วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ต้มปลาค่อใส่ผักแก่นขม










ต้มปลาค่อใส่ผักแก่นขม
สำบายดีจ้าพี่น้องชาวบ้านมหา มื้อนี้มีเมนูอาหารพื้นบ้านทางอิสานบ้านเฮามาฝากคือเก่าจ้า
บ่สาธยายหลายควมเริ่มเข้าครัวกันเลยหลังจากที่ไป หย่างตลาดยามแลงๆมาได้ปลาค่อ(ปลาช่อนนา)กิโลละ 150 บาท
กับ ผักแก่นขม แก่นส้ม พระเอกของงานขีดละ 5 บาทหรือกิโลละ 50 บาทกะถือว่าบ่แพงถ้าบวกค่าขนส่ง
ล้างน้ำทำความสะอาดเด็ดเอาตะยอดอ่อน เลือกบ่ถืกว่าอั่นได๋แก่นขม อั่นได๋แก่นส้ม อิอิ หยุ๋มใส่กันเบิ้ดเลยละนางกะดาย
ย้อนว่าจื่อบ่ได้ตะน้อยๆแม่ใช้ไปหาผักแก่นขมมาใส่ต้มปลาแหน่นาง เผิ่นว่า เอาตะผักแก่นขมเด้อ
นางกะบ่ฮู้แล่วว่าแนวได๋คือผักแก่นขม นางกะโสก แซะมาเบิ้ดเลยว่าแต่ต้นคือๆกัน เป็นว่าใช้ได้
(นาติดบ้านหย่างลงท่งไปห้านาทีกะฮอดแล้วจ้า ริมฝั่งสระน้อยหม่องนอนเวน กะหาโสกเอาแถวๆฝั่งสระน้ำนั้นละ)

ภาษาอิสานมื้อละคือ โสก = เป็นคำกริยา ความหมายคือ แซะ ถาก ถาง แต่จะใช้กับอุปกรณ์น้อยๆ
อย่างเช่นว่า อิแม่ใช้ไปโสกหญ่าในป่ามอน กะหมายถึง แม่ใช้ไปแซะหญ่าในป่ามอน เป็นต้น...

ซื้อมา 2 ขีด เด็ดยอดเลือกหญ้าออกแล้วเหลือท่อนี้ละจ้า
ลัดขั้นตอนการคัวปลาค่อ(เพื่อความสบายใจของคนที่รักษาศีลห้า)นางขออภัยและขอบคุณเผิ่นแล้วละน้องปลา
ผักหอมและเครื่องปรุง จ้า (ผักกะแยง ตะไคร้ ข่าอ่อน)
ตั้งหม้อใส่น้ำพอเอ๊าะเจ๊าะ เพื่อซดน้ำแล้วก็ ทุบตะไคร้ ฝานข่าอ่อนเป็นแว่นๆ โยนลงใส่หม้อ
พร้อมๆกับเกลือปรุงรสเพื่อความกลมกล่อม และที่ขาดบ่ได้กะคือ น้ำนัวของอร่อยนั้นก็คือ...น้ำปลาร้า ใส่ลงไปทัพพีน้อยหนึ่ง

รอจักครู่ หม้อน้ำแกงเดือด ก็เชิญน้องปลาลงเล่นน้ำ อิอิแล้วก็ปรุงรสด้วย ผงนัว(ผงชูรส) ใส่ข้าวคั่วเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมของน้ำแกง

แล้วก็ปิดฝาหม้อจักครู่ หม้อเดือดแล้วหยุ๋มผักแก่นขม แก่นส้ม ลงไปปิดฝาหม้ออีกรอบ นับ 1-10 ในใจ

แล้วก็เปิดฝาหม้อใช้ทัพพีคนไปคนมา สองรอบกะพอย้านปลาเละบ่สวยงาม ซิมรสชาตเบื้องต้นก่อนว่าขมหรือส้ม
ปรากฏว่าออกรสขมมากกว่าส้ม นางกะเลยหาวิธีแก้ไขและแล้วก็คึดพ้อว่ามีบักกอกในตู้เย้น
แต่...บักกอกบัดสุกเละเบิ้ดเหลือบักกอกกำพร้าหน่วยเดียวกะเลยใส่ท่อนั้นละ เสี่ยงดวงเอาว่าบักกอกจะส่อยชูรสชาตของแกงให้แซบได้บ่

ผลที่ได้จากการทดลอง ปรากฏว่าแซบ จ้า ขมอ่ำล่ำ ส้มบักกอกนิดๆ เริ้ดไปเลย
ใส่ผักกะแยงกับต้นหอมปิดท้ายความอร่อย และเย๊าะน้ำปลาใส่อีกนิดหนึ่งก็เป็นอันเรียบร้อย จ้า
ตักใส่ถ้วยเสริ์ฟทันที เพราะหิวข้าวจนตาลาย มื้อนี้ตะลอนทัวร์ไปทำธุระในเมืองจนบ่ได้กินข้าวเที่ยง
จะกินกะพอกะเทินรวบยอดไปเป็นอาหารแลง พานะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น