วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มันเทศฉาบแบบนิ่ม.















หั่นมันเทศเป็นชิ้นขนาดใหญ่พอดี (เป็น ชิ้นสามเหลี่ยมขนาดพอคำ แบบ รันกิริ /หรือ เป็นแท่งๆ ก็ได้) จากนั้น นำไปแช่น้ำ ให้หายรสเฝื่อน สักพัก

..ล้างให้สะอาด แล้ว นำมาตัดเป็นขนาดชิ้นพอดีคำ( คำใหญ่หน่อย)


** นำไปแช่น้ำให้หายรสเฝื่อน แล้ว ผึ่งใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ


2. เอาน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟ พอน้ำเดือดก็เอามันเทศใส่ลงไปต้ม พอน้ำเดือดอีกครั้งก็ดับไฟ เทมันเทศใส่กระชอนพักไว้ให้สะเด็ดน้ำให้แห้ง (ช่วงนี้มันเทศจะเริ่มสุกบ้างแล้ว ..วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการทอด ที่จะต้องทำในขั้นต่อไป)


3. ใส่น้ำมันสำหรับทอดมากพอสมควรลงในกระทะตั้งไฟ.. จนน้ำมันร้อนได้ที่ระดับ 165℃ ให้ใส่มันเทศที่ทำเตรียมไว้ในข้อ 2. ลงไปทอดในกระทะ จนเนื้อมันเทศจับสีเหลืองทองกึ่งน้ำตาลอ่อน(สี คิสึเนะ -สีขนสุนัขจิ้งจอก) ก็ตักมันเทศออกมาผึ่งสะเด็ดน้ำมันข้างนอก



** หลังจากทอดเสร็จแล้ว สีจะออกเหลืองทอง แบบนี้


4. เทน้ำเปล่า ½ ถ้วยใส่หม้อ แล้วก็ใส่น้ำตาลทราย 150 g ลงไปผสม ตั้งไฟแรงปานกลาง พอน้ำตาลละลายก็เติม โชโหยุ 1 ช้อนชา ลงไปผสม จากนั้น ก็เอามันที่ทอดแล้วในข้อ 3 เทใส่ลงไปผสมในหม้อด้วย กลับมันทอดไป-มาในน้ำเชื่อม ให้น้ำตาลจับเคลือบผิวมันจนทั่วกัน


ใส่มันเทศที่ทอดเสร็จแล้ว ลงไปผสมกับน้ำเชื่อมที่เคี่ยวไว้จนข้นในหม้อ...


5. พอมันฉาบ ในข้อ 4. เริ่มเหนียวขึ้นเรื่อยๆ ก็ดับไฟ ..
เอาน้ำมันพืช ทาที่จานภาชนะ ตักมันฉาบ ที่ได้ใส่จาน โรยงาดำ เป็นอันเสร็จ


..มันเทศฉาบแบบนิ่ม...


ความคิดเห็นที่ 13
.. งาดำนั้น จะโรยหรือไม่โรยก็ได้ แล้วแต่คนชอบ..

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Green Tea Latte


ส่วนผสม

- ผงชาเขียว (สูตรกรีนทีลาเต้) ตราระมิงค์ 2 ช้อนชา

- นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ

- นมสด 4-6 ช้อนโต๊ะ



วิธีทำ

ใส่ผงชาเขียว (สูตรกรีนทีลาเต้) ตราระมิงค์ 2 ช้อนชาลงในถ้วยชง

รินน้ำร้อนลงไป 200 ml. แช่ 1-2 นาที หมั่นคน

กรองกากชาออก เติมนมข้นหวาน เทในแก้วที่มีน้ำแข็ง

แล้วราดหน้าด้วย นมสด หรืออาจใส่ไอศกรีมชาเขียว แล้วแต่ชอบ


สามารถชงด้วยเครื่องเอสเปรสโซ่ได้ โดยใส่ผงชาในด้ามอัด กดน้ำร้อนพอท่วมในด้ามอัด แช่ไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วจึงกดน้ำผ่านด้ามอัดให้ได้น้ำชาประมาณ 1/2 ถ้วยตวง

