วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

ขนมไทยชาววัง “ขนมไข่เหี้ย”


ขนมไทยชาววัง “ขนมไข่เหี้ย”

“ขนมไข่เหี้ย”ว่ากันว่าเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงมีพระราช ประสงค์จะเสวยไข่เหี้ย แต่เนื่องจาก

ไม่ใช่ฤดูวางไข่จึงไม่สามารถหามาถวายได้ เจ้าจอมแว่น จึงคิดทำไข่เหี้ยขึ้นถวาย โดยนำถั่วเขียวมาโขลกกับเกลือปั้นเป็นไข่

แดง แล้วนำแป้ง ข้าวเหนียวมาห่อเป็นเปลือก นำไปทอดในน้ำมันจนเหลือง เสร็จแล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อพระองค์ได้

เสวยก็พอประทังความอยากเสวยไข่เหี้ยไปได้ ปัจจุบันขนมไข่เหี้ย

เปลี่ยนชื่อ ให้น่ากินว่า “ไข่หงส์”

เครื่องปรุงตัวเปลือก

เผือกนึ่งสุกยีละเอียด 1/2 ถ้วยตวง

แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง

แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง

น้ำกะทิคั้นข้น 1/4 ถ้วยตวง

น้ำมันสำหรับทอด


ไส้ขนม

ถั่วเขียวซีกนึ่งสุกบดละเอียด 2 ถ้วยตวง

รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

หอมแดงเจียวเหลือง 1/4 ถ้วยตวง

เกลือ น้ำตาล สำหรับปรุงรส

น้ำมันสำหรับผัด

น้ำสำหรับเคลือบ

น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. นวดเผือก แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า หัวกะทิเข้าด้วยกันจนนุ่มมือ อย่าให้เปียกหรือแห้งมากเกินไปถ้าเปียกเวลาปั้นให้แตะแป้งแห้งเป็นนวล
2. กระทะตั้งไฟใส่น้ำมัน 1-2 ช้อนโต๊ะ นำรากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกลงผัดจนหอม ใส่ถั่วบดลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ และพริกไทยป่น ชิมให้รสจัด ใส่หอมเจียวผัดให้แห้ง ปั้นได้ ทิ้งไว้พออุ่นปั้นเป็นลูกกลมประมาณหัวนิ้วมือพักไว้
3. นำแป้งที่นวดไว้มาแผ่เป็นแผ่นกลมหุ้มไส้ถั่วที่ปั้นไว้ให้มิด คลึงเบาๆให้กลม นำไปทอดให้เหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันทิ้งไว้ให้เย็น
4. กระทะที่ทอดขนมไว้ เทน้ำมันออก ตั้งไฟ ใส่น้ำตาลลงไป เติมน้ำเล็กน้อย ใช้ไฟอ่อน ผัดสักครู่จนน้ำตาลละลายหมดและเหนียว นำขนมที่ทอดสุกแล้วลงผัดให้น้ำตาลจับกับขนม ตักขึ้นทิ้งไว้ให้เย็น น้ำตาลจะตกผลึกจับกับขนม

ขนมวง




ขนมวง
เครื่องปรุง

แป้ง ข้าวเหนียวประมาณ ๑ กิโลกรัม
กล้วยน้ำว้าสุกงอมครึ่งหวี (หรือบางแห่งใช้ฟักทองนึ่งสุกบดละเอียด)
น้ำอ้อย ๕ ก้อน (หรือบางแห่งใช้น้ำตาลปี๊บ) หัวกะทิและน้ำมันพืช

วิธีทำ

๑. คลุกแป้งกับกล้วยบด (หรือฟักทองสุก) บดละเอียดให้เข้ากัน ระหว่างนี้เติมน้ำอุ่นลงไปด้วย กะให้เหนียวพอประมาณ
แล้วจึงค่อยๆ ใส่หัวกะทิลงไปนวด หมักทิ้งไว้ประมาณ ๒๐ นาที
๒. ปั้นแป้งให้เป็นรูปวงแหวนขนาดเล็ก-ใหญ่ตามต้องการ
๓. ใส่น้ำมันในกะทะจนร้อนได้ที่แล้วจึงนำขนมวงที่ปั้นไว้ลงไปทอดจนเหลืองทั้งสองด้าน และตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
๔. ละลายน้ำตาลปี๊บกับน้ำเล็กน้อยแล้วนำไปตั้งไฟ เคี่ยวจนน้ำตาลเหนียวแล้วจึงนำขนมวงที่พักไว้มาลงจุ่มเพียงด้านเดียว
เมื่อน้ำตาลแห้งก็รับประทานได้
๕. ถ้าใช้น้ำอ้อยให้เคี่ยวน้ำอ้อยจนข้นแล้วนำไปเหยาะรอบๆ ขนมวงเพียงด้านใดด้านหนึ่ง รอจนน้ำอ้อยจับตัวแข็งและกรอบได้ที่ก็รับประทานได้
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

