วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ



1. น่องไก่ 5 ชิ้น
2. โครงไก่ 500 ก. (สับพอประมาณ)
3. มะระ ½ ลูก
4. รากผักชี 2 ราก
5. ถั่วงอก 500 ก.
6. บะหมี่ 5 ก้อน
7. เห็ดหอมแช่น้ำ 5 ดอก
8. กระเทียมกลีบใหญ่ 8 กลีบ
9. พริกไทยดำเม็ด 1 ชต.
10. เกลือ 1 ชต. (เอาไว้ล้างมะระ)
11. เกลือ 1 ชช.
12. น้ำตาลทราย 2 ชต.
13. น้ำมันหอย 2 ชต.
14. น้ำปลา 2 ชต.
15. ซอสถั่วเหลือง 2 ชต.
16. ซีอิ๊วดำ 2 ชต.
17. น้ำเปล่า 2 ลิตร

เกลือให้ทั่วชิ้นมะระทิ้งไว้ 10 นาที ค่อยนำไปล้างน้ำทิ้งจะช่วยลดความขมของมะระได้
2. ทุบรากผักชี กระเทียม พอแตก ตามด้วยสับพริกไทยดำพอหยาบ หั่นก้านเห็ดหอมทิ้ง และบั้งเป็นรูปดอกไม้ให้สวยงาม
3. ต้มน้ำให้เดือด เติมน่องไก่ โครงไก่ รากผักชี กระเทียมลงไป ตามด้วยเครื่องปรุงทั้งหมด ปิดฝาต้มทิ้งไว้ 30 นาที
4. เมื่อครบ 30 นาทีแล้ว ค่อยเติมมะระ เห็ดหอม น้ำแช่เห็ดหอม ตุ๋นอีก 30 นาที
5. ต้มน้ำให้เดือด นำถั่วงอก บะหมี่ลงลวกตักใส่ชาม ราดด้วยน้ำซุป ตามด้วยน่องไก่ โรยกระเทียมเจียว เป็นอันเสร็จ พร้อมเสิร์ฟ

ที่มา FoodTravel
_____________________________________________________________________________
ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ อีกสูตรค่ะ


วิธีทำนั้นให้เริ่มจากล้างโครงไก่ให้สะอาด ใส่ลงในหม้อบรรจุน้ำ 15 ถ้วย ตามด้วยรากผักชีทุบ 4-5 ราก พริกไทยเม็ดบุบพอแตก 1 ช้อนโต๊ะ กระเทียมทุบ 1/4 ถ้วย และเกลือแกง 2 ช้อนโต๊ะยกขึ้นตั้งไฟกลาง พอเดือดลดไฟอ่อนลง หมั่นช้อนฟองทิ้ง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาลกรวด เท่านี้ก็ได้น้ำซุปรสชาติเข้มข้น อร่อยลงตัว
"ร้านอื่นอาจเอามะระหั่นใส่ลงไปเคี่ยวไฟอ่อนๆ กับน้ำซุปเลย แต่ของที่ร้านจะไม่เคี่ยวกับน้ำซุป จะหั่นแช่เย็นไว้ เมื่อปรุงจึงค่อยนำมาใส่สดๆ เลย ทำให้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น มะระจะขมนิดๆ กรอบอร่อย ขณะที่น่องไก่เราก็จะเคี่ยวด้วยสมุนไพรนานเป็นชั่วโม ง เมื่อเส้นต่างๆ ปรุงด้วยน้ำซุป มะระสด เติมพริกน้ำส้ม น้ำปลา น้ำตาล โรยกระเทียมเจียว ต้นหอมผักชีแล้วรสชาติจะกลมกล่อมมาก"


เครื่องปรุง
- ไก่ส่วนที่ชอบ ปีกไก่ น่องไก่ ปีกบน ปีกล่าง หรือว่าขาไก่ รวมกันได้ 1 - 2 กิโลกรัม
- มะระจีน 1 ผล
- เครื่องเทศบักกุ๊ดเต๋ ยี่ห้อ A1 (ยี่ห้ออื่นๆ ไม่รู้แต่ว่ายี่ห้อ A1 หอมอร่อย)
- กระเทียบทุบ 6 กลีบ
- รากผักชี 4 ราก
- ขิงฝาน 2-3 ฝาน
- พริกไทยขาว 20 เม็ด
- พริกไทยดำ 20 เม็ด
- น้ำตาลกรวด 2 ช้อนโต๊ะ (หรือตามชอบ)
- เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ (เนื้อพร้อมน้ำ พูนๆ)
- คนอร์รสไก่ 1-2 ก้อน (สามารถเลือกแบบไม่ใส่ ผงชูรส)
- โป๊ยกั๊ก 2 ดอก/อบเชย 1 แท่ง (ถ้าไม่ชอบไม่ใส่ก็ได้ เพราะใส่เครื่องเทศบักกุ๊ดเต๋แล้ว)
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๋วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๋วดำ 1-2 ช้อนโต๊ะ (ใส่มากสีก็เข้มมาก)
- เกลือ 2 ช้อนชา หรือตามชอบ
- น้ำสะอาด 2 ลิตร

