วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Opera cake


ส่วนผสม Chocolate Ganache
ดาร์กช็อกโกแลตสับ 140 กรัม
ครีม 140 กรัม

Coffee Syrup
น้ำ 60 กรัม
น้ำตาลทราย 36 กรัม
ผงกาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนชา

Coffee Butter Cream
น้ำตาลทราย 87 กรัม
เกลือป่น ฝ ช้อนชา
น้ำ 25 กรัม
เนยจืด 125 กรัม
เนยขาว 50 กรัม
กลิ่นวานิลลา ฝ ช้อนชา
ไข่ขาว 25 กรัม
Coffee Syrup 20 กรัม

Opera Sponge
ไข่ไก่ 75 กรัม
ผงอัลมอนด์ 55 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 55 กรัม
แป้งสาลีสำหรับทำเค้ก 15 กรัม
เนย 12 กรัม
ไข่ขาว 50 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ฝ ช้อนชา

วิธีทำ
1. ทำ Chocolate Ganache ด้วยการต้มครีมให้ร้อน จากนั้นใส่ช็อกโกแลต ต้มจนช็อกโกแลตละลายและคนให้เนียนเข้ากัน ปิดไฟ พักไว้
2. ทำ Coffee Syrup ด้วยการต้มน้ำกับน้ำตาลทราย จากนั้นใส่กาแฟ คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น
3. ทำ Coffee Butter Cream ด้วยการตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู พักไว้ จากนั้นต้มน้ำกับน้ำตาลทรายจนเดือดและน้ำตาลละลายหมด จึงค่อยๆ เทน้ำที่ต้มลงในไข่ขาวที่ตีไว้ แล้วนำไปตีต่อจนกระทั่งส่วนผสมอุ่น จากนั้นใส่เนย เนยขาว กลิ่นวนิลลา และเกลือ พักไว้ให้เย็นจึงใส่ Coffee Syrup แล้วผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
4. ทำ Opera Sponge ด้วยการตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายจนฟูตั้งยอด พักไว้ ในเครื่องตีให้ผสมไข่ไก่กับผงอัลมอนด์ น้ำตาลไอซิ่ง และเนย จากนั้นใส่แป้งเค้กผสมให้เข้ากัน แล้วนำเมอแรงก์ (ไข่ขาวที่ตีจนฟูกับน้ำตาล) มาผสมโดยคนเบาๆ จนเข้ากันดี เทส่วนผสมลงในถาดอบสี่เหลี่ยมหนา 0.5 เซนติเมตร นำเข้าอบด้วยไฟ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 10 นาทีหรือจนสุก พักไว้ให้เย็น
5. วิธีประกอบ วางเนื้อสปองจ์เค้กไว้ล่างสุด ราดทับด้วย Ganache และ Butter Cream วางเค้กอีกชั้นประกบ ทำ 3 ชั้น โดยชั้นบนสุดราดด้วย Ganache และโรยด้วยผงโกโก้ ตัดเป็นชิ้นแล้วเสิร์ฟ

Cheese Fondue


Ingredients
Emmental Cheese 1 ถ้วย
Gruy่re Cheese 2 ถ้วย
กระเทียมโขลกละเอียด แล้วคั้นน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
ไวน์ขาว 1 1/2 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
เหล้า Kirsch (เหล้าเชอร์รี่) 1/2 ถ้วย
พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา
ลูกจันทน์ป่น 1/4 ช้อนชา
ขนมปังแผ่นหนาหั่นลูกเต๋า


Methods
1. ขูดชีสทั้ง 2 ชนิด พักไว้


2. ต้มไวน์ขาวกับน้ำมะนาวให้เดือด ใส่น้ำกระเทียมและชีสทั้ง 2 ชนิด


3. ผสมแป้งข้าวโพดกับเหล้า Kirsch คนให้แป้งข้าวโพดละลาย เทใส่ในหม้อชีส ปรุงรสด้วยพริกไทยและลูกจันทน์ ต้มจนข้นเป็นครีม


4. เทใส่หม้อฟองดูที่มีไฟแอลกอฮอล์ เสิร์ฟพร้อมขนมปัง

Biscotti



ส่วนผสม

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ½ ถ้วย
เนยสดชนิดจืดนิ่มๆ ¼ ถ้วย
น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
เกลือป่น ¼ ช้อนชา
ผงฟู 2 ช้อนชา
ผิวเลมอนขูด 1 ลูก
แป้งโพเลนตา (Polanta) ½ ถ้วย
ไข่ไก่ตีพอแตก 1 ฟอง
บรั่นดีหรือเหล้ากลิ่นส้ม 2 ช้อนชา
อัลมอนด์ ½ ถ้วย
พิสตาชิโอ ½ ถ้วย