กุ้งกรอบคลุกงา” กินเล่นอร่อย


ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เป็นวันพักผ่อนหลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ หลายๆ คนจึงขอตื่นสายนอนให้เต็มอิ่มกันสักหน่อย ก็เลยต้องรวบมื้อเช้ากับมื้อกลางวันเป็นมื้อเดียวกัน พอช่วงบ่ายแก่ๆก็เลยอาจจะเกิดอาการหิวกันขึ้นมาทั้งที่ยังไม่ได้เวลาอาหารเย็น จะหิ้วท้องรอก็ใช่ที่ "กุ๊กเล็ก" จึงอยากชวนเข้าครัวไปทำของว่างน่าอร่อยอย่าง "กุ้งกรอบคลุกงา" เป็นเมนูง่ายๆที่เหมาะสำหรับกินเล่นๆ ยามบ่าย หรือใครอยากกินเป็นของหนักก็สามารถตักข้าวสวยร้อนๆมากินคู่กันไปก็ได้ไม่ผิดกติกาเช่นกัน

ส่วนผสม
กุ้งสด 10 ตัว
เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 1 ช้อนชา
งาขาวคั่วบุบพอแตก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี หรือแป้งทอดกรอบ 1/2 ถ้วย
น้ำมันสำหรับทอด
ซอสพริกสำหรับจิ้ม


วิธีทำ
เริ่มจากนำกุ้งสดไปล้างให้สะอาด ปอกเปลือกผ่าหลังให้เรียบร้อย ซับน้ำบนตัวกุ้งให้แห้ง แล้วจึงนำมาทาด้วยน้ำมันงาให้ทั่วตัวกุ้ง ตามด้วยโรยเกลือ พริกไทย และงาขาวที่คั่วและบุบพอแตกให้ได้กลิ่นงาหอมๆ

ปรุงรสกุ้งเสร็จแล้วพักไว้สักครู่ให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อดี แล้วจึงนำมาคลุกกับแป้งสาลี หรือใครจะใช้แป้งทอดกรอบสำเร็จรูปก็ได้เช่นกัน คลุกแป้งบางๆ อย่าให้หนามากนัก ก่อนจะนำมาทอดในน้ำมันท่วมๆ ด้วยไฟกลางค่อนไปทางแรง จนกุ้งสุกเหลืองดีแล้วจึงตักขึ้นใส่จานเสิร์ฟ จิ้มกินกับซอสพริก ได้กลิ่นหอมๆของงา ผสมกับรสชาติกลมกล่อมของตัวกุ้ง เป็นมื้ออาหารว่างที่ทำง่ายกินอร่อยอีกเมนูหนึ่ง

เมี่ยงกุ้งฝอย


ทำเมี่ยงกุ้งฝอยกันดีกว่าค่ะ อร่อยมากค่ะ เขาทำเหมือนเมี่ยงคำนี่ล่ะนะคะ มีใบชะพลู ขิง ถั่วลิสง มะพร้าว พริก แต่ไม่มีกุ้งแห้งค่ะ จะเสิรฟมาแบบพันใบชะพลูเป็นกรวย ใช้ไม้กลัดเล็กๆ กลัดไว้ข้างๆ แล้วใส่เครื่องต่างๆ ลงไปในกรวยจนครบครัน ปิดหน้าด้วยกุ้งฝอยคั่ว เสริฟมาในตะกร้าสานใบน้อย พร้อมน้ำจิ้มคะ


เมี่ยงกุ้งฝอย

เครื่องเมี่ยง
ใบชะพลู
มะพร้าวหั่นชิ้นเล็กๆ (คั่ว) 1/2 ถ้วย
ขิงอ่อนหั่นสี่เหลี่ยม 1/4 ถ้วย
หอมแดงหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก 1/4 ถ้วย
ถั่วลิสงคั่ว 1/4 ถ้วย
มะนาวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม (ทั้งเปลือก) 1/4 ถ้วย
พริกสดหั่นชิ้นเล็ก 1/4 ถ้วย