ส่วนประกอบร่วมเพื่อทำก๋วยเตี๋ยว

- เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นเล็ก เส้นใหญ่ตามชอบ
- ถั่วงอก
- คะน้า
- ใบโหระพา
- กระเทียมเจียม
- พริกป่นแห้งทอด
- น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้ม ปรุงรส
- น้ำร้อน 1 หม้อ สำหรับลวกผักและเส้นก๋วยเตี๋ยว

วิธีปรุง

- ล้างไก่ให้สะอาด แล้วซับให้แห้ง ส่วนที่เป็นเท้าไก่ ให้ตัดเล็บแล้วตัดแบ่งส่วนเท้ากับขาออก..
หรือถ้าชอบจะใส่รวมกันทั้งชิ้นเลยก็ได้..
มะระ ล้างทำความสะอาด นำมาตัดความยาวประมาณ 2 นิ้ว แล้วใช้ปลายช้อนโต๊ะคว้านเอาไส้ในออกจนสะอาด แล้วนำมาตัดเป็นชิ้นๆ ขนาดที่ต้องการ

เคล็ดลับการเลือกมะระ ถ้าไม่อยากได้มะระขมมากๆ ต้องเลือกมะระที่แก่จัด สังเกตจากปล้องข้องมะระ จะต้องมีขนาดใหญ่ สังเกตจากภาพว่าปล้องมันจะอ้วนๆ ผิวเรียบไม่ขรุขระ แล้วสีของมะระจะต้องเป็นสีเขียวอ่อนจนเกือบขาว ก็จะได้มะระที่ไม่ขม หรือว่าขมน้อยมากๆ แล้วค่ะ
กระเทียมบุบ รากผักชีบุบ ขิงฝาน พริกไทยขาว/ดำ และ เครื่องบักกุ๊ดเต๋ A1 (1 ถุงมี 2 ซอง) ลงหม้อ
- ใส่ไก่ลงหม้อ ยกเว้น เท้ากับข้อไก่ (ถ้าใครทานเท้ากับข้อไก่ให้ใส่ที่หลัง เพื่อป้องกันการยุ่ยจนเนื้อหาย)
- ใส่มะระที่หั่นแล้วลงไป
- ใส่เกลือ น้ำตาลกรวด เต้าเจี้ยว คนอร์รสไก่ โป๊ยกั๊ก อบเชย แล้วตามด้วยน้ำสะอาด 2 ลิตร
- ตุ๋นไก่ด้วยไฟอ่อน เปิดฝาหม้อ เพื่อให้น้ำซุปใส ประมาณ 20 นาที

- ใส่เครื่องปรุงรส ซีอิ๋วขาว น้ำมันหอย ซีอิ๋วดำ คนให้เข้ากัน ชิมรส
- ใส่เท้ากับข้อไก่ แล้วก็ตุ๋นต่อไป ประมาณ 10 นาที หรือจน ไก่เปื่อยนุ่มได้ที่ และมะระสุกนิ่ม
- ชิมรสครั้งสุดท้าย ถ้าต้องการเค็มเพิ่มให้เติมเกลือ.. ปกติน้ำซุปไก่ที่ได้จะได้ออกมาหวานอยู่แล้ว

** วันนี้ทำหม้อเล็กเลยไม่ได้ใช้ซี่โครงไก่ ถ้าใครทำหม้อใหญ่เลี้ยงคนหลายคน ต้องใช้ซี่โครงไก่
ตุ๋นกับมะระ แล้วใส่ปีกไก่ไปตู๋นเพิ่มที่หลัง เพื่อได้น้ำซุปหอมหวานกระดูก และเนื้อไก่ไม่ยุ่ยจนเกินไป

ได้เวลารับประทานก๋วยเตี๋ยวกันแล้ว... ไปลวกผัก ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ชาม
แล้วตักน้ำซุป ไก่ แล้วก็มะระราดลงไปเลย.. โรยด้วยกระเทียมเจียวนิดนึง
ใบโหระพา แล้วปรุงรสด้วยพริกป่นแห้งทอด อืมมม....หอมอร่อยเหาะ