วิธีทำ
1. เปิดเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส แล้วผสมเนยกับน้ำตาลเข้าด้วยกันในเครื่องผสมจนเป็นครีม ใส่แป้งสาลี เกลือ และผงฟู ตีให้เข้ากัน ใส่ผิวเลมอน โพเลนตา ไข่ไก่ เหล้า ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน
2. ใส่อัลมอนด์และพิสตาชิโอลงไปผสม จากนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คลึงให้เป็นแท่งแบนๆ ยาว 9 นิ้ว กว้าง 2.5 นิ้ว เรียงใส่ถาดอบที่ปูรองด้วยกระดาษไข นำเข้าเตาอบ 30 นาทีจนอยู่ตัว นำออกจากเตาอบ พักไว้สักครู่
3.หั่น Biscotti 12 ชิ้น แล้วเรียงกลับใส่ถาดอบ เข้าเตาอบต่ออีก 10 นาทีจนกรอบ นำออกมาเรียงบนตะแกรงให้เย็นสนิท เก็บใส่ขวดโหลได้นาน 1 สัปดาห์

Tip

Biscotti หรือขนมคุกกี้จากอิตาลีนี้จะเสิร์ฟด้วยการจิ้มกับไวน์หวาน Vin Santo หรือเสิร์ฟพร้อมกาแฟก็ได้

Choco-Coco Macaroon


ส่วนผสม
อัลมอนด์บดละเอียด 250 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 250 กรัม
ไข่ขาว 200 กรัม
น้ำตาลทราย 200 กรัม
น้ำสะอาด 65 กรัม
ผงโกโก้ 25 กรัม
สีผสมอาหารสีแดง 1 กรัม
ดาร์กช็อกโกแลต 100 กรัม
Trimoline 15 กรัม
ครีมสด 260 กรัม
ไวต์ช็อกโกแลต 150 กรัม
เหล้า Malibu 10 กรัม
มะพร้าวขูดคั่ว 50 กรัม

วิธีทำ
1. ทำน้ำเชื่อมโดยต้มน้ำกับน้ำตาลเข้าด้วยกันให้ได้อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส นำไข่ขาว 100 กรัมใส่โถตีเค้ก ตีให้ตั้งยอด ลดอุณหภูมิน้ำเชื่อมให้เหลือ 114 องศาเซลเซียส พร้อมกับลดความแรงของโถตี ค่อยๆ เทน้ำเชื่อมลงในโถตีเค้ก เมื่อเทส่วนผสมหมดก็เพิ่มความแรงของโถตีแล้วตีจนส่วนผสมเย็นลง เทใส่ชามผสม

2. ร่อนอัลมอนด์กับไอซิ่งรวมกัน แล้วผสมกับไข่ขาวที่เหลือจนเข้ากัน แล้วค่อยๆ ผสมกับส่วนผสมที่ทำไว้จนเข้ากันดี จากนั้นแบ่งส่วนผสมออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งผสมกับโกโก้ อีกส่วนผสมกับกับสีแดง

3. ตักส่วนผสมใส่ถุงบีบอย่างละครึ่งถุง บีบลงบนถาดอบที่รองด้วยแผ่นซิลิโคนเป็นทรงกลม ทิ้งไว้ด้านนอกประมาณ 30-60 นาที แล้วนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส 5 นาที นำถาดออกมาสลับด้าน อบต่ออีกประมาณ 5-7 นาที นำออกจากเตาอบ ทิ้งไว้บนถาดจนคายความร้อน

4. ทำไส้ช็อกโกแลตโดยต้มครีม 125 กรัมกับทรีโมลีน 5 กรัมจนเดือด แล้วเทใส่ดาร์กช็อกโกแลต คนให้ละลายเข้ากัน ถ้าให้ดีควรเก็บในตู้เย็นข้ามคืนก่อนใช้

5. ทำไส้มะพร้าวโดยต้มครีมกับทรีโมลีนที่เหลือด้วยกัน เมื่อเดือดจึงเทใส่ไวต์ช็อกโกแลต เติมเหล้ามาลิบูและมะพร้าวคั่ว คนให้เข้ากัน ถ้าให้ดีควรเก็บในตู้เย็นข้ามคืนก่อนใช้

6. บีบครีมทั้งสองชนิดลงบนมาการูน แล้วนำมาประกบกัน เสิร์ฟใส่จานหรือถาด

Milk shake


ส่วนผสม
นมรสช็อกโกแลต 1/2 ถ้วย
ไอศกรีมรสช็อกโกแลต 1 ถ้วย
วิปปิงครีม 1/2 ถ้วย
น้ำตาลไอซิ่ง 1/4 ถ้วย
สตรอว์เบอร์รี่สดและช็อกโกแลตขูดสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
1. ตีวิปปิงครีมกับน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกันจนแข็งตัว ตักใส่ถุงบีบแล้วแช่เย็นไว้
2. ปั่นนมและไอศกรีมเข้าด้วยกันจนเนียน เทใส่แก้ว
3. บีบวิปครีมด้านบน ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่หรือช็อกโกแลตขูด