เครื่องปรุงน้ำเมี่ยง
น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย
น้ำปลา 1/2 ถ้วย
น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่วป่น 1/4 ถ้วย

การทำน้ำเมี่ยง
ผสมเครื่องปรุงน้ำเมี่ยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน
ยกขึ้นตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวให้พอเหนียว
ยกพักไว้ให้เย็น

วิธีทำ
นำใบชะพลูมาล้างให้สะอาด และให้สะเด็ดน้ำ
นำใบชะพลูมาจับเป็นทรงกรวย ใส่เครื่องเมี่ยงอย่างละนิดและกุ้งฝอย
ราดด้วยน้ำเมี่ยงแล้วห่อให้มีขนาดพอดีคำ อร่อยมากค่ะ

ต้มส้มปลานิลกับมะขามสด




ต้มส้มปลานิลกับมะขามสด
อากาศร้อนแบบนี้มีเมนูแก้ร้อนเพื่อสุขภาพมาฝากค่ะ เป็นอาหารสูตรปักษ์ใต้

แท้ ๆ สำหรับคนรักสุขภาพ วัตถุดิบ สด สะอาด ราคาประหยัด ให้คุณค่า

ทางอาหารสูงและที่สำคัญมีสรรพคุณทางยาด้วยค่ะ

ต้มส้มปลานิลกับมะขามสด

เครื่องปรุง

ปลานิลตัวขนาดครึ่งกิโลบั้งสามท่อนล้างสะอาด 3 ตัว

น้ำสะอาด 1 ลิตร

กะปิกุ้งอย่างดีขนาดเท่าหัวแม่มือ 1 ก้อน

ขมิ้นอ่อน ตามต้องการ

ตะไคร้ 1 ต้น

กระเทียม (ใหญ่) 5 กลีบ

หอม 3 หัว

มะขามสด 5 ฝัก

ใบมะกรูด 3 ใบ

เกลือป่น น้ำปลา น้ำตาล


เริ่มจากนำวัตถุดิบทุกอย่างมาล้างให้สะอาด ตั้งน้ำบนเตาให้เดือด ใส่มะขาม

ทุบตะไคร้ กระเทียม หอม กะปิ เกลือนิดหน่อย ขมิ้นอ่อนใส่ลงไป พอ

มะขามสุกตักใส่ถ้วย

ใส่ปลาลงไปทิ้งให้เดือดสักครู่ ปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำตาล น้ำปลา

ชิมรสให้มีรสเปรี้ยวนำเค็มนิดหวานหน่อย ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไป

เสร็จแล้วค่ะ......กลิ่นหอมน่ารับประทานจังค่ะ


กำลังเดือดเลย
เสร็จแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ


ให้ดูกันชัดๆ จะสังเกตุได้ค่ะว่าใช้ขมิ้นอ่อน มีเหตุผลว่าจะได้กินเนื้อ

ขมิ้นด้วย ซึ่งนอกจากมีประโยช์ในการดับกลิ่นคาวและทำให้น้ำแกงสีสวยแล้วยัง

ให้ประโยชน์ทางยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร

ส่วนเม็ดมะขามก็กินได้ค่ะมีสรรพคุณช่วยขับพยาธิมีคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพดี

รสชาดก็มันๆอร่อยดีค่ะ

เมนูนี้แค่อย่างเดียวกับข้าวสวยร้อนๆสักจานก็ อร่อยจนพุงปลิ้นแล้วละค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

ขนมปังหน้ากุ้ง



ช่วงเวลายามบ่ายของวันหยุดอาจเป็นช่วงเวลาสำราญที่หลายๆคนใช้เอนหลังงีบหลับพักสายตาสบายๆ แต่คนชอบกินอย่างกุ๊กเล็ก กลับชอบเข้าครัวทำขนมหรือทำอาหารอร่อยๆ ประเคนลิ้นตัวเองและคนรอบข้างมากกว่า อย่างวันนี้ที่เข้าครัวมาทำของว่างกินเล่นอร่อยๆ อย่าง “ขนมปังหน้ากุ้ง” ที่ได้สูตรมาจาก “เดอะ คลิฟฟ์ อ่าวนาง รีสอร์ท” โรงแรมในจังหวัดกระบี่ ที่เชื่อว่าคงถูกลิ้นหลายๆคนแน่นอน


