วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ต้มกระดุกหมูกับใบส้มเกรียบ





ต้มกระดุกหมูกับใบส้มเกรียบ
ได้มีโอกาสอยู่บ้านในวันหยุด แต่ก้เป็นเรื่องปกติในการทำอาหารของผม วันก่อนไปซื้อแกง ๒ ถุงราคา ๘๐ บาท ยังนึกเสียดายเงิน เสียดายที่ไม่ถุกปาก การทำอาหารทานเองที่บ้านราว ๙๐ ปอร์เซ็นต์ คืออาหารทำเอง เด็กๆจะต้องนั่งทานอาหารเช้าพร้อมกันบนโต๊ะอาหาร ( แต่ก่อนนั่งพร้อมกันบนสาดจูก หรือเสื่อกระจูด ) ...เรื่องของเรื่องคือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้ไปเยี่ยมญาติสนิท มิตรสหายซึ่งเป็นคนพัทลุง แต่ไปอยู่ที่ราไวย์ ที่บ้านของเขาได้นำต้นเกรียบ ( ไม่รู้ว่าหลายๆท่านจะรู้จักหรือไม่ ) ซึ่งเป็นไม้เลื้อย ใบเปรี้ยว เช่นเดียวกับใบชะมวง คนพัทลุงมักจะนำมาต้มกับหมู หรือวัว ให้รสชาติเปรี้ยวดีกว่าใบชะมวง เพราะใบของมันจะกรุบกรอบมากกว่า..ครับ

ต้นเกรียบทำซุ้มประตูบ้าน..ขัดใจกล้องซัมซุงนี้จัง
น้าเอื้อนช่วยเก็บมาให้ผม ๑ ถุงใหญ่

มาถึงบ้านก้เป้นหน้าที่ของกล้องโอลิมปัส
รูดเอาแต่เฉพาะใบ
ก่อไฟด้วยไม้ฟืน ไม่ต้องห่วงเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า กิ่งไม้ยางพาราเยอะแยะ
กระดูกหมูใส่น้ำ เกลือ น้ำปลา หอม ตะใคร้ ..ต้มจนเดือด วันนี้เด็กๆได้เรียนพิเศษอยู่กับบ้าน ในวิชา เตาไม้ฟืน และคงไม่มีสถาบันใดเปิดสอน เด็กๆจะได้เรียนรู้ว่า ผู้คนเมื่อครั้งแต่กอนเขาอยู่กันอย่างไร ในสมัยที่ยังไม่มีเตาแก้ส..เมื่อเขาเติบใหญ่ขึ้นมา แค่จะไปหาดูสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีให้เห้นกันแล้ว..อินเตอร์เน็ตคือที่พึ่งของเขาในทุกๆเรื่อง

ใส่ใบเกรียบลงไป
แป้บเดียว ก็เหี่ยวแล้ว
กำลังเดือดได้ที่
เกือบจะได้ที่แล้ว
หนูน้อยบนเหล็กขูด กับต้มกระดูกหมูกับใบเกรียบ
เสร็จแล้วหน้าตาเป็นอย่างนี้ครับ..ช่างป่อง...ต้มกระดูกหมูกับใบส้มเกรียบ
ดูกันใกล้ๆชัดๆอีกภาพ เป็นอาหารแบบบ้านๆของชาวปักษ์ใต้ แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใบส้มเกรียบนี้จะมีที่จังหวัดอื่นหรือไม่ แต่เท่าที่เคยได้ยินมา ไม่ค่อยมีครับ คงจะมีแค่ใบชะมวง แต่ใบส้มเกรียบ อย่างที่ผมบอกว่า ใบของมันจะกรุบกรอบ ให้ความเปรี้ยวเทียบเท่าใบชะมวงรสชาติไม่แตกจากจากใบชะมวง แต่มันให้ความกรอบเท่านั้นเอง..นับว่าเป็นเมนูแบบบ้านๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมี หรือสารตกค้างจากพืชผักครับ..สำหรับเมนุวันหยุด..ต้มกระดูกหมูกับใบส้มเกรียบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น