Tips

อาจเปลี่ยนเป็นนมรสสตรอว์เบอร์รี่ปั่นกับไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี่ หรือนมรสจืดปั่นกับไอศกรีมรสวานิลลาก็ได้
ถ้าอยากให้เย็นนานขึ้นอาจใส่น้ำแข็งบดปั่นรวมกันได้

Pumpkin Mousse Pie


ส่วนผสมพาย
แครกเกอร์บุบหยาบ 2 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
เนยสดนิดจืดละลาย 1/2 ถ้วย

มูส
เนื้อฟักทองบด 1 3/4 ถ้วย
บรั่นดี 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
เจลาตินชนิดผง 4 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
ผงอบเชย 1 ช้อนชา
ผงลูกจันทน์เทศ 1 ช้อนชา
ครีมเปรี้ยว (Sour Cream) 1/4 ถ้วย
วิปครีมตามชอบ

วิธีทำ
1. ผสมแครกเกอร์กับน้ำตาลทรายและผงโกโก้ จากนั้นใส่เนยละลาย ผสมให้เข้ากัน กรุลงในพิมพ์วงกลมแบบถอดก้นได้ขนาด 7 นิ้ว แช่ช่องแข็งไว้
2. ต้มน้ำเปล่ากับน้ำตาลทรายด้วยไฟค่อนข้างแรงจนเดือดและน้ำตาลทรายละลาย พักไว้
3. ผสมบรั่นดีและน้ำเปล่า ใส่ผงเจลาตินให้ดูดน้ำจนนิ่มประมาณ 5 นาที จากนั้นตีไข่ไก่ด้วยเครื่องตีไฟฟ้าหัวตีรูปใบไม้ด้วยความเร็วปานกลางจนฟู ปรับความเร็วเครื่องตีไข่ให้แรงขึ้น แล้วค่อยๆ เทน้ำตาลที่ต้มไว้ใส่ลงในไข่ทีละน้อยจนหมด ตีไข่ต่ออีกประมาณ 3 นาที
4. นำเจลาตินที่แช่น้ำไว้เข้าเตาไมโครเวฟ 30 วินาที หรือนำไปตั้งบนอ่างน้ำร้อนเพื่อให้เจลาตินละลายหมด แล้วจึงเทใส่เครื่องตีไข่ ลดความเร็วปานกลาง
5. ใส่เนื้อฟักทองบด ผงอบเชย ผงลูกจันทน์เทศ ครีมเปรี้ยว ผสมให้เข้ากันแล้วเทใส่พิมพ์ที่แช่เย็นไว้ แช่เย็นช่องธรรมดาต่ออีก 4 ชั่วโมงหรือจนแข็งตัว นำออกจากตู้เย็น ถอดพิมพ์ออก ตัดเป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมวิปครีม

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่ว






ความเป็นมา
ปลาเนื้ออ่อน
ปลาเนื้ออ่อน ปลาน้ำจืดยอดนิยม เป็นปลาไม่มีเกล็ด ด้านข้างแบน ช่วงหางโค้งงอเล็กน้อย สีของลำตัวเป็นสีเงินยวง หัวและตอนล่างของลำตัวจะมีสีแดงอมชมพูเรื่อๆ จีงมีอีกชื่อว่า "ปลาแดง"
ปลาเนื้ออ่อนจัดเป็นปลารสดี มีกลิ่นคาวน้อย มีเพียงก้างกลาง กินแล้วไม่ต้องกลัวว่าก้างจะตำคอ ปลาเนื้ออ่อนนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง ทั้งในรูปของปลาสด ปลาแห้งรมควัน และปลากรอบ โดยเฉพาะปลาแห้งรมควันนั้นต้องยกให้เป็นที่หนึ่ง เพียงนำไปอังไฟหรืออบให้ร้อนสักหน่อย จิ้มกินกับน้ำปลาเฉยๆ ยังอร่อย หรือนำไปปรุงเป็นต้มโคล้งปลากรอบก็เข้าที
จานอร่อยแบบง่ายๆ สำหรับปลาเนื้ออ่อนก็คือ ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม เมื่อทำความสะอาดปลาแล้วให้แช่น้ำปลาไว้สักครู่ พอให้น้ำปลาซึมเข้าในเนื้อปลา จากนั้นก็นำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนเนื้อปลาเหลืองกรอบ เจียวกระเทียมจนมีสีเหลือง ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลมาราด รสชาติของเนื้อปลานั้นจะไม่เค็มน้ำปลาโดดออกมา มีรสหวานของเนื้อปลาแทรก
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน จานเด็ดของปลาเนื้ออ่อนอีกจาน ซึ่งเคล็ดลับปลาต้องสด เวลาผัดน้ำพริกแกงให้ใส่ใบมะกรูดซอยลงไปด้วย จะทำให้น้ำพริกแกงมีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น จากนั้นจึงใส่ปลาตามลงไป ตอนนี้ให้ใช้ไฟแรง ปลาจะไม่คาว หรือนำปลาไปทอดกรอบแล้วค่อยนำมาทำฉู่ฉี่ก็ได้ หรือจะทำเป็นแกงอ่อม ก็อร่อยไม่แพ้กันแต่เวลานำปลาลงในหม้ออย่าคน เพราะจะทำให้คาวและเนื้อจะเละ