ขนมปังหน้ากุ้ง

ส่วนผสม

• ขนมปัง 4 ชิ้น

• กุ้งสด 8 ตัว

• ไข่ไก่ 1 ฟอง

• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

• รากผักชี 2 - 3 ราก

• กระเทียม 2 - 3 กลีบ

• น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา

• พริกไทย พอประมาณ

• น้ำมันพืชสำหรับทอดขนมปัง

งาขาวสำหรับโรยหน้า

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

• น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ

• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

• เกลือ 1/4 ช้อนชา

• พริกชี้ฟ้าแดง 2 - 3 เม็ด

• หอมแดง 1 หัว

• กระเทียม 3 - 4 กลีบ

วิธีทำ

1. นำขนมปังมาหั่น เตรียมใว้

2. เสร็จแล้วหันไปแกะเนื้อกุ้งมาสับให้ละเอียด โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยให้ละเอียด แล้วนำมาผสมกับเนื้อกุ้งสับ

3. จากนั้นตอกไข่ไก่เลือกเอาแต่ไข่แดง ผสมซีอิ๊วขาวและน้ำมันงา นวดเข้ากับกุ้งสับจนเข้าเนื้อ แล้วจึงนำเนื้อกุ้งที่นวดจนเหนียวแล้วนั้นมาทาบนหน้าขนมปัง โรยด้วยงาขาว ก่อนทอด

4. เตรียมทอดตั้งกระทะให้ร้อนด้วยไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชให้พอท่วมขนมปัง รอจนน้ำมันร้อนจัดดีแล้วแล้วจึงนำขนมปังลงไปทอด หากน้ำมันยังไม่ร้อนจัดจะทำให้ขนมปังอมน้ำมัน เมื่อทอดจนขนมปังเป็นสีเหลืองดีแล้วจึงตักขึ้น พักไว้จนสะเด็ดน้ำมัน หรือจะใช้กระดาษซับน้ำมันออกก็ได้

เพิ่มรสชาติความอร่อยให้ขนมปังหน้ากุ้งด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด เริ่มจากโขลกพริกชี้ฟ้า กระเทียม หอมแดงให้ละเอียด นำน้ำส้มสายชูขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย เกลือ และส่วนผสมที่โขลกแล้วลงไปเคี่ยวรวมกัน เป็นอันได้น้ำจิ้มขนมปังหน้ากุ้ง กินเป็นของว่างแสนอร่อยยามบ่าย

คุ้กกี้สื่อรัก



ส่วนผสม
1.แป้งเอนกประสงค์ 140 กรัม
2.ผงอบเชยป่น 1/2 ช้อนชา
3.เกลือ 1/2 ช้อนชา
4.เนยจืด (ทิ้งไว้ให้นิ่ม) 113 กรัม
5.น้ำตาลทราย 60 กรัม
6.อัลมอนด์ผง 57 กรัม
7.Royal Icing (สำหรับแต่งหน้าคุ้กกี้)
8.ผงไข่ขาว 1 ช้อนชา
9.น้ำอุ่นประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ
10.น้ำตาลไอซิ่ง 225 กรัม

วิธีทำคุ้กกี้สื่อรัก
1. เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส ร่อนแป้ง ผงอบเชยป่น และเกลือเข้าด้วยกัน ใส่อัลมอนด์ผง คลุกให้เข้ากันทั่ว พักไว้ก่อน
2. ตีเนยกับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟู ใส่ส่วนผสมแป้งลงไป คนให้เข้ากันดี ห่อด้วยพลาสติกห่ออาหาร นำเข้าไปเก็บในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที
3. นำออกมารีดให้ได้ความหนา 0.5 ซม. ใช้ที่กดคุ้กกี้รูปหัวใจ กดแล้วนำมาวางบนถาดอบ นำไปเข้าเตาอบประมาณ 10-15 นาที หรือจนคุ้กกี้เป็นสีน้ำตาลอ่อน พักไว้จนเย็น
4. ทำ Royal Icing โดยผสมส่วนผสมทั้งหมดในอ่างผสม ใช้ที่ตีไข่มือถือ หรือเครื่องตีด้วยความเร็วปานกลางค่อนข้างสูง จนส่วนผสมขึ้นฟู แบ่งส่วนผสมเพื่อผสมกับสีที่ต้องการ คลุมด้วยผ้าชื้อน หรือเก็บใส่ภาชนิที่ปิดสนิทระหว่างแต่งหน้าคุ้กกี้