ปริมาณชาที่ใช้ในด้ามอัด จะใช้น้อยกว่ากาแฟเล็กน้อย เนื่องจากชามีการขยายตัว

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ฟักทองเชื่อม


ฟักทองเชื่อม
ส่วนผสม
1. ฟักทอง 1 กิโลกรัม
2. น้ำปูนใส 3 ถ้วยตวง
3. น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
4. น้ำ 1 ½ ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. ล้างฟักทองให้สะอาด ปอกเปลือกบาง ๆ ไม่ต้องให้หมดเกลี้ยงฝานไส้ออก ตัดเป็นชิ้นตามยาว หนา 1 นิ้ว แช่น้ำปูนใสประมาณ 30 นาที
2. เอาฟักทองขึ้น ล้างน้ำก่อนจะเชื่อม 1 ครั้ง
3. ใส่น้ำ 1 ถ้วยตวงในหม้อตั้งไฟพอร้อน ใส่น้ำตาลทรายลงคน พอละลายแล้วกรองใส่กระทะทองหรือหม้อสแตนเลส ตั้งไฟพอเดือดใส่ฟักทองลงเชื่อม (อย่าคนบ่อย) พลิกกลับชิ้นฟักทองบ้างนาน ๆ ครั้ง พอน้ำตาลเริ่มข้น ลดไฟลง เชื่อมจนชิ้นฟักทองใสตักขึ้น ใช้เสิร์ฟเป็นของหวาน
หมายเหตุ การเลือกซื้อฟักทองควรเลือกซื้อฟักทองเนื้อแน่น เหนียว เมื่อเชื่อม
แล้วจะได้ฟักทองเนื้อเหนียวไม่เปื่อย ยุ่ย

ทุเรียนเชื่อม




ส่วนผสม
- ทุเรียนแก่จัดๆๆ แกะเอาเม็ดออก
- น้ำตาลทราย 500 กรัม
- น้ำสะอาด 4 ถ้วย
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- มะพร้าวสดขูด ครึ่งกิโลกรัม
- น้ำปูนใส
วิธีทำ
- ทุเรียนแกะเอาเม็ดออกหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ ล้างให้สะอาด
- แช่ในน้ำปูนใสที่เตรียมไว้ประมาณ ครึ่งชั่วโมง แล้ววางสะเด็ดน้ำ

- นำใส่หม้อ เติมน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ลงไป และน้ำตาลทราย เกลือป่น ปิดฝาหม้อ แล้วยกตั้งไฟใช้ไฟแรง ประมาณ 15 นาที (ไม่ต้องคนค่ะ) ปิดไฟ ยกลงจากเตา

- เรามาเตรียมน้ำกะทิสดสำหรับราดกันนะคะ มะพร้าวสดขูด ครึ่งกิโลกรัม คั้นเอาแต่หัวกะทิ ใช้น้ำ 2 ถ้วยสำหรับคั้นหัวกะทิค่ะ น้ำหัวกะทิสดนี้สำหรับทานทันที หรืออีกวิธีหนึ่งถ้าให้เก็บน้ำหัวกะทิไว้ทานมือต่อไปด้วย ให้นำน้ำหัวกะทิสดตั้งไฟเคี่ยวใช้ไฟกลางๆ ประมาณ 10 นาที ก็ได้แล้วค่ะ
- เติมเกลือนิดหน่อยลงในหัวกะทิสด ชิมรสชาดตามชอบค่ะ

- ตักทุเรียนเชื่อมใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำหัวกะทิสด เสิร์ฟได้เลยจ้า
เป็นไงคะสูตรทุเรียนเชื่อมของดิฉันไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ ลองทำทานดูนะคะรับรองคนในครอบครัวติดใจแน่นอนค่ะ

หมูย่าง เทอริยากิ


ส่วนผสม
1.หมูติดมันหั่นบางๆ 1 กิโล
2.เทอริยากิซอสซื้อสำเร็จมาก็ได้คะ 2 ถ.
3.ไวน์ปรุงอาหาร หรือ เหล้าจีน 1/4 ถ.
4.เกลือป่น 2 ช.ช.
5.งาขาวคั่วแล้วบดหยาบๆ 1/2 ถ.
6.Bok Choy หรือที่เราเรียกว่ากวางตุ้งจีน นะค่ะ 1 ต้น