ปลาเนื้ออ่อนนึ่งจิ้มแจ่ว
ส่วนผสม
ปลาเนื้ออ่อนหนัก 400 กรัม 1 ตัว ตะไคร้ซอย 1 ต้น
ใบแมงลัก 1/2 ถ้วย พริกไทยเม็ด 11 เม็ด
น้ำปลา 1 ช้อนชา ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา

ผักลวก เช่น ชะอม กะหล่ำปลี กวางตุ้ง กระเจี๊ยบ บวบหอม บวบงู เป็นต้น

วิธีทำ
1. ล้างปลา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างอีกครั้งให้สะอาด บั้งตัวปลา
2. โขลกตะไคร้ พริกไทย ใบแมงลัก เข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่น้ำปลา ซีอิ๊วขาว นำไปเคล้ากับตัวปลาให้ทั่ว จัดใส่จาน นึ่งในน้ำเดือด ไฟแรง นาน 7 นาที ยกลง
3. จัดผักลวกชนิดต่างๆ ใส่จานปลานึ่ง รับประทานกับแจ่ว
หมายเหตุ แจ่ว ทำได้โดยโขลกพริกหนุ่ม หอมแดง กระเทียม เข้าด้วยกันพอหยาบ ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า และน้ำมะขามเปียก หรือ ปลาแดกบอง กับข้าวหนาวร้อนๆ

ต้มมะระยัดใส้หมูสับ


ส่วนผสม
- มะระ 2 ลูก
- หมูสับ 300 กรัม
- กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชีหั่นละเอียด 2 ราก
- ซิอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
- ซ๊อสหอยนางรม 2 ช้อนชา
- น้ำตาล 2 ช้อนชา
- เห็ดหอม 3 ต้น (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)
- แครอทหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 ลูก
- เกลือ (เพื่อลดความขมของมะระ)
- น้ำซุป 3 ถ้วยตวง (หรือน้ำเปล่า)
- พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ
1.ล้างมะระให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นความยาวประมาณ 2 นิ้ว ควักเอาไส้ภายในมะระออกให้หมด จากนั้นทาเกลือภายนอกและภายในให้ทั่ว ทิ้งไว้ 10 - 15 นาที แล้วจึงนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าจนสะอาด

2.ในชามขนาดกลาง, ใส่เนื้อหมู, กระเทียม, รากผักชี, ซิอิ๊วขาว (1 ช้อนโต๊ะ), ซ๊อสหอยนางรม (1 ช้อนชา)และน้ำตาล (1 ช้อนชา) นวดด้วยมือจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงนำไปยัดใส่ในมะระที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่ง

3.นำน้ำซุป (หรือน้ำเปล่า) ไปใส่ในหม้อและนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง รอจนเดือดจึงใส่มะระยัดไส้, เห็ดหอม, แครอท, ซิอิ๊วขาว (1 ช้อนโต๊ะ), ซ๊อสหอยนางรม (1 ช้อนชา) และน้ำตาล (1 ช้อนชา) หลังจากใส่เครื่องปรุงทั้งหมด รอจนน้ำซุปเดือดอีกครั้งจึงหรี่ไฟลง ตุ๋นทิ้งไว้ด้วยไฟอ่อนอย่างน้ิอยหนึ่งชั่วโมง (ยิ่งตุ๋นนาน รสชาตของน้ำซุปยิ่งอร่อยขึ้น)

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ไก่ย่างกระเทียมพริกไทย







ไม่รอช้ามาดูส่วนผมผสมกันดีกว่า
1.รากผักชีกระเทียมพริกไทย...และผงขมิ้น
2.น้ำมันหอย
3.ซอสปรุงรส
4.ผมซุปไก่
5.น่องติดสะโพก 3 โล

1.นำน่องติดสะโพกมาบั้งเพื่อให้เครื่องปรุ่งเข้าเนื้อไก่.....
ใส่กระเทียมสับลงไปคลุกให้ทั่ว.ใส่ผงซุปไก่ลงไปนิดหน่อยอ่ะ...เอาแบบไม่มีผงชูรสนะครับ
ใส่น้ำมันหอยและซอสปรุงรสลงไป.ใส่กระเทียมกับพริกไทยเม็ดตำละเอียดลงไป...เสร็จละ เตรียมนำไปย่างจ้า
ย่างไก่ด้วยเครื่องนี้จ้า.อบจนสุกให้หนังกรอบกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ...สุดยอดครับพี่น้อง


ที่มาจาก meewaew

ไก่กรอบขิงฝอยทอด


ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)

- ไก่ตอนต้มหั่นเต๋า 1 ถ้วย
- ขิงฝอยทอดกรอบ 1 ถ้วย
- ขิงสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรมแม็กกี้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสต็อก 1 ถ้วย
- ผักชี 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย

วิธีทำ

นำไก่ตอนที่หั่นเป็นเหลี่ยมพอคำหมักด้วยซอสปรุงอาหารแม็กกี้ ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ และขิงสับ คลุกด้วยแป้งบางๆ ทอดในน้ำมันร้อนจัด เพราะเป็นไก่นึ่งสุกแล้ว จึงกรอบเร็ว พักไว้ ทำซอสด้วยน้ำสต็อก 5+5+5 (ซึ่งมาจากส่วนผสมซอสปรุงอาหารแม็กกี้ 5 ช้อนโต๊ะ,ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ 5 ช้อนโต๊ะ,น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง) น้ำตาลปึก ขิงสับ เคี่ยวจนข้น คลุกเคล้าให้เข้ากันหรือตักราดบนไก่กรอบ โรยหน้าด้วยขิงฝอยทอดและผักชี แค่นี้ก็อร่อยแล้วล่ะค่ะ

เคล็ดลับหุงข้าวอย่างมืออาชีพ


สำหรับคนไม่ถนัดทำกับข้าว แค่หุงข้าวง่าย ๆ ด้วยหม้อไฟฟ้า ก็อาจไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ใจปรารถนา วันนี้จึงมีวิธีแก้ไขปัญหา สำหรับพ่อครัวแม่ครัวมือใหม่มาฝาก


การหุงข้าวใช่ว่าทุกคนจะทำออกมาได้ดี แม้จะใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าก็ตาม บางทีใส่น้ำมากไปข้าวก็แฉะ บางครั้งใส่น้ำน้อยไปข้าวก็สุก ๆ ดิบ ๆ หากใครเคยประสบปัญหาเหล่านี้ อย่าเพิ่งนำไปทิ้ง เพราะมีวิธีแก้ไขได้


ถ้าหุงข้าวแฉะเกินไป ให้นำขนมปังสัก 2-3 แผ่น ไปวางในหม้อหุงข้าว กดหุงอีกครั้ง จะช่วยแก้ปัญหาให้ข้าวไม่แฉะได้ สาเหตุเพราะขนมปังช่วยดูดซับน้ำและความชื้นเอาไว้ หรือถ้าใช้หม้อธรรมดา ไม่ได้ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ให้ตั้งบนเตาด้วยไฟอ่อน ๆ หรือแก๊สอ่อน ๆ พักไว้ประมาณ 10 นาที ข้าวในหม้อก็จะสวยขึ้น


กรณีหุงข้าวแล้วข้าวสุก ๆ ดิบ ๆ แก้ปัญหาโดยการละลายน้ำเกลือแล้วพรมลงบนฝาหม้อ โดยต้องปิดฝาหม้อให้สนิทสัก 10-15 นาที จะช่วยทำให้ข้าวสุกนุ่ม น่ารับประทานได้


แต่ถ้าอยากให้ข้าวออกมาดูสวยน่ารับประทาน ให้ใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนชา ลงไปในข้าวที่กำลังหุงอยู่ (ตอนยังเป็นน้ำ) เมื่อข้าวสุกแล้ว เมล็ดข้าวที่ได้จะสวย สะอาด ขาว น่าทานยิ่งขึ้น.

กระเพราเนื้อสับพริกไทยอ่อน แซบเด็ดเผ็ดร้อนถึงทรวง


กระเพราเนื้อสับพริกไทยอ่อน

เนื้อสับหยาบๆ 1 ขีด
พริกสด 2 - 3 เม็ด
กระเทียม 3 - 4 กลีบ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยอ่อน กระเพราเด็ดเป็นใบๆ กระชายซอยเป็นเส้นๆ
น้ำปลา น้ำตาล ซอสปรุงรส ปริมาณตามความชอบ

วิธีทำ
ได้ส่วนผสมครบแล้วก็ลงมือตำพริกกับกระเทียมเข้าด้วยกันแต่ไม่ต้องละเอียดมาก จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอร้อนแล้วใส่พริกกับกระเทียมที่โขลกลงไปผัดให้มีกลิ่นหอม ตามด้วยเนื้อสับ ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาล ผัดคลุกเคล้าเข้ากันจนเนื้อสุก ซึ่งตอนนี้อาจะเติมน้ำหรือน้ำซุปลงไปด้วยนิดหน่อย บรรเลงเพลงผัดสักครู่ จึงใส่กระชาย และ พริกไทยอ่อน กระเพราเด็ดใบๆ เพื่อเพิ่มรสชาติให้ดุเด็ดเผ็ดร้อนยิ่งขึ้น

แกงจืดเต้าหู้ไข่หมูเด้ง


ส่วนผสม

1. เต้าหู้ไข่ 3 หลอด
2. น้ำซุป 4 ถ้วย
3. หมูบด 50 กรัม
4. ต้นหอมหั่นท่อน 1 ต้น
5. ผักชี 1 ต้น
6. ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมันพืช 1/4 ช้อนชา