ซูชิโรลผลไม้


ซูชิโรลผลไม้
เครื่องปรุง
1.ข้าวซูชิ 500 กรัม
2.กะทิ 50 มล.
3.มะม่วง 200 กรัม
4.สาหร่ายโนริ 2 แผ่น
5.น้ำเปล่า 7.5 ลิตร
6.สับปะรด 200 กรัม
7.มะละกอ 200 กรัม

วิธีทำ
1. ซาวข้าวซูชิ จากนั้นเติมน้ำและกะทิเพื่อนำข้าวขึ้นหุง ปรับไฟไม่ให้ร้อนมาก ปล่อยไว้ 15 นาทีให้ข้าวสุก
2. หั่นผลไม้เป็นเส้นยาว
3. ปูแผ่นสาหร่ายบนเสื่อทำซูชิ แผ่ 1/4 ของข้าวทั้งหมดบน 2/3 ของแผ่นสาหร่าย เรียงเส้นผลไม้ขวางกลางข้าวอย่างเป็นระเบียบ ม้วนเสื่อให้ไส้ผลไม้อัดเข้ากับข้าวให้แน่น เมื่แน่ใจว่าม้วนดีแล้วจึงดึงเสื่อออก ทำตามขั้นตอนเดียวกันทั้งนี้กับแผ่นสาหร่ายที่เหลือ
4. ตัดซูชิโรลให้พอดีคำ จัดใส่จานๆละ 3 ชิ้นและเสิร์ฟพร้อมชาเขียวอุ่นๆ

ยำอะโวคาโดกุ้ง


ยำอะโวคาโดกุ้ง
ส่วนผสม
1.อะโวคาโดขนาดกลาง 1 ผล
2.กุ้งซีแฮ้ 5 ตัว
3.ปูอัดหั่นชิ้นเล็กๆ ½ ถ้วย
4.น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
5.ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
6.พริกขี้หนูสดทุบพอบุบ 10 เม็ด
7.น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
8.ผักสลัด 3 ใบ

วิธีทำ
1.ปอกเปลือกกุ้ง ผ่าหลังล้างให้สะอาด นำไปลวกให้พอสุก ใส่ถ้วยไว้

2.ผ่าครึ่งผลอะโวคาโด ใช้ช้อนแคะเนื้อออกมาให้เป็นรูปทรงเดิม ส่วนเปลือกที่ได้ใช้เป็นถ้วยใส่เครื่องยำ

3.นำเนื้ออะโวคาโดที่ได้มาหั่นให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ เตรียมชามผสมเครื่องน้ำยำ
ใส่อะโวคาโดที่หั่น กุ้งซีแฮ้ ปูอัด น้ำมะนาว ซีอิ๊วขาว พริกขี้หนูสด น้ำตาลทราย
คลุกเคล้าให้เข้ากันตักส่วนผสมที่ได้ใส่ลงในเปลือกอะโวคาโด แล้วนำไปวางลงบนจานที่ตกแต่งด้วยผักสลัด

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

ต้มยำปลาหลด


ต้มยำปลาหลด

ปลาหลด 5^6 ตัว
หอมแดง
พริก
กระเทียม
ข่า
ตะไคร้
ใบมะกุด
มะขามเปียก
ต้นหอม
ผักชีฝรั้ง
มะเขือเทศ
น้ำมะนาว /เกลือ /น้ำปลา / ซีอิ๊วขาว

วิธีทำ

นำปลาหลดล้างทำความสะอาดจนหมดเหมือก พักใว้
ตั้งหม้อใส่น้ำพอประมาณตั้งให้เดือด เติมเกลือ ลงไป เติมเครื่องต้มยำทุกอย่างขั้นต้นลงหม้อ
เมื่อทุกอย่างเดือด อีกครั้ง ใส่มะขามเปียกประมาณหัวแม่มือ ลง ใส่ปลาหลดตามลงไปปิดหม้อ ให้ปลาสุก ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว
ชิมรส สุดท้ายเติม มะเขือเทศ ผักชีฝรั่ง ต้นหอม แล้วปิดไฟพร้อมที่จะ ตักลงชาม เติมพริกป่น หริอ พริกขี้หนูตำ น้ำมะนาว น้ำปลา ปรุงเพิมให้ได้รสจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด เค็ม ตามต้องการครับ ทานกับข้าวสวยร้อน ๆๆ แซ่บๆมากครับ