วิธีทำ
- นำมาล้างให้สะอาด แล้ว นำ ซอสเทริยากิ 1 ถ. เกลือ ไวน์ น้ำมันงา และงาคั่ว ผสมหมักหมูไว้อย่างน้อย 4.ช.ม. หรือข้ามคืนเก็บไว้ในตู้เย็น
- แล้วนำมาใส่ตะแกรง ตามใช้ย่างในเตาอบคะ หมุนไปที่ Boil เปิดจนสุดไฟที่เค้าให้มา ก่อนนำก่อนว่างหมูใส่ตะแกรงย่าง เอาถาดใส่น้ำเปล่า แล้วเอาตะแกรงวาง เพราะเวลาย่างน้ำมันหมูหยดแล้ว จะไม่เกิดควันในเตาอบ และไอน้ำจะทำให้เวลาย่างหมูเนื้อนุ่มด้วยคะ
- นำ Bok Choy ไปลวกในน้ำเดือด แล้วล้างด้วยน้ำเย็น บีบน้ำออกให้แห้ง นำไปจัดจาน
- เมื่อหมูสุกแล้ว หั่นเป็นชิ้น วางทับลงบนผัก Bok Choy แล้วราดด้วย น้ำเทริยากิที่เหลือ 1 ถ. โรยด้วยงาขาวที่บดหยาบๆ ตกแต่ง เสริฟ กับข้าวสวยร้อนๆ

กากหมูผัดพริกขิง


ส่วนผสม

* กากหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 2 ถ้วยตวง
* น้ำพริกผัดพริกขิง 2 ช้อนโต๊ะ
* ถั่วฝักยาวหั่น 1 ถ้วยตวง
* ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมันพืช

วิธีทำ

1. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำพริกผัดพริกขิงลงไปผัดจนหอม

2. ใส่กากหมูและถั่วฝักยาวลงไปผัดกับน้ำพริกให้ทั่ว ผัดจนถั่วฝักยาวสุกและนุ่ม

3. ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บและน้ำปลา จากนั้นจึงใส่ใบมะกรูดลงไป เร่งไฟแรง ผัดอย่างรวดเร็ว จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี จึงปิดไฟ

4. ตักใส่จาน เสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มทานเล่นก็ดี

แพนเค้กผัก อาหารเกาหลี


ส่วนประกอบ

แป้งสาลีอเนกปสงค์ 1 ถ้วย

ไข่ 2 ฟอง

น้ำเปล่า 1/3 ถ้วย

เกลือป่น 1/2 ชช.

ต้นหอม 3 ต้น

หอมแป้น 1 กำเล็ก

เห้ดหอมสด 2 ดอก

หมูสับ หรือ กุ้งสับ คนเกาหลีชอบใช้ของทะเลค่ะ ? ถ้วย

ขั้นตอนการทำ

1. ผสม แป้ง น้ำ ไข่ 1 ฟอง และเกลือ เข้าด้วยกัน

2. ซอยต้นหอม หอมแป้นยาก 1 ข้อ ส่วนโคนต้นหนาๆนั้นซอยเฉียง บางซอสเห้ดหอมบางๆ

3. นำ ต้นหอม และหอมแป้นซอย ลงในอ่างแป้งที่ผสมแล้ว ผลมเข้ากัน ตามด้วยเห็ดลงไปผสมด้วย คนเบาๆอย่าให้เห็ดหัดลง

4. ตั้งกะทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย พอกะทะร้อน เทส่วนผสมทั้งหมดนั้นลงไปกระจายให้แบนออกไปจนเต็มกระทะ พยายามทำให้แบนที่สุดค่ะ

5. นำหมูสับ โรยให้ทั่ว แล้วนำไข่อีกฟองตี่ แล้วโรยลงไปให้ทั่ว รอสักพัก จนทุกอย่างจับตัวกันเป็นแผ่นดี พลิกอีกด้านขึ้นอย่างเร็ว อย่าให้แพนเค้กขาดจากกัน