วิธีทำ

1. ผสมหมูบดกับซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา หมักไว้ซักครู่
2. นำน้ำซุปใส่หม้อตั้งไฟให้เดือด นำหมูที่หมักไว้มปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าลูกชิ้นทั่วๆ ไป ใส่ลงไปในน้ำซุปที่กำลังเดือด เคี่ยวจนหมูสุกดี
3. ใส่เต้าหู้อ่อนลงไปในหม้อ ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว เหยาะพริกไทยเล็กน้อย
4. พอเดือดใส่ต้นหอม ผักชี ยกลงจากเตา ตักใส่ชามเสิร์ฟร้อนๆ

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับทำความสะอาดกระทะไหม้


เวลาประกอบอาหารบางชนิด หากไม่ระมัดระวังไฟแรงเกินไป ก็อาจทำให้กระทะไหม้ได้ อยากรู้วิธีกำจัดคราบดำที่เกิดขึ้นไหม วันนี้มีมาฝาก

ล้างกระทะภายหลังการประกอบอาหารมื้อใหญ่เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ไหนจะมีคราบมัน ไหนจะมีคราบดำจากรอยไหม้ ถ้าหากว่าเคยกลุ้มใจเรื่องนี้แล้วล่ะก็ สบายใจได้ วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเคล็ดลับในการกำจัดรอยไหม้บนกระทะมาฝากไปให้เลือกใช้กัน

วิธีแรก ลองเติมน้ำยาล้างจานลงไปในกระทะตั้งไฟให้พอร้อน แล้วนำไปล้างทำความสะอาดตามปกติ เพียงเท่านี้คราบดำของรอยไหม้ก็จะหลุดออกมา หรือจะลองนำกระทะตั้งใส่น้ำลงเล็กน้อยแล้วเอาหัวหอมทุบพอแตก 3-4 หัว ต้มจนเปื่อย จากนั้นจึงนำกระทะไปล้างน้ำตามปกติ

ต่อมาเป็นวิธีที่หลาย ๆ คนให้การยอมรับ นั่นคือ การใช้เบคกิ้งโซดา ซึ่งโดยมากแล้วร้านอาหาร เช่น ร้านหมูกระทะตามที่ต่าง ๆ ใช้วิธีนี้ คือ นำเบคกิ้งโซดาผสมพอน้ำข้น ทากระทะตรงรอยไหม้ไว้สักครู่ แล้วค่อยใช้ฝอยขัดหม้อขัดออก หรือถูที่ผิวกระทะด้วยเบคกิ้งโซดา แล้วล้างในฟองสบู่ที่ร้อน เสร็จแล้วล้างออก เช็ดให้แห้ง ตามลำดับ

แต่หากวิธีด้านบนยุ่งยากเกินไป กระทะที่ไหม้เกรียมหากต้องการล้างให้สะอาดขจัดรอยดำ ให้ใส่เกลือป่นลงไป ขัดถูแล้วล้างตามปกติ นอกจากขจัดคราบที่เกิดขึ้นแล้ว ยังช่วยกำจัดกลิ่นไหม้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เคล็ดลับข้อสุดท้าย ให้โรยน้ำส้มสายชูไว้ที่คราบไหม้ แล้วแช่ทิ้งไว้นาน 5 นาที หลังจากนั้นค่อยออกแรงขัดทำความสะอาดใหม่ จะพบว่าง่ายขึ้นจนไม่น่าเชื่อ แต่ถ้ามีรอยไหม้เยอะล่ะก็ให้นำน้ำส้มสายชูตั้งไฟจนร้อนมาถูคราบดำที่กระทะ หลังจากนั้นก็นำกระทะแช่ในน้ำร้อนจัดประมาณ 10 นาที เพียงเท่านี้คราบดำจะหลุดออกมาหมดเลย

แต่ถ้าวิธีที่กล่าวมาทั้งหมด ยังไม่สามารถกำจัดคราบดำเจ้าปัญหาไปได้ นำกระดาษทรายขัดเหล็กเบอร์ 1 มาขัดค่ะ โดยอย่าออกแรงเยอะ ให้ค่อย ๆ ขัด กระดาษทรายจะได้กินเฉพาะส่วนที่ไหม้ เป็นวิธีแก้ปัญหาอีกวิธีหนึ่ง

วิธีล้างปลาไม่ให้คาว


เคล็ดลับ วิธีล้างปลาไม่ให้คาว
วันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีล้างปลาไม่ให้คาวมาฝากคุณพ่อบ้านแม่บ้านกันอีกเช่นเคย สำหรับใครหลายคนที่ยังไม่รู้จักกับ วิธีล้างปลาไม่ให้คาว ล่ะก็วันนี้ได้เฮแล้วนะค่ะเพราะด้วย เคล็ดลับ วิธีล้างปลาไม่ให้คาว นี้นอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวของปลาอันไม่พรึงประสงค์แล้ววิธีล้างปลาไม่ให้คาวยังช่วยให้การล้างปลาของคุณสะอาดมากยิ่งขึ้นอีกด้วยซึ่งจะลดปัญหาของเมือกปลาที่ไหลย้อยและลดการลื่นของเมือกปลาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ นั้นไม่รอช้ามาฟังเคล็ดลับ วิธีล้างปลาไม่ให้คาว กันเลยดีกว่าค่ะ อ๋อลืมบอกไปอีกอย่าหนึ่งค่ะสำหรับวิธีล้างปลาไม่ให้คาวนี้เหมาะกับการใช้ประกอบอาหารทุกประเภทนะค่ะ
วิธีล้างปลาไม่ให้คาว