ข้าวผัดน้ำพริกเผาหมูกรอบ



1.ข้าวสวย

2.หมูกรอบ

3.กระเทียม

4.ผักคะน้า

5.น้ำพริกเผา

6.น้ำมันพืช

7.ซีอิ๊วขาว


วิธีทำ

1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชและกระเทียม ผัดให้หอม

2.ใส่หมูกรอบและผักคะน้า ผัดให้คะน้าสุก

3.ใส่ข้าวสวยและน้ำพริกเผา ผัดให้เข้ากัน

4.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว

5. ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ


เพื่อความน่ารับประทานอาจตกแต่งหัวจานด้วย ผักกาดหอมและแตงกวา เพื่ออรรถรสในการรับประทานเสิร์ฟพร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ

ที่มา FoodTravel

ปลาทอดแบบยุโรป


ปลาทอดแบบยุโรป

ส่วนผสมปลาทอดแบบยุโรป
ปลาสวาย 1 ตัว
ไข่ไก่ 2 ฟอง
ไข่ไก่เอาแต่ไข่แดง 2 ฟอง
แป้งสาลี 1 ถ้วย
เนย ½ ถ้วย
เกลือป่น 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช พอประมาณ
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
เนยแข็ง 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศ 3 ผล

วิธีทำปลาทอดแบบยุโรป
1. ล้างปลาให้สะอาด แล่เอาแต่เนื้อปลา หั่นเป็นชิ้นๆ
2. ผสมแป้งสาลีกับไข่แดง นวดให้เข้ากันแล้วเติมเนยเหลวนวดด้วย ขณะนวดนั้นค่อยๆ โรยเกลือป่นกับพริกไทยแล้วนวดต่อไปเติมน้ำสัก 3-4 ช้อนโต๊ะ
จากนั้นค่อยๆ นวดจนแป้งเริ่มเหนียวดีจนสามารถแผ่เป็นชิ้นบางๆ ได้
3. แผ่แป้งออกเป็นชิ้นบางๆ แล้วตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเท่าๆกันขนาดพอดีคำ
4. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอสมควร พอน้ำมันร้อนจัดได้ที่นำแป้งลงทอดให้กรอบเหลืองสวยแล้วตักขึ้นใส่ตะแกรงพอสะเด็ดน้ำมันดีแล้วจัดเรียงใส่จานไว้
5. ต้มไข่ให้สุกพอเป็นยางมะตูมแบ่งไข่ขาวออกซอยเป็นชิ้นเล็กๆ แยกไว้ ส่วนไข่แดงที่เป็นยางมะตูมนั้นนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อปลาให้ทั่วๆ
ขูดเนยแข็งใส่รอยเกลือป่นนิดหน่อย โรยพริกไทยป่นเคล้าให้ผสมผสานเข้ากันดี
6. นำปลาเป็นชิ้นขนาดพอดีคำลงทอดให้สุกเหลืองสวย ใช้ตะแกรงช้อนขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันจึงค่อยจัดเนื้อปลาทีละชิ้นนั้นวางลงไปบนชิ้นแป้งทอดแต่ละชิ้น
จากนั้นเสิร์ฟพร้อมกับซอสพริกและมะเขือเทศหั่นเป็นแว่นบางๆ

ทอดมันปลาทู


ทอดมันปลาทู

ส่วนผสมทอดมันปลาทู
ปลาทูสด ½ กก.
หอมแดง 4 หัว
กระเทียม 9กลีบ
ตะไคร้ 1 ต้น
พริกแห้ง 5 เม็ด
ข่า 5 แว่น
กะปิ ½ ช้อนชา
ผิวมะกรูดหั่นฝอย ½ ช้อนชา
รากผักชี 4 ราก
เกลือป่น ½ ช้อนชา
พริกชี้ฟ้าแดง 5 เม็ด
ถั่วฝักยาว 5-6 ฝัก
ผักชี 1-2 ต้น
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำทอดมันปลาทู
1. ล้างปลาทูสดให้สะอาด ควักไส้และเหงือกทิ้ง แล่เอาแต่เนื้อแล้วสับให้ละเอียด เลือกเอาแต่กระดูกทิ้งให้หมด
2. โขลกเครื่องน้ำพริก ตะไคร้ซอย ข่าซอย หอมกระเทียม พริกแห้ง รากผักชี ผิวมะกรูด กะปิ โรยเกลือป่น แล้วโขลกให้ละเอียดเนียน
3. ใส่เนื้อปลาทูสับลงในครกน้ำพริก แล้วโขลกให้เป็นเนื้อเดียวกัน
4. ถั่วฝักยาวล้างน้ำสะอาดแล้วซอยละเอียด นำไปคลุกกับส่วนผสมในข้อ 3 ให้ทั่วๆ
5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอสมควร หยิบทอดมันปั้นด้วยมือเป็นชิ้นกลมๆ แบนๆ นำลงทอด ปั้นให้เท่าๆ กันทุกชิ้น ทอดจนสุกเหลือง
แล้วใช้กระชอนตักขึ้นผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นใส่จานรับประทานเป็นของว่างหรือกับข้าวก็ได้

