วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

เมี่ยงขิงอร้อย











เมี่ยงขิงอร้อย อร่อยสูตรภูผาน้ำมาฝากค่ะ
สูตรเมี่ยงขิงอร้อย อร่อยค่ะ จากภูผาน้ำรีสอร์ทมาฝากกัน อันว่าภูผาน้ำรีสอร์ทนี่เป็นรีสอร์ทแบบใหญ่โต สบ๊าย สบายท่ามกลางขุนเขาและเงาเมฆที่ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยนะคะ ที่โปรดปรานของครอบครัวเราในการไปเคานท์ดาวน์ทุกวันปีใหม่ค่ะ ใครอยากเจอกะครอบครัวเราสามารถไปเจอได้เลยค่ะ วันที่ 31 ธันวาคมอยู่แน่ๆ อิ อิ พูดเหมือนจะมีใครอยากเจองั้นแหละ หลงตัวเองซะ!!! กลับมาที่เมี่ยงขิงของเราดีกว่านะคะ เจ้าเมี่ยงขิงที่ว่านี้เราได้ทานครั้งแรกก้อที่ภูผาน้ำนี่ล่ะค่ะ คุณแม่ก้อติดอกติดใจซะเหลือเกินว่า อร้อย อร่อย ขนาดระดับแม่ครัวเอกอย่างคุณแม่ดิฉันติดใจ แสดงว่า น่าจะอร้อย อร่อยจริงนะคะ จากนั้นคุณแม่ก้อลองนำกลับมาทำทานที่บ้านดูค่ะ เพราะตอนนี้ที่ภูเรือขิงสดเยอะค่ะ เราก้อซื้อขิงสดมาตามรูปข้างต้น อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของเมี่ยงขิงนะคะ
ต่อมาหมูสามชั้นต้มค่ะ
กระเทียม
น้ำตาลปี๊บ
น้ำปลา และ ซีอิ้วหวาน
ขิงสดนี่เราปอกเสร็จก้อจะนำมาซอยฝอยประมาณนี้เลยนะคะ
ให้ดูชัดๆ ค่ะ ว่า ฝีมือแม่บ้านบ้านดิฉันซอยขิง เยี่ยมยุทธไหมคะ
หมูสามชั้นต้มก้อนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นะคะ
อย่างนี้เลยค่ะ
จากนั้นพอหมูสามชั้นต้มหั่นเรียบร้อย เราตั้งกระทะเลยนะคะ เจียวกระเทียมซะก่อนค่ะ
พอกระเทียมเหลืองทองใส่หมูสามชั้นลงไปคะ
ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปค่ะ
ผัดๆๆ อย่าลืมเติมน้ำลงไปซะหน่อยด้วยนะคะ
ปรุงรสด้วยน้ำปลาและซีอิ้วหวานตามชอบ
สีก้อจะจัดขึ้นอย่างนี้
เคี่ยวไปจนเหนียวและน้ำงวดคะ
ได้ออกมาเป็นหมูหวานที่น่าทานมากๆ หม้อนี้ พักไว้ก่อนค่ะ มาจัดการขิงกัน
นำเจ้าขิงซอยฝอยมา
ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเต็มกำลังค่ะ
ลงน้ำมันร้อน ใส่ขิงลงไปฉ่าเช่นนี้
คราวนี้ก้อทอดไปเรื่อยๆ คะ
ทอดต่อไป
และต่อไป
จนเหลืองกรอบเช่นนี้ นำขึ้นตั้งให้สะเด็ดน้ำมัน
นำมาใส่จานคะ
เอาหมูหวานจากในหม้อมาโรยแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกะให้กำลังพอดีนะคะ
จากนั้นวิธีทาน ไม่ยากค่ะ ตักเมี่ยงขิงพอดีคำ
นำใบชะพลูสดล้างสะอาดมา
ห่อด้วยใบชะพลูค่ะ วางมะนาวหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า และพริกขี้หนูสดหั่น แล้วส่งเข้าปากเลยนะคะ ไม่ต้องใช้น้ำจิ้มอะไรอีกแล้วค่ะ จะได้รสขิงที่มีเผ็ดนี้ดนึง รสหมูหวานที่หวานเค็มกลมกล่อม รสเปรี้ยวของมะนาว รสเผ็ดของพริก และความหวานกรอบของใบชะพลูที่ห่ออยู่ ครบทุกรสชาติอร่อยมากๆ ค่ะ ลองทำทานดูสิคะ

ที่มาจาก oknation.net/blog/thairesearch

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น