- ล้างน้ำสะอาดแบบธรรมดาก่อน 1 รอบ
- เอาเงือกปลาออกและขัดในท้องปลาให้สะอาดจากนั้นก็ล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้งให้สะอาด
- ขั้นตอนสุดนำแป้งมัน 1 ช้อนชา ลูบไล้ให้ทั่วตัวปลาทั้งหมด พักไว้ 1 นาที แล้วล้างน้ำสะอาดออก

ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้ปลาไม่คาวและลดเมือกของปลาไปได้เยอะเลยค่ะ

เคล็ดลับทอดไม่อมน้ำมัน




สำหรับผู้ที่ไม่ชำนาญแล้ว การทำอาหารเมนูทอดมักจะเกิดปัญหาอมน้ำมัน วันนี้มีเคล็ดลับการทอดอาหารให้กรอบอร่อยไม่อมน้ำมันมาฝาก

อาหารเมนูทอด เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คนก็จริง แต่ก็มีอันตรายด้วย จากการที่ได้รับน้ำมันมากเกินไป เพราะฉะนั้นเวลาทำอาหารประเภทนี้ จึงควรรู้เคล็ดลับการประกอบอาหารไม่ให้อมน้ำมัน เพื่อรสชาติที่อร่อย และสุขภาพที่ดี

โดยพระเอกของงานนี้ก็คือ "น้ำส้มสายชู" เพียงหยดน้ำส้มสายชูลงในน้ำมันเล็กน้อย จะทำให้เมนูทอดมีรสชาติดีขึ้น ไม่เลี่ยน และไม่อมน้ำมันด้วย ส่วนถ้าใครอยากได้อาหารทอดที่กรอบนาน ไม่เหม็นหืน แนะนำให้ใช้น้ำมันเมล็ดฝ้ายในการทอด เพราะน้ำมันชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยให้อาหารทอดเก็บไว้ได้นาน แถมยังมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำอีกด้วย

ส่วนเคล็ดลับเวลาประกอบอาหารก็คือ ต้องรอให้น้ำมันร้อนจัดเสียก่อน จึงค่อยใส่อาหารที่ต้องการลงไปทอด เพราะถ้าทอดนาน ๆ แล้วใช้ไฟอ่อน อาหารจะอมน้ำมัน และเมื่อสุกแล้วควรจะมีตะแกรงเพื่อให้น้ำมันหยดออกจากอาหาร และใช้กระดาษซับน้ำมันด้วยก็จะดีมาก

อีกอย่างหนึ่งคือ คนที่ชอบพลิกอาหารไปมาระหว่างทอดโดยไม่จำเป็น ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการอมน้ำมัน ควรรอให้สุกเหลืองไปด้านหนึ่งก่อน ค่อยพลิกกลับมาทอดอีกด้าน

แถมให้นิดนึงสำหรับคนที่ชอบทอดเฟรนช์ฟรายทานเอง ซึ่งมักประสบกับปัญหาอมน้ำมันอยู่บ่อย ๆ เพียงแค่นำเฟรนช์ฟรายไปแช่แข็งก่
อนนำไปทอด จะทำให้เฟรนช์ฟรายกรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปลานิลอบเกลือ







ทำง่ายๆๆ...สะดวกและรวดเร็วครับ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1.หม้อลมร้อน
2.ปลานิล สด ผ่าท้องควักไส่ออกเท่านั้น
3.เกลือ
4.ใบเตยกับตะใคร้
ยัดตะไคร้กับใบเตยลงไปในท้องปลา
ทาเกลือให้ทั่วตัวปลาทั้ง 2 ด้าน เอาไปคลุกเลยก็ได้จ้า
ใส่ลงไปในหม้อลมร้อนอบข้างละประมาณ 15 นาที แล้วกลับด้านตัวปลา
อบจนเหลืองขอบอก...น่ากินยิ่งนัก.
เนื้อหวานมาก...ไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้มเลยครับพี่น้อง...ลองทำกันดูนะจ๊ะ.