วิธีทำน้ำจิ้ม
1. โขลกกระเทียมกับพริกชี้ฟ้าแดง รากผักชีให้ละเอียด
2. โรยเกลือป่นเพียงเล็กน้อยผสมกับน้ำส้มสายชูเติมน้ำตาลทราย
3. ซอยแตงกวาเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ ใส่น้ำลงไปโขลกถั่วลิสงคั่วให้พอแหลกผสมในน้ำจิ้ม
4.เด็ดผักชีโรยหน้าเป็นน้ำจิ้มทอดมันที่เข้ากันดี

ปลาทูชุบแป้งกะทิทอด


ปลาทูชุบแป้งกะทิ

ส่วนผสมปลาทูชุบแป้งกะทิ
ปลาทูสด 4 ตัว
มะพร้าวขูด 1 ขีด
แป้งข้าวเจ้า ½ ถ้วย
น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 1/2 ถ้วย

วิธีทำปลาทูชุบแป้งกะทิ
1. ขูดเมือกให้ทั่วตัวปลาแล้วล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นเลาะเอากระดูกและก้างออก โดยให้เนื้อปลายังคงรูป
2. คั้นมะพร้าวเอาหัวกะทิข้นๆ 1 ถ้วยผสมกับแป้งข้าวเจ้าเติมน้ำปูนใสสักนิด โรยเกลือป่นคนๆ ให้ผสมผสานเข้ากันดี
3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชพอสมควร พอน้ำมันร้อนจัดได้ที่หยิบชิ้นปลาทูชิ้นโตๆ ชุบไปบนแป้งกะทิแล้วนำลงทอดในน้ำมันพืชให้สุกเหลืองสวย
จากนั้นใช้ตะแกรงตักช้อนขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จึงค่อยจัดใส่จาน รับประทานกับน้ำพริกตามชอบ

บัตเตอร์เค้ก


บัตเตอร์เค้ก

เค้กที่มีเนื้อเบาๆและนุ่มฉ่ำไปด้วยเนยสด มีกลิ่นหอมของเค้กที่เราคุ้นเคย เพิ่มดีกรีความอร่อยด้วยการสร้างสรรค์สิ่งที่คุณชื่นชอบ และมีความสนุกสนานทุกครั้งที่คิดดัดแปลงบัตเตอร์เค้กเป็นเมนูใหม่ๆ ราดด้วยคาราเมลซอสนุ่มลิ้น หรือช็อกโกแลตซอสอุ่นๆ ที่เข้ากันลงตัวที่สุดกับไอศกรีมวานิลลา

วิธีทำ

1.ตีมาการีนให้ขึ้นฟู พักไว้ในภาชนะ พร้อมผสม (กาละมัง)
2.นำไข่ไก่ + น้ำตาลทราย ใส่เครื่องผสม ตีให้ขึ้นฟูขาว
3.จากนั้นนำไปผสมกับมาการีน ค่อยๆ คนผสมให้เข้ากัน
4.จึงนำส่วนผสม แป้ง, อิมพีเรียลผงฟูดับเบิลแอ็คชั่น ตราเบเกอร์สชอยส์, กลิ่นวานิลาผง ลงคนผสมให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์
5.นำเข้าเตาอบ ใช้ไฟอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส อบประมาณ 30-40 นาที (แล้วแต่ขนาดของเตาอบที่ใช้)

ส่วนผสม
•มาการีน ตราอิมพีเรียล 8 กรัม
•ไข่ไก่ 450 กรัม
•น้ำตาลทราย 75 กรัม
•แป้งเค้ก 5 กรัม
•แป้งขนมปัง 5 กรัม
•อิมพีเรียลผงฟูดับเบิลแอ็คชั่นตราเบเกอร์สชอยส์ 375 กรัม
•เกลือป่น 20 กรัม
•กลิ่นวานิลา 400 กรัม