แฮกึ้น



แฮกึ้น อาหารยอดนิยมบนโต๊ะอาหารจีนที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันดี เนื้อกุ้งที่สดอร่อยเอามาสับหยาบๆผสมกับเครื่องปรุงแล้วนวดจนเข้าเนื้อ นำมาห่อด้วยฟองเต้าหู้ที่บางเบา แค่นี้ก็ได้แฮกึ้นที่แสนอร่อยเก็บไว้ทานแล้วครับ ก่อนทานก็นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ ก็จะได้แฮกึ้นที่กรอบนอกนุ่มใน จิ้มทานกับน้ำจิ้มบ๊วยหรือทานเปล่าๆ ก็อร่อยลืมหิวเลยทีเดียวครับ

สำหรับ 2 เส้น

1. กุ้งชีแฮ 1/2 กิโลกรัม
2. มันหมูแข็ง (หั่นเต๋า) 100 กรัม
3. ฟองเต้าหู้ 1 แผ่น
4. ไข่ไก่ 1 ฟอง
5. แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
7. พริกไทย 1 ช้อนชา
8. เกลือป่น 1 ช้อนชา
9. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
10. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา


1. กุ้ง ล้างน้ำ แกะเปลือก ผ่าหลังครึ่ง แกะเส้นดำทิ้ง ใช้สันมีดสับหยาบใส่มันหมูหั่นเต๋า สับรวมกัน
2. กุ้งกับมันหมูที่รวมกันนวด ด้วยไข่ไก่ แป้งสาลี น้ำมันงา พริกไทย เกลือป่น น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย นวดส่วนผสมขึ้นมาแล้วตบกลับใส่กะละมังไล่อากาศ และทำให้ส่วนผสมเหนียวเกาะตัวกัน (20 นาที)
3. ฟองเต้าหู้ (พรมน้ำ หรือชุ่มน้ำสรงให้แห้ง) ตัดเป็นสี่ผืนผ้าใส่ส่วนผสมที่นวด ม้วนให้แท่ง พอแน่น ใส่นึ่งในลังถึง 10- 15 นาที พักไว้ให้เย็น เก็บใช่ภาชนะ ใส่เก็บรักษาในตู้แช่ช่องแข็ง ไว้ได้นานหลายอาทิตย์
4. เมื่อจะทาน หั่นเฉียงเป็นชิ้นๆ พอคำ นำลงทอดไฟกลางถึงแรงให้เหลืองกรอบ ตักสะเด็ดซับน้ำมัน
5. ใส่ภาชนะ ทานกับ น้ำจิ้มบ๊วย หรือ ซอสพริก

มาทำ..ขนมจีบ..สูตรลับของที่บ้าน...อร่อยอย่าบอกใคร




















มาทำ....ขนมจีบ..สูตรลับของที่บ้าน...อร่อยอย่าบอกใคร
ขนมจีบสูตรที่ทำกันมาหลายรุ่นแล้ว...ของที่บ้าน..อร่อยมาลองทำกันดูนะ
มีกุ้ง,หมูบด,เนื้อปูเห็ดหอม,ต้นหอม,มันแกว(หรือใส่หน่อไม้แทนก็ได้พอดีวันนี้ทำสองสูตรเลย),ไข่ทอดหั่น

กุ้งหรือถ้าไม่มีก๊ใช่กุ้งแห้งแช่น้ำก็ได้
มันแกวเอามาขูด...รอไว้
นำส่วนผสมลงผัดยกเว้นมันแกวไว้สุดท้าย...ใส่ซีอิ้วขาวเกลือน้ำมันหอย..พริกไทย..ผัดๆๆ
ใส่มันแกว...สุดท้ายแล้วผัดๆๆ....ชิมรส...เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น...ก่อน
ทิ้งไว้รอให้เย็น...
ผสมแป้งเค็ก1/2กก.
ร่อน...ก่อน...ร่อนๆๆ
ไข่ไก่ 1ฟอง...แป้งมัน...2ช้อน...
เติมน้ำ 1ถ้วย...ก่อน
ค่อยๆใส่
แล้วก็นวดได้...นวดๆๆๆถ้าเหนียวก็เติมน้ำได้นิดหน่อย....นวดๆ

