วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ทองม้วนปลาช่อน

ทองม้วนปลาช่อน เงินลงทุน 500 บาท (ไม่รวมอุปกรณ์) รายได้ 1,000 – 1,200 บาท ราคาขาย 30 บาท /1 ถุง (จะได้ 40 – 48 ถุง บรรจุถุงละประมาณ 200 – 300 กรัม) วัสดุ/อุปกรณ์ 1. เครื่องปิ้งทองม้วน (ชนิด 2 หัวราคาประมาณ 6,500 บาท ชนิด 3 หัว ราคาประมาณ 9,500 บาท) เครื่องปิ้งทองม้วนชนิดใช้ขดลวดจะทำให้ขนมสุกและ สีสวยน่ารับประทานมากกว่าชนิดใช้แผ่นความร้อน 2. เครื่องตีแป้งราคา 4,000 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาดและยี่ห้อ) 3. เตาย่างปลา ใช้แบบเตาธรรมดาแต่เชื้อเพลิงให้ใช้ขี้เลื่อย กาบมะพร้าว ซังข้าวโพด เพราะเหมาะสำหรับย่างปลาแบบรมควัน 4. อุปกรณ์และของใช้ในครัว สถานที่จำหน่ายวัสดุ/อุปกรณ์ ร้านขายอุปกรณ์ทำขนม ห้างสรรพสินค้า ส่วนผสม แป้งมัน 2 กิโลกรัม แป้งสาลี 1 กิโลกรัม แป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม กะทิ 3 กิโลกรัม เนื้อปลาช่อนย่าง 400 กรัม น้ำตาลปี๊บ 4 กิโลกรัม ผักชีหั่นฝอย 300 กรัม งาขาว (คั่วพอสุก) 300 กรัม งาดำ (คั่วพอสุก) 300 กรัม ไข่ไก่ 4 ฟอง เกลือไอโอดีนพอประมาณ วิธีทำ 1. นำปลาช่อนตัวใหญ่ปานกลางน้ำหนักประมาณ ½ - 1 กิโลกรัมมาชำแหละเอาเครื่องในและเลาะเอาก้างปลาออกแล้วผ่าปลาตามยาว แผ่ปลาออกมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย นำปลาช่อนไปย่างแบบรมควัน ลอกหนังออกแล้วนำมายีด้วยมือให้ละเอียดเป็นเส้น 2. ใส่แป้งมัน แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้ามาผสมให้เข้ากันในกะละมัง เติมเครื่องปรุงได้แก่ กะทิ น้ำตาลปี๊บ งาขาว งาดำ ไข่ไก่ เกลือ ผักชีหั่นฝอยลงในกะละมังคนให้เข้ากันแล้วใส่เนื้อปลาช่อนที่ยีคนให้เข้ากัน จากนั้นเตรียมเครื่องปิ้งทองม้วนให้ร้อน 3. นำแป้งที่ผสมเสร็จในข้อ 2 หยอดลงบนแบบพิมพ์ที่ร้อนประมาณ 1 ช้อนชาพูน ๆปิดฝาพิมพ์ไว้ให้แป้งสุกประมาณ 2 – 3 นาที ใช้ไม้เขี่ยแป้งออกจากพิมพ์พับเป็นรูปตามต้องการทันที (ในขณะที่แป้งยังร้อน) ตลาด/แหล่งจำหน่าย ร้านขายของฝากทั่วไป ซุปเปอร์มาร์เก็ต ข้อแนะนำ 1. ปลาช่อนไม่ต้องนำมาตากแดดก่อนรมควันเพราะเนื้อปลาจะไม่ขึ้นฟูและไม่ต้องปรุงรส 2. ให้ใช้เนื้อปลาเท่านั้น ไม่ควรยีเนื้อปลาพร้อมหนังปลาเพราะหนังปลาจะทำให้ขนมมีสีไม่สวยและมีกลิ่นคาว 3. ให้ยีเนื้อปลาช่อนด้วยมือ ไม่ให้ใช้เครื่องปั่นเพราะเส้นใยของเนื้อปลาจะขาด(เละเกินไป) 4. ควรใช้ปลาที่จับจากธรรมชาติเพราะจะได้เนื้อปลาที่ฟูมากกว่าปลาที่เลี้ยงในบ่อด้วยอาหารปลา 5. เมื่อขนมสุกแล้วให้รีบหยิบออกจากพิมพ์และรีบพับขนมก่อน เมื่อขนมเย็นลงตามปกติรีบนำใส่ถุง ปิดปากถุงให้สนิทไม่ให้อากาศเข้าได้เพื่อไม่ให้ความชื้นทำให้ขนมไม่กรอบ 6. ในการวางขาย ไม่ควรตากแดดเพราะขนมจะนิ่มไม่กรอบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น