ชีสเค้ก


ชีสเค้ก
ถ้าชอบความเข้มข้นชุ่มลิ้นของชีสเค้กกับรสเปรี้ยวอมหวานของเบอร์รี่ คุณจะรักสูตรนี้ ชีสเค้กราสเบอรรี่บัตเตอร์ครีมสด ที่ด้านบนเป็นคล้ายกับเจลลี่ใสๆ รสราสเบอร์รี่ ที่รสออกเปรี้ยวๆหวานๆ สลับชั้นมาด้วยชีสเค้กเนื้อนิ่ม ที่มีบิสกิตอยู่ชั้นล่างสุด

วิธีทำ

1.ตีเนยสดอ่อนตัว ตราอิมพีเรียล ชนิดจืด และครีมชีส ตราเอ็ม.จี ให้ขึ้นฟู พักไว้ในภาชนะผสม
2.นำไข่ไก่, น้ำตาลทราย, น้ำ ใส่เครื่องผสม ตีดวยความเร็วปานกลาง กระทั่งน้ำตาลละลาย 2-3 นาที
3.เติมแป้งเค้ก, ผงฟูเบเกอร์ช้อยส์ ลงพร้อมตีด้วยความเร็วสูง 2-3 นาที จึงเติม เอส.พี (ตราอิมพีเรียล) ลงผสม
4.ตีผสมด้วยความเร็วสูง 3-5 นาที หรือกระทั่งขึ้นฟูเนียน
5.นำออก ค่อยๆ เทลงผสมในครีมชีสและเนย ค่อย ๆ คนผสมกระทั่งเนื้อเนียน
6.ใช้ไฟอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 30-40 นาที หรือกระทั่งสุก
7.นำมาแต่งพร้อมเสริฟ
วิธีทำบัตเตอร์ครีม

1.ตีเนยขาวเบเกอร์ครีมกับน้ำตาลไอซิ่ง ให้ฟูขาว ค่อย ๆ เติมเนยสดตราอิมพีเรียล ชนิดจืด กระทั่งหมด
2.ค่อย ๆ เติมน้ำเชื่อมกระทั่งหมด ตีให้ขึ้นฟูประมาณ 20 นาที พร้อมใช้

ส่วนผสม
•เนยสดอ่อนตัว ตราอิมพีเรียล ชนิดจืด 300 กรัม
•ครีมชีส ตราเอ็ม.จี อ่อนตัว 120 กรัม
•ไข่ไก่ (7 ฟอง) 350 กรัม
•น้ำตาลทราย 320 กรัม
•น้ำ 70 กรัม
•แป้งเค้ก 300 กรัม
•อิมพีเรียลผงฟูดับเบิลแอ็คชั่นตราเบเกอร์สชอยส์ 7 กรัม
•อิมพีเรียล เอสพี 12 กรัม
สูตรน้ำเชื่อมเข้มข้น
•น้ำ 1,000 กรัม
•น้ำตาล 1,000 กรัม
สูตรบัตเตอร์ครีม
•เนยขาวตราเบเกอร์ครีม 500 กรัม
•น้ำตาลไอซิ่ง ตราอิมพีเรียล 300 กรัม
•เนยสดตราอิมพีเรียล ชนิดจืด 700 กรัม
•น้ำเชื่อม 360 กรัม
•วานิลาผง 7 กรัม
•เกลือใส่ตามใจชอบ
หมายเหตุ
•บัตเตอร์ครีม ใช้เป็นหลักในการผสมกับซอสต่างๆ เช่น ซอสช็อกโกแลต,ซอสรสส้ม ฯลฯ

ชิฟฟ่อนส้ม


ชิฟฟ่อนส้ม

แป้งชิฟฟ่อนนุ่มใส้แยมส้ม ได้สองรสชาติที่หอมหวานนิดๆจากแป้งเค้ก สอดใส้ด้วยรสอมเปรี้ยวนิดๆฉ่ำลิ้นด้วยเนื้อส้ม เค้กที่มีเนื้อเบาๆได้จากการผสมของไข่ขาวตีจนนุ่มฟู ที่เพียงได้ลิ้มลองสักครั้งก็ไม่อยากวางช้อนเลยทีเดียว