จะออกมาสีเหมือนในรูปสุดท้ายถือว่าดีค่ะ รอสักพักให้ด้านที่พลิกลงไปนั้นสุกดี

** แล้วใส่จาน พลิกด้านที่โรยหมูและไข่ขึ้น ทานกับ ซีอิ้วขาว หรือน้ำจิ้มอื่นที่ชอบได้ค่ะ

กุ้งเหยียด






กุ้งเหยียด เป็นอาหารพื้นเมืองอย่างหนึ่งของชาวจังหวัดสมุทรปราการ มีรสเค็มหวาน ตัวเหยียดตรง กุ้งเหยียดเป็นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กุ้ง และสามารถยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานมากยิ่งขึ้น เนื้อกุ้งที่ใช้ในการผลิตจะเป็นกุ้งรู ซึ่งเป็นกุ้งธรรมชาติพันธุ์พื้นบ้านของสมุทรปราการ และกุ้งชนิดนี้จะมีปริมาณมากในช่วงน้ำเกิด ถ้าเป็นช่วงน้ำตายจะไม่ค่อยมีกุ้ง หรือมีในปริมาณน้อย สาเหตุที่ใช้กุ้งรูนี้เพราะจะได้รสชาติที่ดีเนื้อแน่น และเหนียว ตัวสวย ในบางครั้งเมื่อไม่มีกุ้งรูที่จะใช้ในการผลิต จะใช้กุ้งกุลา หรือกุ้งแช่บ๊วยแทน

วิธีการทำ
คัดขนาดของกุ้งให้ได้ขนาดเดียวกัน ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำกุ้ง เรียงใส่หม้อ (หม้อเบอร์ 30 หรือ 32) ทีละตัวจับเรียงให้ถึงครึ่งหม้อแล้วจึงโรยเกลือเม็ด (ประมาณ 2 กำมือ)
จากนั้นเรียงกุ้งต่อไปอีกเรื่อยๆ จนเกือบเต็มหม้อแล้วจึงโรยเกลือเม็ดอีกครั้งหนึ่ง เสร็จแล้วโรยน้ำตาลทราย ประมาณ 1.3 กิโลกรัม พอโรยน้ำตาลทรายแล้วให้เอาฝาปิดให้มิด (ใช้ฝาที่ไม่มีหูจับ) แล้วเอาขอนไม้หรือเขียง ก็ได้วางทับที่บนฝาหม้อเพื่อไม่ให้กุ้งตัวงอ
สังเกตว่าน้ำจากบนฝาหม้อแห้งหรือยัง ถ้าแห้งแล้วเอาเขียงไม้ ที่ทับปิดฝาหม้อออก นำไม้พายเล็กๆ หรือไม้แบนๆ ค่อยๆ แซะหรืองัดกุ้งไม่ให้ติดก้นหม้อเพราะถ้ากุ้งติดก้นหม้อตัวกุ้งจะไหม้ดำไม่สวย
เอาฝาปิดไว้เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องใช้เขียงทับ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มเป็นยางจึงเทกุ้งใส่หม้อ (ใช้เวลาทำประมาณ 1 ช.ม.)

ปลาอินทรีนึ่งซีอิ้ว




ปลาอินทรีนึ่งซีอิ้ว
ส่วนผสม
1. ปลาอินทรีแล่เอาแต่เนื้อ 2 ชิ้น
2. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
3. เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
5. ต้นหอมหั่นเป็นท่อน
6. พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเป็นเส้น
7 ขิงซอย

วิธีทำ
1. ล้างปลาอินทรีให้สะอาด เช็ดด้วยผ้าขาวบางให้แห้ง
2. ผสมซีอิ้ว เหล้าจีน และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
3. นำปลาอินทรีใส่ชามเล็กราดด้วยน้ำซอส แล้วนำไปนึ่งประมาณ 10 นาที โรยด้วย ต้นหอมและ ขิงซอย พริกชี้ฟ้า เป็นอันเสร็จพิธี รับประทานได้ อร่อยแน่นอน