ที่มา meewaew ขอบคุณครับ

ราดหน้าหมี่กรอบ


หยุดปีใหม่ไม่ได้ไปไหน เลยมีเมนูมานำเสนอครับ
เครื่องปรุ่งมีดังนี้จ้า
1.กระเทียม 5 กลีบ
2.ปลาหมึก+กุ้ง-ลูกชิ้นเนื้อ หรืออะไรก็ได้ตามชอบครับ ใส่เยอะก็น่ากินขึ้น อิอิ
3.เต๋าเจียวตราเด็กสมบูรณ์ 1 ช้อนโต๊ะ
4.แป้งข้าวโพด 5 ช้อินโต๊ะ ผสมน้ำ
5.ซีอิ่วขาว เกลือ และน้ำตาล ชิมรสตามชอบครับ
6.คะน้าต้นเล็ก เห็ดหูหนู เห็ดฟาง แครอท
7.บะหมี่เหลือง 1 ห่อ

นำบะหมี่เหลืองลงไปทอดครับ น้ำมันเยอะๆๆหน่อย ทอดด้วยหม้อยิ่งดีครับ
เมือทอดหมี่เหลืองเสร็จก็พักไว้
จากนั้นเริ่มทำน้ำราดหน้ากันจ้า ใส่กระเทียมตำละเอียดลงไป
ผัดจนหอม ใส่ ปลาหมึก แครอท และผักลงไปเติมน้ำ ปรุงรสด้วย ซีอิ่วขาว เต๋าเจียว และน้ำตาล ชมรสตามชอบครับ
ชิมจนได้รสชาดที่โอเคแล้ว ก็ละลายแป้งข้าวโพด ใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความเหนี่ยวของน้ำราดหน้าครับ
เวลาทาน ก็เอา หมี่กรอบใส่ลงจาน ราดด้วยน้ำราดหน้าเป็นอันจบ อิ่มไปอีกมื้อ... ต้องขอโทษด้วยครับ ผมไม่ค่อยได้ตวงสูตรใช้ชิมเอาอะครับ

ยำหอยแครงทรงเครื่อง











ส่วนผสม
หอยแครงตัวโต ๆ กระชาย มะม่วง หัวหอม ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง มะนาว สะระแหน่ พริกขี้หนู ตะไคร้ น้ำปลา น้ำตาล

วิธีทำ
ตามภาพครับ

อื่นๆ
แซ่บ ขอบอก
ลวกหอยแครง แกะใส่ชาม
ซอย ๆ หั่น ๆ สุมนไพร เตรียมไว้ครับ
มะนาว น้ำตาล น้ำปลา คลุกให้ทั่ว ชิมรส (อร่อยใคร อร่อยมัน)
คุลก ๆ ๆ ๆๆ
กระชาย ต้นหอม ตะไคร้ หัวหอม พริกขี้หนู โปรยลงไปครับ
ตามด้วยมะม่วงซอย ผักชี
ชิมรสอีกรอบ เพื่อความมั่นใจ
พร้อมเสริฟต์ กินเป็นกับแกล้ม

ไก่เหนียวรวนต้มยำ










เปิดด้วยอาหารก่อนเพราะอยากนำเสนอเมนูทำง่าย อร่อย ไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้ม พกพาไปกินที่หมายสะดวก เหมาะที่จะเป็นกับข้าวและกับแกล้ม.....
ไก่รวนต้มยำ.....มาดูส่วนผสมกันก่อน อันแรกก็ต้องไก่อยู่แล้ว อันนี้เป็นไก่ไข่น๊ะครับเหนียวซักหน่อย จริงๆใช้ไก่บ้านอร่อยกว่ามาก แต่ตื่นสายตลาดวายซะก่อน...เนื้อวัวก็อร่อยครับ แต่เพื่อนๆไม่กินหลายคนเลยใช้ไก่ดีกว่า ใบมะกรูด พริกขี้หนู มะนาว ผักชีฝรั่ง อ้าว...ข่า ตะไคร้ หั่นข่าตะไคร้ รองก้นกระทะไว้ เติมน้ำนิดหน่อย ปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการจะเคี่ยวไก่นานรึเปล่า ในภาพถือว่าน้ำค่อนข้างเยอะแล้ว เพราะไก่ไข่เหนียวมากต้องเคี่ยวนานพอสมควร ใส่ไก่ทับลงไปเลย แล้วโรยใบมะกรูด ปิดฝาตั้งไฟได้เลย ไก่เหนียวเคี่ยวไปเรื่อยๆไฟกลางๆพอนานๆเปิดมากลับซะที ถ้ามันเยอะก็ช้อนทิ้งซะบ้าง พอน้ำงวด เติมพริกปรุงรส ด้วย น้ำปลา มะนาว น้ำตาลนิด ชูรส แล้วคอยพลิกคน ใว้ตลอด อย่าให้กระทะไหม้เด็ดขาดไม่งั้นเหม็นหมด โรยผักชีฝรั่ง ดับไฟก่อนน้ำแห้งสนิทน๊ะครับไม่งั้นอาจมีกลิ่นไหม้ เสร็จเรียบร้อย พกเข้าหมายได้ง่าย กินกับข้าวสวยหรือข้าวเนียวก็ได้ กินเล่นแกล้มน้ำชาก็แจ่ม ...ไป..เข้าหมายกันได้แล้วครับหมายใหม่ด้วย