วิธีทำ

1.แยกไข่ขาว, ไข่แดง, นำไข่ขาวผสมน้ำตาลใส่เครื่องผสม ตีด้วยความเร็วปานกลาง หรือ นำน้ำส้มสายชูลงตี กระทั่งตั้งยอดพร้อมผสม, นำไข่แดง, น้ำ, น้ำมันพืช, เกลือ ลงผสมในกะละมังสแตนเลส
2.ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้ทั่ว ขณะที่ไข่ขาวตั้งยอดแข็งตัวปานกลาง จึงนำแป้งเค้ก, ผงฟูเบเกอร์ช้อยส์ ลงผสมในไข่แดง คนผสมให้ทั่ว จึงนำไข่ขาวมาผสมค่อยๆ คนผสมจนทั่วเทใส่พิมพ์
3.นำเข้าเตาอบใช้ไฟอุณหภูมิที่ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 25-30 นาที หรือกระทั่งสุก พักไว้เย็น
4.พร้อมใช้


ส่วนผสม
•ไข่ขาว 10 กร้ม
•น้ำตาล 275 กร้ม
•น้ำมะนาว / น้ำส้มสายชู 5 กร้ม
•ไข่แดง 10 ฟอง
•น้ำ 125 กร้ม
•น้ำมันพืช 165 กร้ม
•เกลือป่น 5 กร้ม
•แป้งเค้ก 225 กร้ม
•อิมพีเรียลผงฟูดับเบิลแอ็คชั่นตราเบเกอร์สชอยส์ 7 กร้ม

ช็อกโกแลตลาน่าเค้ก


ช็อกโกแลตลาน่าเค้ก

ถ้าใครชอบตระกูลช็อกโกแลตเค้กต้องลองช็อกโกแลตลาน่าเค้ก แป้งเค้กรสเข้มหน้าครีมช็อกโกแลต เนื้อเค้กนุ่มและริช รสเข้มเต็มคำด้วยช็อกโกแลตแท้ๆ ความอร่อยยังไม่หมดถ้าคุณเพิ่มใส่ไอศครีมเย็นฉ่ำเข้าไปด้วย มั่นใจว่าจะอร่อยถูกใจคอช็อกโกแลตแบบคุณแน่

วิธีทำเนื้อเค้ก

1.นำไข่ไก่, น้ำตาล, นมข้นจืด ใส่เครื่องตีผสมใช้ความเร็วปานกลาง ประมาณ 1 นาที ให้น้ำตาลละลาย
2.เติมแป้ง, ผงโกโก้, ผงฟูเบเกอร์สชอยส์ ลงไปตีด้วยความเร็วสูง ประมาณ 2 นาที
3.เติมอิมพีเรียล เอส.พี. ลงไป ตีต่อด้วยความเร็วสูง ประมาณ 3-5 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นความเร็วต่ำ
4.เติมเนยสดละลาย ตราอลาวรี่ ชนิดเค็ม ลงไปตีด้วยความเร็วสูง ประมาณ 30 วินาที
5.นำออกจากเครื่อง เทลงพิมพ์เค้ก
6.นำเข้าเตาอบ ใช้ไฟอุณหภูมิที่ 180 องศาเซลเซียส อบประมาณ 25-30 นาที หรือกระทั่งสุก
7.พักไว้ให้เย็นบนตะแกรง พร้อมนำมาประกอบเป็นเค้ก
8.นำตัวเค้กมาสไลด์แบ่งครึ่ง 2 ส่วน แล้วนำแต่ละส่วนมาประกบกัน โดยระหว่างชั้นให้ราดด้วยลาน่าช็อกโกแลตให้ทั่วแผ่น เสร็จแล้วให้ราดหน้าเค้กด้วยลาน่าช็อกโกแลต ให้ทั่วทั้งก้อนและเสมอกันอีกครั้ง นำเข้าตู้เย็นแช่ไว้ให้ช็อกโกแลตเซ็ตตัว
9.จากนั้นบีบครีมตกแต่งหน้าเค้กด้านบนให้สวยงาม แล้วตกแต่งหน้าเค้กและ ส่วนรอบด้านข้างด้วยช็อกโกแลตให้สวยงาม
วิธีทำ หน้าลาน่าช็อกโกแลต

1.นำวุ้นผงและน้ำใส่ภาชนะสำหรับตุ๋น (กะทะทองเหลือง) ตั้งไฟ
2.เติมนมจืด, วิปปิ้งครีม ไชน์โรด, น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ
3.ค่อยๆ เติมแป้งข้าวโพด, ผงโกโก้, แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
4.แล้วเติมเนยสดละลาย ตราอลาวรี่ ชนิดเค็ม, ช็อกโกแลตโค๊ตติ้งลงไป ใช้ไฟปานกลาง คนจนกระทั่งเดือด และส่วนผสมเข้ากันดี
5.ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเติมเหล้ารัม เตรียมไว้ใช้สำหรับทาสอดไส้ชั้นเค้ก และเคลือบหน้าเค้ก