เส้นโซบะผัดเจ


ส่วนผสม

เส้นโซบะ 1 ถ้วย

เห็ดหอมปรุงรส 2 ดอก

เห็ดฟาง 3 ดอก

ข้าวโพดอ่อนผ่าครึ่งตามยาว 3 ฝัก

กะหล่ำปลีหั่นฝอย 1/2 ถ้วย

แครอทหั่นเป็นเส้น 1/4 ถ้วย

น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ


วิธีการทำ :

1. ใส่น้ำ 2 ถ้วย ตั้งไฟให้เดือด ใส่เส้นโซบะ พอเส้นลอยตักขึ้นผึ่งให้เย็นและแห้ง

2. ล้างเห็ดฟาง เฉือนโคนที่สกปรกออก หั่นแว่น

3. ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่เห็ดหอม เห็ดฟาง ข้าวโพด แครอท กะหล่ำปลี น้ำ ผัดให้ทั่ว ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว

4. ใส่เส้นโซบะ ผัดเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน

5. รับประทานกับพริกป่น ปรุงรสตามชอบ

ปลาแห้งกับแตงโม




ขั้นตอนการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยครับ แถมส่วนผสมก็หาได้ง่ายอีกด้วยครับ

ส่วนประกอบ

ปลาช่อนแห้ง แตงโม
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
หัวหอมแดงซอยแล้ว 3 ช้อนโต๊ะ(ถ้าชอบเพิ่มได้อีกนะครับ)
น้ำมันสำหรับเจียวหอมและผัดปลา

ตั้งน้ำมันเจียวหอมแดงซอยด้วยไฟอ่อนๆจนเหลือง ตักขึ้นพักไว้
เอาปลาช่อนแห้งไปปิ้งไฟจนได้ที่ ก็เอามาแกะเนื้อ เลือกก้างปลาออก แล้วเอาไปตำในครกจนละเอียด แล้วเอาช้อนยีให้ฟูครับ
ตั้งกระทะไฟแรง ใส่น้ำมันสักครึ่งช้อนโต๊ะ พอน้ำมันร้อน หรี่ไฟอ่อนๆเลยครับหรี่ให้อ่อนที่สุด แล้วรีบนำปลาที่ตำจนป่นลงผัดให้ทั่ว (ที่ตั้งไฟแรงก่อนแล้วหรี่ไฟอ่อน รีบนำปลาลงผัดเพราะจะทำให้ปลาไม่คาวครับ)
ผัดแบบใจเย็นไปเรื่อยๆนะครับ จนปลาแห้งดีและมีสีเหลืองสวยครับ
นำมาผสมกับน้ำตาล และหอมแดงเจียว เผื่อหอมแดงเจียวไว้โรยหน้าสักหน่อยนะครับ
ทานกับแตงโมแช่เย็นจัดครับ
หน้าร้อนแบบนี้ ได้ทานปลาแห้งแตงโม อร่อย ชื่นใจ จริงๆครับ

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วุ้นเส้นผัดแหนม










วุ้นเส้นผัดแหนม

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน

วันนี้ทำวุ้นเส้นผัดแหนมมาเสริฟเป็นมื้อเย็นค่ะ อาหารทำง่ายๆ แต่อร่อยนะ ซิบอกไห่ ^^

มาดูหน้าตากันเลยค่ะ มาเตรียมของกันค่ะ แหนม วุ้นเส้น อย่าลืมแช่น้ำให้นิ่มๆ ก่อนนะค่ะ
ผักต่างๆ ค่ะ ..... มะเขือเทศ แครอท หอมใหญ่ คื่นช่าย ต้นหอม พริกชี้ฟ้าแดง กระเทียม พริกขึ้หนูสวน และไข่ไก่
เตรียมของครบแล้ว ลงมือกันเลย ....... ตั้งน้ำมันเจียวกระเทียมให้หอมๆ ก่อน ตามด้วยแหนม แล้วตอกไข่ใส่ลงไป 1 ฟอง
ผัด ผัด ผัด ห๊อมมมมม หอม ใส่มะเขือเทศ แครอท หอมใหญ่ และพริกขี้หนูสวนลงไปผัดให้สุกค่ะ ผักสุกแล้ว ใส่วุ้นเส้น คื่นช่าย ต้นหอม พริกชี้ฟ้าแดง
ปรุงรสด้วยผงปรุงรส ซอสหอยนางรม ซีอิ้วขาวเห็ดหอม และพริกไทย ผัดเครื่องให้เข้ากัน ปิดไฟได้เลย
วุ้นเส้นผัดแหนม " เสร็จแล้ว ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ซักจาน อืมมมมมม อร่อย

