ตำเบาๆให้เข้ากัน แล้วเราก็เคล้าปรุงรสด้วยน้ำตาล มะนาวเล็กน้อยค่ะ ( น้ำปลาไม่ใส่แล้วค่ะเค็มกะปิกับกุ้งแห้งป่นพอเลยค่ะ ) มะนาวอยากใส่ลงไปเพิ่มประมาณ 1 ลูก เพราะว่าต้องการให้ได้รสเปรี้ยวจัดจ้านขึ้น เปรี้ยวจากระกำอย่างเดียวมันรู้สึกเปรี้ยวนวลไปหน่อย ไม่ถึงใจแบบบ้านๆค่ะ
คลุกให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย รับประทานกับผักสด เรามีแตงกวาอย่างเดียววันนี้ ได้มาเป็นถ้วยนี้ค่ะ ที่จริงแตงกวามีเยอะกว่านี้ แต่ใส่ตู้เย็นไว้ค่ะ ให้เย็นๆยังไม่ได้หั่น

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

ปูอัดยำน้ำตก





ปูอัดยำน้ำตก
วันนี้ขอเสนออาหารจานเด็ด แบบว่ารสเเซ๋บถึงใจ เคยทานหมูน้ำตกกันแล้ว มาลองเมนูนี้บ้างนะคะ รับรองติดใจ
ทานไปด้วยร้องไปด้วย อิอิ แบบว่าเผ็ด ยิ่งทานควบคู่กับส้มตำปูปลาร้า โอ๊วสุดยอด
ปูอัด 250 กรัม
พริกแห้งคั่วป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย 5 หัว
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่วป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ผักสะระแหน่ 3 ต้น
ต้นหอม 1 ต้น
เครื่องปรุง:พริกแห้งคั่วป่น
หอมแดงซอย
น้ำมะนาว
น้ำปลา
ข้าวคั่วป่นละเอียด

ขั้นตอนการทำ

1. นำปูอัดมาแกะเอาพลาสติกหุ้มออกแล้วล้างน้ำให้สะอาด
2. นำไปลวกในน้ำเดือด พักไว้
3. เตรียมเครื่องยำ พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง น้ำมะนาว น้ำปลาและล้างผัก
4. ผสมน้ำยำแล้วนำปูอัดลงคลุกเคล้า ปรุงรสตามใจชอบ

เคล็ดลับ: ใช้พริกป่นและข้าวคั่วที่ทำใหม่ๆๆจะมีกลิ่นหอม

แกงเผ็ดซี่โครงหมูใส่มะม่วงดิบ







แกงเผ็ดซี่โครงหมูใส่มะม่วงดิบ
ครื่องปรุง

- ซี่โครงหมู
- พริกแกงเผ็ด
- ขิงซอย
- มะม่วงดิบเปรี้ยว (มะม่วงน้ำดอกไม้)

มะม่วงดิบไม่ปอกเปลือก ขูดเป็นเส้นๆ
ใช้ซี่โครงหมูอ่อน นำไปต้มให้เปื่อยก่อนโดยใช้หม้อความดัน ค่อยนำมาแกง

ถ้าใช้ซี่โครงหมูสดไปแกง ก็ต้องเสียเวลาเคี่ยวให้เปื่อย

พริกแกงพม่า จะประกอบไปด้วย หอมแดง กระเทียม พริกขี้หนู(นิดหน่อย) ขมิ้น กะปิ ไม่มีตระใคร้ ดูแล้วคล้ายกับพริกแกงไทย เลยใช้พริกแกงใต้แทน แล้วเพิ่มหอมแดงลงไปอีก เพราะแกงพม่าจะมีรสหัวหอมแดงเด่นมาก

นำพริกแกงประมาณ 4 ช้อน (สำหรับหมู 7 ขีด) ไปผัดกับน้ำมัน 2 - 3 ช้อน ให้หอม เติมน้ำซุป 1 ด้วยก่อน พร้อมทั้งใส่ขิงซอยลงไปด้วย (ถ้าเป็นตำรับแกงพม่าจะต้องใส่น้ำมัน 1 ถ้วย แกงพม่านี้มีน้ำมันเยอะมาก แต่ยังน้อยกว่าอาหารจีนปักกิ่ง เสฉวน)
ใส่ซี่โครงหมูอ่อนตามลงไป กวนให้เข้ากัน
เติมน้ำซุปให้ท่วม
แล้วหยิบมะม่วงมาชิมดูก่อนว่าเปรี้ยวมากหรือน้อย
พอน้ำแกงเดือดใส่มะม่วงซอยลงไปประมาณ 1 - 2 ถ้วย แล้วแต่ความเปรี้ยว อย่าใส่ไปทั้งหมด เดี๋ยวจะเปรี้ยวเกินไป ถ้ายังไม่เปรี้ยวค่อยเติมทีหลัง
ปรุงรสแกงด้วยน้ำปลา และ น้ำตาลปึก ให้มีรส เผ็ด เปรี้ยว หวาน

เคี่่ยวไปจนมะม่วงนิ่ม
ที่มาจาก swin

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

"แกงไก่ใส่หน่อไม่ส่ม”





"แกงไก่ใส่หน่อไม่ส่ม”

เครื่องปรุงเครื่องเคียง
1.เกลือ
2.น้ำปลา
2.ตะไคร้
3.พริก
4.ต้นหอม
5.ผักอิตู่ หรือใบแมงลัก
6.หน่อไม่ส่ม
(ผลชูรส==>no need ครับ)

วิธีปรุง
ตั้งหม่อ(คู่บุญ)ไว้
ใส่เครื่องแกงที่เตรียมไว่ลงไป(ตำพริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ตำให้แหลกๆหรือพอบุ๊ๆกะได้ แล้วแต่คนมัก) ใส่น้ำปลา เกลือ กะว่าพอไก่สุกแล้ว ก่าใส่หน่อไม่ส่มลงไป พอน้ำแกงเดือด ==> ชิมรสชาต เค็ม เผ็ด กลมกล่อม ก็เป็นใช้ได้ สุดท้ายใส่ผักคุณตู่ กับต้นหอมลงไป

จบกระบวนการ........เชิญแซบครับ ถ้ากินกับข้าวเหนียว เมนูนี้แซบจนลืมอิ่มไปเลยพี่น้อง