วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หมกกิ้งก่า










หมกกิ้งก่า
มาต่อกันเลยครับ...สำหรับเมนู หมกกิ้งก่า หรือ หมกกะปอมว่าด้วยคำว่าหมกแล้ว มันก็ละม้ายกล้ายกับการอบด้วยแผ่นฟลอยนี่หล่ะครับเพียงแต่การหมกตามแบบฉบับพื้นบ้านทางภาคอีสาน คือการอบด้วยใบตอง อาจจะพอฉ่ำ ๆ ไปจนถึงแห้ง ๆ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหรือแล้วแต่ความนิยมชมชอบของแต่ละบุคคลกิ้งก่า หรือ คนอีสานมักจะเรียกติดปากกันว่ากะปอมเมื่อจับได้มา ก่อนปรุง ก่อนทำ ก่อนแปรรูป ก็ตั้งจัดการกับหนังของพวกมันเสียก่อนผิวหนังของกิ้งก่านั้น ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดบาง ๆ ต่างกันกับแย้ แย้ไม่มีเกล็ดดังนั้นการลอกหนังกิ้งก่า หากต้องการทำได้โดยง่าย ต้องนำมันไปนอนไฟก่อนครับเราไม่ต้องการให้เนื้อของเจ้ากิ้งก่านั้นสุกมากนัก เพียงแค่ต้องการให้เกล็ดชั้นนอกสุกร่อนนิดหน่อยเท่านั้นทีนี้เราก็สามารถลอกหนังของมันออกได้โดยง่ายผมมักจะให้พนักงานที่ร้านมาช่วยอยู่เสมอ ทั้งสองคนนี้เรียนเอกชีวะวิทยา เรื่องสิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิต พวกเขาจึงถนัดนักกิ้งก่าที่ถูกจัดการลอกหนังจนเสร็จสิ้น จะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ

เมื่อเราจัดเตรียมวัตถุดิบหลักเป็นที่เรียบร้อย
ต่อไปก็เป็นเรื่องของการลงมือปรุงหมกกะปอมแล้วนะครับ
เริ่มแรก คือ เตรียมใบตองจำนวนหนึ่ง
ตามด้วยเครื่องเทศ
ประกอบไปด้วย พริกผง พริกสด ผักอีตู่(ใบแมงลัก) ตะไคร้ ผักชี เกลือ คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้ครับ
เมื่อเอาเครื่องในกิ้งก่าออก หากเจอไข่ อย่าทิ้งนะครับ
ไข่ของสัตว์เลื้อยคลาน ทั้งอร่อยและมีประโยชน์มาก
สับกิ้งก่าให้ละเอียดพอเหมาะ
นำเครื่องเทศโขลกพอประมาณ แล้วคลุกเล้าให้เข้ากันกับเนื้อกิ้งก่า
แล้วนำไปวางบนใบตอง
เกล็ดเล็ก ๆ น้อย ในการทำหมกพื้นบ้านก็คือ
ให้นำใบตอง มาพับหรือม้วน เล็กน้อย แล้วยัดวางไว้ตรงกลางระหว่างหมก ก่อนนำไปเผาไฟ
จะทำให้หมกนั้น สุกอย่างทั่วถึง
เมื่อกำลังจัดท่าห่อ ให้นำน้ำ หยอดเข้าตามชั้นของใบตอง ทำกี่ชั้น ก็หยอดตามนั้น มันจะเป็นการทำให้หมกไม่แห้งติดใบตองครับ
ห่อแล้วกลัดด้วยไม้ไผ่ แล้วก็นำไปนอนบนไฟอ่อน ๆ ได้เลย
รอจนสุก แห้ง หอม นานประมาณ 20 นาที เป็นอันเสร็จพิธีครับ
หมกกิ้งก่าที่ผมปรุงกันขึ้นมา นอนไฟจนเพลินไปหน่อยครับ
พวกเรามัวแต่นั่งทำงานกัน จนลืมออกไปดู...ผลก็เลยเป็นเช่นนี้...แต่รสชาติก็ยังโอเคอยู่ครับ
เมนูหมกกะปอมสำหรับวันนี้ ก็เป็นอันเรียบร้อย
หากไม่ต้องการความยุ่งยาก ไม่ต้องหมกก็ได้...ปิ้งไฟอ่อน ๆ ก็กินกันได้เลยครับผ้ม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น