ที่มา ก้นครัวพันทิป จากคุณ : บูตะ กะ กิมจิ

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ผัดเผ็ดซี่โครงหมู


ผัดเผ็ดซี่โครงหมู
เครื่องปรุง
ซี่โครงหมู หมู 300 กรัม
น้ำพริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
นมข้นจืด ½ ถ้วย
น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด 7-8 ใบ
พริกไทยอ่อน 2-3 ฝัก
พริกสด 1-2 เม็ด

วิธีทำ
1. นำซี่โครงหมู หมูมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ นำนมข้นจืดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะใส่ลงไปหมักกับเนื้อหมูที่หั่นไว้ประมาณ 15 นาที

2. นำใบมะกรูดและพริกสดมาล้างให้สะอาด ฉีกเส้นกลางของใบมะกรูดออก แบ่งใบมะกรูดที่ฉีกไว้ประมาณ 3-4 ใบมาหั่นให้เป็นฝอย ส่วนพริกสด นำมาหั่นเป็นเส้นๆ ไว้สำหรับโรยหน้าพร้อมใบมะกรูดหั่นฝอย

3. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันเริ่มร้อน ให้ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดจนน้ำพริกละลายและเริ่มหอม ก็ใส่ซี่โครงหมู ลงไป


4. ใส่นมข้นจืดลงไปประมาณ ¼ ถ้วย จากนั้นก็ผัดซี่โครงหมูกับเครื่องแกงไปเรื่อยๆ จนซี่โครงหมู หมูเริ่มสุกก็นำใบมะกรูดฉีก พริกไทยอ่อน และพริกสดที่หั่นไว้ (แบ่งมาครึ่งหนึ่ง) ใส่ลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) และน้ำตาลทราย จากนั้นก็ใส่นมข้นจืดที่เหลืออีก ¼ ถ้วยลงไป

5. ผัดให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน ชิมรสตามชอบ หมั่นคนเรื่อยๆ ต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีจนน้ำเริ่มงวด

วันนี้มีเคล็ดลับการปอกหอม โดยที่ไม่ให้มีน้ำตา



ก่อนจะเอาหัวหอมไปปอกเปลือก ก็แช่ไว้ในน้ำเย็นแบบนี้
เพื่อให้ความเย็นกดกลิ่นไม่ให้มันระเหยมาเข้าตา

พอปอกเสร็จแล้วก็ผึ่งให้แห้ง แล้วก็เอาไปเก็บในตู้เย็นใช้วันต่อไปได้
(ดีนะที่ยืนฟังเคล็ดลับจนจบ ถ้าไม่ได้ฟังตรงที่เอาไปผึ่งให้แห้งแล้วเก็บล่ะก็ เรียบร้อยเลย หัวหอมเน่าแน่)

ขอบคุณแม่ครัว(พี่น้อยสำหรับเคล็ดลับ พี่แกยังมีเคล็ดลับอีกเยอะ เดี๋ยวค่อยไปยืนดูพร้อมถ่ายรูป มาประกอบ อิอิ)

มะม่วงน้ำปลาหวาน








เครื่องปรุง

น้ำตาลปิ๊ป 3/4 ถ้วย
น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
น้ำปลา ¼ ถ้วย
กุ้งแห้ง ½ ถ้วย
หัวหอมแดง 3-4 หัว
พริกสด 3 เม็ด
พริกป่น 1 ช้อนชา
มะม่วงดิบ 1-2 ลูก


