วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แกงไตปลา



user posted image


แกงไตปลา เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนชอบกินเผ็ดเป็นที่สุดค่ะ และเป็นชามที่มีผักหลายชนิดด้วย ทำให้จานนี้เป็นเมนูลดน้ำหนัก เมื่อที่รู้สึกว่าจะกินเยอะไปแล้ว ก็กินขนมจีนแกงไตปลา ใส่ผักสดเยอะๆ กินเป็นมื้อเย็น ทั้งอร่อย ไม่อ้วน ได้ประโยชน์จากผักต่างๆอีกด้วย ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ที่มีส่วนผสมที่ ลงตัวเป็นอย่างดี มักกินคู่กับขนมจีนหรือข้าวสวย มีผักสดแกล้มคู่กัน กินแล้วต้องน้ำหูน้ำตาไหลถึงจะอร่อย กินแกงไตปลาแบบไม่เผ็ด ไม่เข้มข้น เหมือนไม่ครบเครื่องจริงๆ วันนี้ก็เลยลองๆ หาสูตรแกงไปปลามาแชร์กันดูซักหน่อย สูตรก็ดูออกจะไม่ยากมาเริ่มทำกันเลยค่ะ

ส่วนประกอบและเครื่องปรุงแกงไตปลา
  1. ไตปลา 1 ขวด
  2. น้ำสะอาด 1+1/2 ถ้วย
  3. ตะไคร้ 2 ต้น
  4. ข่า 3 แว่น
  5. ใบมะกรูด 3-4 ใบ
  6. ปลาทูสด 5-6 ตัว
  7. น้ำไตปลาที่ต้มและกรองแล้วแบ่งมาครึ่งหนึ่ง
  8. น้ำพริกแกงไตปลา 80-100 กรัม
  9. หน่อไม้ไร่ 4-5 หน่อ
  10. ฟักทองหั่นชิ้นขนาดพอคำ 20 ชิ้น
  11. ถั่วฝักยาว 5 ฝัก
  12. มะเขือเปาะ 5-6 ลูก
  13. ใบมะกรูด 4-5 ใบ
  14. น้ำสะอาด 2 1/2 – 3 ถ้วย
  15. ขั้นตอนและวิธีทําแกงไตปลา
    1. เตรียมปลาทูจัดการควักเหงือก ไส้และพุงปลาทูสดออก ล้างน้ำ 2 ครั้ง พักให้สะเด็ดน้ำ นำไปย่างให้สุกและแห้งพอประมาณ คือให้แห้งมากกว่าที่กินกับน้ำปลาพริกขี้หนู แต่ไม่แห้งกรอบ พักให้อุ่นค่ะ
    2. แกะเอาแต่เนื้อปลาทู เตรียมพักไว้ค่ะ
    3. เตรียมสมุนไพรสำหรับต้มไตปลา ตะไคร้ 2 ต้น หั่นเฉียงๆ จากโคนต้นขึ้นมา 2 นิ้ว ข่าซอยบางๆ 3 แว่น ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ
    4. นำน้ำสะอาด 1+1/2 ถ้วยใส่หม้อ ตั้งไฟแรงให้น้ำเดือดจัด เทไตปลาลงไปทั้งขวด และเอาสมุนไพรที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 3 ใส่ตามลงไป
    5. ต้มน้ำไตปลาให้เดือดแรงๆ สักครู่จึงปิดเตาแล้วกรองด้วยกระชอนเอาสมุนไพรออก
    6. น้ำไตปลาที่ต้มได้จะแบ่งได้ประมาณ 2 ถ้วยเศษ นำ 1 ถ้วยมาแกงจะได้ได้ 1 หม้อ ส่วนอีกถ้วยเก็บใส่ภาชนะแช่ตู้เย็นใช้ในครั้งต่อไปได้ค่ะ
    7. สำหรับผักที่ใช้ในการทำแกงไตปลา เช่น หน่อไม้ มะเขือเปาะ ฟักทอง ถั่วฝักยาว มันขี้หนู เม็ดขนุนต้ม เตรียมผักที่ต้องการใช้แกงตามชนิดผัก หน่อไม้หั่นชิ้นพอคำ ถั่วฝักยาวหั่นท่อนสั้น 1 นิ้ว ฟักทองปอกเปลือกนอกออกบ้างแล้วหั่นชิ้นพอคำ มะเขือเปาะล้างและตัดขิ้วทิ้งรอผ่าตอนลงหม้อค่ะ
    8. เตรียมใบมะกรูดฉีกที่จะใส่ลงหม้อแกงไว้เพิ่มความหอม
    9. นำน้ำไตปลาที่ต้มแล้ว 1 ถ้วยใส่ลงหม้อ จากนั้นนำน้ำพริกแกงไตปลาประมาณ 3/4 ของ 1 ขีดใส่ลงไป (น้ำพริกแกงแต่ละร้านเผ็ดไม่เท่ากัน บางร้านใส่ 1 ขีดแล้วกินไม่ได้เลย มันเผ็ดเกินรับไหว ค่อยๆใส่ดีกว่าค่ะ) คนให้เข้ากัน น้ำแกงไม่เป็นก้อน
    10. นำหม้อในขั้นตอนที่ 9 ไปตั้งไฟกลางให้เดือด เติมน้ำสะอาดลงไปอีก 2 -2 1/2 ถ้วย (ค่อยๆ ใส่น้ำนะคะ ระหว่างนั้นก็ชิมรสชาติเอาค่ะว่าเค็มพอแค่ไหน ไม่พอเพิ่มทีหลังได้ค่ะ ถ้าอ่อนน้ำพริกแกงให้ละลายน้ำพริกแกงใส่เพิ่มค่ะ)
    11. รอน้ำแกงเดือดอีกครั้งจึงใส่เนื้อปลาที่แกะแล้วลงไป คนพอเข้ากัน
    12. ใส่ผักสุกยากก่อน ฟักทอง ตามด้วยหน่อไม้ ต้มทิ้งเวลาไว้ 2 นาที
    13. ใส่ถั่วฝักยาวและมะเขือเปาะที่ผ่าแล้วลง ไป คนพอทั่ว เร่งไฟให้แรงเพื่อให้ผักสุก ถ้าน้ำงวดไปจนน้ำแกงรสชาติเค็มจัดให้ใส่น้ำเพิ่มได้ครั้งละตามสมควร
    14. ชิมรสชาติอีกครั้ง ถ้าอ่อนเค็มเติมน้ำไตปลาหรือเกลือ ถ้าชอบแกงไตปลามีรสเปรี้ยวที่ปลายลิ้นอาจใส่ส้มแขกหรือน้ำมะขามเปียกลงไป เล็กน้อยค่ะ
    15. ต้มจนผักสุกได้ที่จึงใส่ใบมะกรูดแล้วปิดเตา คนพอทั่วเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
    16. ตักเสิร์ฟคู่กับผักสดหลายชนิดและกับข้าวแห้งๆ หรือ ขนมจีนพร้อมรับประทานค่ะ (แกงไตปลาหากข้ามคืนจะอร่อยกว่าตอนแกงเสร็จใหม่ๆนะคะ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น