นวด...จนเนียน...ก็ใช่ได้..
แบ่ง..เป็นก่อนเล็ก...
นำมาคลึงๆ....กลิ้งๆๆ...จนบาง...
บางพอกับแผ่นเกี้ยว...ก็พอ
แล้วก็ปั้ม...เป็นรูปวงกลมๆ...ถ้าไม่มีก็ใช่ถ้วยก็ได้นะ
นำมาวางแล้วใส่..ไส้ตรงกลาง..งพอประมาณ...
แล้วก็จีบเข้าด้วยกัน...
นำซึ้ง...แล้ววางใบตองปิดรูเอาไว้จะได้เวลานึ่งก้นขนมจีบจะได้ไม่หล่นลงไปข้างล่าง..

แล้วก็ทาน้ำมันบนใบเตย...นิดหน่อย...
เรียงขนมจีบลงไป...นำไปนึ่งได้...
พอเสร็จ...จะเต็มซึ้งพอดีเลย
น่ากินจริงๆๆ...
คุณแม่ช่วยจัดจาน...ทานกับผักต่างๆ....อร่อยสุดยอด...
กลับมาบ้าน...มาจัดจานใหม่...ดูทันสมัยหน่อย...
น่าทานจริง...นุ่มอร่อย..
เข้ามาดูใกล้อีกหน่อย

ชัดๆ

กัดชิม...เปิดไส้ให้ชม....อร่อย...จบแล้วละ..............อิ่ม.ๆ

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

บานอฟฟี่พาย




















มาเริ่มบล็อกแรกเลยคือ บานอฟฟี่พาย สูตรนี้ดัดแปลงมาจากนิตยสาร Health & Cuisine ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2549 หน้า 110 ค่ะ

ส่วนผสม
- แครกเกอร์ 150 กรัม
- เนยละลาย 9 ช้อนโต๊ะ
- ช๊อกโกแล็ต 150 กรัม (จะใช้ ดาร์คช๊อค หรือมิล์คก็ก็ตามชอบเลยนะคะ วรรณใช้ดาร์ค 100กรัม มิลค์ 50 กรัมค่ะ)
- วีปปิ้งครีม 50 กรัม
- กล้วยหอม 3 ลูก
- น้ำตาลทรายขาว 60 กรัม
- เนยสดชนิดจืด 30 กรัม
- นมข้นหวาน 60 กรัม
- วีปปิ้งครีม 1+1/2 ถ้วยตวง
- มาสคาโปเนชีส 80 กรัม
- ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

1. ทำครัสต์โยป่นแครกเกอร์ให้ละเอียด ละลายเนย แล้วนำมาผสมกับแครกเกอร์ที่ป่นไว้ นำไปกรุลงบนถาดพาย หรือพิมพืถอดก้น โดยใช้หลังช้อนกดให้แน่น นำเข้าอบไฟล่าง 160 องศาซี นานประมาณ 10 นาที แล้วนำออกจากเตาพักไว้ให้เย็น

2. นำวีปปิ้งครีมไปอุ่นให้ร้อน แล้วนำช๊อคโกแล็ตหั่นใส่ลงไปคนให้ช๊อคฯละลาย

3 นำช๊อคฯที่ละลายแล้วเทลงไปบนครัสต์ที่ทำไว้ นำเข้าแช่เย็น 30 นาที

4. หั่นกล้วยเตรียมไว้ แล้วทำคาราเมลโดยผสมน้ำตาล นมข้นหวานคนให้เข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ คนตลอดเวลาด้วยตระกร้อมือให้น้ำตาลละลายเป็นคาราเมล

5. นำกล้วยที่หั่นไว้ ไปคลุกกะคาราเมล แล้วเรียงกล้วยบนช๊อคโกแล็ตที่เซ็ทแล้ว โดยวางให้เต็ม แล้วพักไว้

6. นำโถตีใส่วีปปิ้งครีม เข้าแช่ในฟรีซให้เย็นจัด 10 นาที แล้วนำออกมา ใส่ไอซิ่ง มาสคาโปเน่ แล้วตีให้ขึ้นฟู

7. นำครีมที่ตีขึ้นฟูแล้วไปปาดบนครัสต์ที่ทำไว้ พักไว้ในตู้เย็นให้เซ็ทตัวประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำออกมาโรยด้วยผงโกโก้