วิธีทำ
1. ปลอกเปลือกหัวหอมแดง ล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วซอยบางๆ เตรียมไว้


2. เด็ดขั้วพริก ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาซอยหยาบๆ ส่วนกุ้งแห้งก็นำมาป่นหยาบๆ พักไว้


3. ผสมน้ำตาลปิ๊ป น้ำตาลทราย และน้ำปลาลงในหม้อ นำไปตั้งบนไฟปานกลาง คนเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายหมด จากนั้นเคี่ยวต่อไปจนส่วนผสมข้น


4. ใส่หัวหอมแดงฝานลงไป คนเรื่อยๆ จนหัวหอมแดงสุกดีก็ปิดเตาและยกลง


5. ใส่กุ้งแห้งป่น พริกป่น และพริกขี้หนูซอยลงไป คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี


6. ตักน้ำปลาหวานใส่ถ้วย จากนั้นก็ยกเสิร์ฟพร้อมมะม่วงดิบฝานบางๆ ได้เลยค่ะ

ขนมจีบไทยตัวนก







ส่วนผสมไส้
5. อกไก่ (นึ่งสุก-แยกน้ำเก็บไว้-สับละเอียด) 250 กรัม
6. ถั่วลิสง (คั่ว-ร่อน-โขลกละเอียด) 1/2 ถ้วย
7. หอมใหญ่ (หั่นชิ้นเล็กๆ ละเอียด) 1/2 ถ้วย
8. รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
10. เกลือ 2-3 ช้อนชา
11. น้ำมันสำหรับผัด 1/2 ถ้วย

โรยหน้าและผักเคียง
12. กระเทียม (สับ-เจียว) 1/2 ถ้วย
13. ผักชี
14. ผักกาดหอม
15. พริกขี้หนู


1. กะทะทองใส่ แป้งข้าวจ้าว แป้งท้าว แป้งมัน น้ำผสมกัน ตั้งไฟกลาง กวนจนแป้งสุกใส ตักขึ้นมานวดจนนิ่ม ใช้แป้งมันทำแป้งนวล (กันติดมือ แต่ถ้ามากไปแป้งจะแข็ง) แบ่งแป้งปั้นเป็นก้อนกลม ใส่ถุงพักไว้
2. กะทะใส่น้ำมันผัดเครื่องโขลก (รากผักชี กระเทียม พริกไทย) จนหอม ใส่น้ำซุปที่นึ่งไก่ (เล็กน้อย) หอมสับ อกไก่สับ ผัดให้เข้ากัน จนสุก ปรุงรส น้ำตาลทราย เกลือ ให้มีรสเค็มนำ หวานตาม ผัดให้ตะหลิวยีๆ กดๆ
3. แป้งก้อนกลม ขึ้นเบ้า แผ่ออก ใส่ไส้ หุ้มให้มิด เหลือส่วนหัวไว้ ใช้ที่จับจีบรอบตัว (เอาที่จีบจุ่มแป้งมันกันติดเวลาหนีบ) ส่วนหัวนกติดงาดำทำเป็นตา ปากให้แครอทเสียบ วางเรียงในรังถึงปูใบตองทาน้ำมัน พรมน้ำก่อนนำไปนึ่งไฟแรง 5 – 8 นาที จนสุก จัดใส่จานทานกับผักกาดหอม ผักชี พริกขี้หนู กระเทียมเจียว

“ไข่เจียวต้มยำรวมมิตร”


แม้ไข่เจียวจะเป็นอาหารที่ทำง่าย รวดเร็ว และเอร็ดอร่อยสักเพียงใด แต่ถ้าจะให้กินไข่เจียวธรรมดา กับข้าวสวยทุกวัน ก็คงจะทั้งเบื่อ ทั้งเลี่ยน วันนี้ “กุ๊กเล็ก” เลยอยากจะนำเสนอเมนูเด็ด ที่เปลี่ยนไข่เจียวที่แสนธรรมดา มาเป็นไข่เจียวแบบประยุกต์ ที่ทั้งอร่อย และครบครันไปด้วยสารอาหาร กับเมนูที่ชื่อว่า “ไข่เจียว