ส่วนผสม
•ไข่ไก่ 7 ฟอง
•น้ำตาล 250 กรัม
•นมข้นจืด 100 กรัม
•แป้งเค้ก 175 กรัม
•ผงโกโก้ ตราอิมพีเรียล 25 กรัม
•อิมพีเรียลผงฟูดับเบิลแอ็คชั่นตราเบเกอร์สชอยส์ 5 กรัม
•อิมพีเรียล เอสพี 17 กรัม
•เนยสดละลาย ตราอลาวรี่ ชนิดเค็ม 75 กรัม

ขนมปังลูกเกด


ขนมปังลูกเกด
อร่อยแบบเต็มๆ คำกับขนมปังผสมลูกเกด หอมกลิ่นขนมปังที่เราคุ้นเคย ที่ี่เสริมลูกเกดรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวเข้ากันได้ดีกับชาหรือกาแฟ นี่แหละจิบน้ำชายามบ่ายสมบูรณ์แบบ ก็ต้องมีของหวานมาทานด้วย

วิธีทำ

1.นำแป้ง, ยีสต์ ใส่เครื่องผสมใช้ตะขอตีผสมให้ยีสต์กับแป้งเข้ากันดี
2.เติมน้ำตาล, ครีมผงตราเคอรี่แลค, อิมพีเรียลสารเสริมเคเอส 505, เกลือ ตีผสมพอทั่ว
3.ใส่ไข่ไก่, น้ำเย็น ตีผสมพอทั่ว
4.ใส่เนยอ่อนตัว ตราอลาวรี่ ชนิดจืด ตีผสมด้วยความเร็วปานกลาง ประมาณ 8 – 10 นาที จนกระทั่งเนื้อแป้งเนียน นำลูกเกดใส่ลงไปคลุกพอทั่ว นำขึ้นพักบนโต๊ะ คลุมด้วยพลาสติก พักไว้ประมาณ 20 นาที
5.นำแป้งมาตัดแบ่ง ปั้นเป็นก้อนกลมพักไว้อีกประมาณ 20 นาที จึงนำมาปั้นขึ้นรูป ใส่พิมพ์พักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
6.นำเข้าเตาอบใช้ไฟอุณหภูมิที่ 200 – 220 องศาเซลเซียส
7.อบประมาณ 20 – 25 นาที หรือกระทั่งสุก พักให้เย็น พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนผสม
•แป้งขนมปัง 350 กรัม
•ยีสต์บรักกี้มาน (สีน้ำตาล) 8 กรัม
•น้ำตาลทราย 70 กรัม
•ครีมผงตราเคอรี่แลค 15 กรัม
•อิมพีเรียลสารเสริมเคเอส 505 5 กรัม
•เกลือป่น 5 กรัม
•ไข่ไก่ 1 ฟอง
•น้ำเย็น 170 กรัม
•เนยสดอ่อนตัวตราอลาวรี่ ชนิดจืด 50 กรัม
•ลูกเกดดำ (นำไปแช่น้ำให้พอนุ่ม) 175 กรัม

ครัวซองค์


ครัวซองค์
ของว่างทานคู่กาแฟยามเช้าอย่างครัวซองค์ที่ทำกันแบบร้อนๆ จากเตาจะทำให้คุณเปิดรับวันใหม่อย่างอบอุ่น ชั้นของเนื้อขนมปังนุ่มสลับกับกลิ่นหอมของเนยสด ให้สัมผัสรสชาติเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสได้อย่างเต็มคำ

ขั้นตอนในการทำ

1.เตรียมวัตถุดิบส่วนผสมให้พร้อม
2.บัตเตอร์ครัวซองค์สำหรับรีด ทุบให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ความหนาประมาณ 1 ซ.ม. เข้าตู้เย็นให้แข็งตัว