…ส่วนผสมทั้งหมดค่ะ

แครกเกอร์ วรรณใช้ของ Ritz นะคะ นำใส่ถุงพลาสติคใหญ่หน่อย ใช้มือขยำให้แตก แล้วใช้ไม้พาย คลึงแครกเกอร์ให้ละเอียดค่ะ หลังจากนั้น จึงทยอยใส่เนยละลาย

กรุครัสต์ในพิมพ์ถอดก้น หรือจะใช้ถาดพายก็ได้นะคะ ใช้หลังช้อนกดให้แน่นค่ะ แล้วนำเข้าอบ ไฟล่าง 160 องศาซีประมาณ 10-15 นาทีนะคะ

เมื่อครัสต์สุกแล้วพักไว้ให้เย็น

นำวีปปิ้งครีม ไปอุ่นให้ร้อน แล้วหั่นชีอคดกแล็ตลงไป คนให้ช๊อคโกแล้ตละลาย

แล้วนำไปราดบนครัสต์ค่ะ

หลังจากนั้นนำเข้าแช่เย็นสัก 30 นาทีให้ช๊อคดกแล็ตเซ็ทตัวค่ะ

แล้วก็มาทำส่วนคาราเมลกันต่อ เริ่มที่หั่นกล้วยไว้เลยค่ะ

ผสมน้ำตาลกับนมข้นหวาน คนให้เข้ากัน นำไปตั้งไฟอ่อนๆ คนตลอดเวลาอย่าให้ไหม้นะคะ จนกว่าน้ำตาลจะลาะลายได้คาราเมลเหนียวๆค่ะ

อันนี้ตอนที่ทำแอบใส่นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะมังคะ แหะๆ ทำคาราเมลไหม้อ่ะค่ะ เลยแอบใส้นมข้นจืด ^^”

นำกล้วยที่หั่นไว้มาคลุกกับคาราเมลค่ะ

แล้วนำไปเรียงบนครัสต์ให้เต็ม

มาสคาโปเน่ค่ะ ตอนนี้เค้าเปลี่ยนแพคเกจใหม่เป็นสีน้ำตาล เลือดหมูแล้วนะคะ ราคาก็เพิ่ทมขึ้นเป็น 148 บาทมังคะ หาซื้อได้ที่ฟู๊ดแลนด์ พารากอน หรือร้านเบเกอรรี่บางร้านเช่น ชวนชม ขจรศักดิ์ค่ะ

นำโถตี กะวีปปิ้งครีมไปแช่ฟรีช 10 นาที แล้วนำออกมาใส่ไอซิ่ง มาสคาโปเน่รวมกันค่ะ

ตีด้วยความเร็วสูงสุดให้ขึ้นฟู พอจะปาดเค้กได้ แล้วเปลี่ยนเป็นความเร็วต่ำ เพื่อให้เนื้อครีมเนียนยิ่งขึ้น ใช้เวลาตีประมาณ 5 นาทีค่ะ

แล้วจึงนำครีมที่ได้มาปาดบนพายที่เราทำไว้ค่ะ แล้วนำเข้าแช่เย็นให้เซ็ทตัวสัก 1-2 ชั่วโมง เวลาจะเอาขนมออกจากพิมพ์ก็ใช้สปาร์ตูลาร์แซะขอบค่ะ

ถ้าอยากทำให้เป็นลายริ้ว เวลาโรยผงโกโก้ก็ใช้การ์ดขีดๆ ทำลายแบบนี้ค่ะ

หลังจากนั้นจึงโรยผงโกโก้ โดยร่อนผ่านกระชอนตาถี่ๆนะคะ

บีบข้างนิดหน่อย…ยังกะเค้กเลยเนอะ ^^”

แล้วก็ตัดทานได้เลยค่ะ

ขอให้อร่อยกับบานอฟฟี่พายนะคะ ไม่ยากค่ะ ลองทำดู ใครไม่มีเตาอบก็ทำได้ คือไม่ต้องอบครัสต์ ส่วนวีปครีมกับมาสคาโปเน่ ก็ใช้เครื่องปั่น ปั่นเอาก้ได้ค่ะ แต่จะไม่ได้ครีมเนียนสวยแบบเครื่องตีนะคะ ^^

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล็อกแมวอ้วนค่ะ ^^

ที่มาจาก A Little Catz