ส่วนผสมมีดังนี้
ไข่ไก่ 3 ฟอง
นมข้นจืด3 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้สับหยาบ 3 ต้น
ใบมะกรูดซอย 6 ใบ
พริกขี้หนูซอย 5 เม็ด
น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนชา
หมูบด 0.5 ขีอ
กุ้งแชบ๊วย 1 ขีด
ปลาหมึก 0.8 ขีด
น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
มะนาวประมาณครึ่งลูก

วิธีทำ
เริ่มด้วยการแกะกุ้งแชบ๊วยเอาแต่เนื้อ หั่นกุ้งและปลาหมึกเป็นชิ้นพอประมาณ แล้วพักไว้ก่อน จากนั้นนำไข่ไปตีกับนมข้นจืด และน้ำพริกเผา ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนู หมูบด กุ้ง และปลาหมึก ปรุงรสด้วยน้ำปลา แล้วตีให้เข้ากันอีกรอบ จากนั้นตั้งน้ำมันในกระทะ ไฟปานกลาง รอจนกระทะร้อนจัดแล้วจึงนำไข่ลงทอด พอเหลืองสุกดีแล้ว ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย บีบมะนาวตามชอบ กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็อิ่มอร่อยได้แบบไม่จำเจ

ปลากระพงผัดขิง



. เนื้อปลา (วันนี้ใช้เนื้อปลากระพง) 200 กรัม
2. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
3. แป้งชุปทอด 2 – 3 ช้อนโต๊ะ
4. ขิงปอกเปลือกซอย ¼ ถ้วย
5. พริกชี้ฟ้าหั่นฝอยเป็นเส้นๆ 2 เม็ด
6. ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น
7. ขึ้นฉ่ายหั่นทอน 1 ต้น

เครื่องปรุง

1. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
2. ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนโต๊ะ
3. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
4. น้ำตาล ½ ช้อนชา
5. น้ำปลา1 ช้อนชา
ขั้นตอนการทำ

1. เนื้อปลากระพงล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาคลุกกับแป้งชุบทอด นำลงทอดในน้ำมัน
2. พอเนื้อปลาเหลืองกรอบแล้ว ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันไว้ค่ะ ใส่น้ำมันสำหรับทอดลงในกระทะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
3. เอากระเทียมลงมาผัดจนหอม ตามด้วยเห็ดหูหนู ของซอย ผัดให้เข้ากัน
4. เติมน้ำเปล่าลงไปประมาณ ½ ถ้วย เติมเครื่องปรุงรสต่างๆ ลงไป ชิมรส ใส่เนื้อปลากะพงที่ทอดไว้แล้วลงไป ตามด้วยขึ้นฉ่าย ต้นหอม พริกผัดให้เข้ากัน

ปลาเก๋าสามรส


ส่วนผสมปลาเก๋าสามรส

1.ปลาเก๋าขนาดใหญ่ 1 ตัว

2.พริกชี้ฟ้าแดง-เหลือง

3.กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

4.น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

5.น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ

6.น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

7.น้ำมันพืชสำหรับผัดและทอดปลา 1 ถ้วย

8.คึ่นฉ่ายหั่นเป็นท่อนๆ 1/4 ถ้วย

9.ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ใบ


วิธีทำปลาเก๋าสามรส

1.ขอดเกล็ดปลา ควักเครื่องในออก ล้างให้สะอาด ใช้มีดบั้งแต่พองามหั่นเป็นชิ้นๆ

2.นำพริกชี้ฟ้า กระเทียม ใส่ครกโขลกพอแหลก

3.ใส่น้ำมันลงในกระทะตั้งไฟให้ร้อน ทอดปลาให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

4.ใส่น้ำมันลงในกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่เครื่องที่โขลกเอาไว้ ใส่ใบมะกรูดหั่นฝอยตามลงไป ผัด จนมีกลิ่นหอม

5.ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียกข้นๆ เสร็จแล้วนำไปราดบนตัวปลา โรยหน้าด้วยคึ่น ฉ่าย พร้อมเสิร์ฟ