วิธีทำ

1.นำแป้ง, ยีสต์ เข้าเครื่องผสม ใช้หัวตะขอตีด้วยความเร็วต่ำ ให้แป้งและยีสต์เข้ากัน
2.เติมน้ำตาล, เกลือ, อิมพีเรียลสารเสริมเคเอส 505 ลงไป ตามด้วยน้ำเย็น ตีผสมพอเข้ากันแล้ว จึงเติมเนยสดตราอิมพีเรียลชนิดจืด เปลี่ยนเป็นความเร็วปานกลาง ตีส่วนผสมให้เข้ากัน
3.นำขึ้นมารีดบนเครื่อง ให้เป็นสี่เหลี่ยม นำเนยสดสำหรับรีดครัวซองค์ ตราอิมพีเรียล์ใส่ตรงกลาง ห่อให้สนิท นำไปรีดเป็นแผ่นยาว สำหรับพับ (3 ทบ) พับตามจังหวะ รีดเข้าตู้แช่แข็งให้เนยแข็งตัว) รีดครบ 4 ครั้ง เก็บเข้าตู้แช่แข็ง พักให้แป้ง (โด) แข็งตัว จึงนำมารีดเป็นแผ่นบางตัดขึ้นรูปสามเหลี่ยม ม้วนขึ้นรูปครัวซองค์ เรียงใส่ถาด ปล่อยให้ขึ้นเต็มที่ก่อนเข้าเตาอบ ทาไข่ให้ทั่ว
4.นำเข้าเตาอบ กดสตรีมไอน้ำ อุณหภูมิที่ 220 องศาเซลเซียส อบประมาณ 18-25 นาที อบจนกระทั่งสุก

ส่วนผสม
•แป้งขนมปัง 1000 กรัม
•ยีสต์บรักกี้มาน (สีน้ำตาล) 25 กรัม
•น้ำตาล 50 กรัม
•เกลือ 20 กรัม
•อิมพีเรียลสารเสริมเคเอส 505 12 กรัม
•เนยสดตราอิมพีเรียล ชนิดจืด 120 กรัม
•น้ำเย็น 550 กรัม
•เนยสดสำหรับรีดครัวซองค์ตราอิมพีเรียล 500 กรัม
หมายเหตุ
•ควรทำเป็นตัวแช่แข็งค้างคืน จะทำให้ครัวซองค์ขึ้นสวย

ขนมปังปอนด์


ขนมปังปอนด์
อาหารเช้าจานอร่อยนี้ คือขนมปังเนื้อนุ่มเคียงมากับไส้กรอกรสดีหรือขนมปังปิ้งหอมๆ ทาด้วยแยมรสอร่อย ขนมปังเนื้อแน่น ได้จากแป้งขนมปังผสมกับเนยสดจากผลิตภัณฑ์ของอิมพีเรียล รสชาติลงตัวนี้เข้ากันได้ดีกับอาหารมื้อเช้าของคุณ

วิธีทำ

1.1. นำแป้งขนมปัง และยีสต์ใส่เครื่องผสม คลุกให้ทั่ว ใช้หัวตะขอตีผสม
2.2. เติม อิมพีเรียลสารเสริมเคเอส 505, น้ำตาล, ครีมผงตราเคอรี่แลค, น้ำอุณหภูมิปกติลงไปตีผสมด้วยความเร็วปานกลางให้พอทั่วแล้ว เปลี่ยนเป็นความเร็วสูง 4-5 นาที หรือกระทั่งแป้งโดเนียน
3.3. นำแป้งโดมาพักไว้ คลุมด้วยพลาสติกประมาณ 1 ชั่วโมง (หรือพักในถัง)
4.4. หลังจากพักแป้งโด ครบเวลาหมักแล้ว เติมส่วนผสมที่ 2 แป้งและเกลือตีผสมพอทั่ว จึงเติมเนยสดตราอิมพีเรียล ชนิดจืด ตีความเร็วปานกลาง 3 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นความเร็วสูง 8-10 นาที หรือกระทั่งแป้งโดเนียน จากนั้นนำขึ้นมาตัดแบ่งเป็นก้อนกลม ก้อนละ 150 กรัม จำนวน 5 ก้อน ต่อ 1 พิมพ์ พักไว้ 30 นาที
5.5. นำแป้งมารีดเป็นแผ่น แล้วนำมาม้วนลงพิมพ์พักไว้ 40-50 นาที
6.6. นำเข้าเตาอบให้อุณหภูมิที่ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 35-45 นาที หรือกระทั่งสุก

ส่วนผสม
•แป้งขนมปัง 800 กรัม
•ยีสต์บรักกี้มาน (สีน้ำตาล) 20 กรัม
•อิมพีเรียลสารเสริมเคเอส 505 10 กรัม
•น้ำตาล 100 กรัม
•น้ำ อุณหภูมิปกติ 650 กรัม
•ครีมผงตราเคอรี่แลค 40 กรัม
หมายเหตุ
•ครีมผงตราเคอรี่แลค คือ ครีมเทียมชนิดผงที่ใช้ผสมในแป้งโดว์ เพื่อให้เกิดความนุ่มและมีความหอมมันของนม หากไม่มีสามารถใช้นมผงตราอลาวรี่แทนได้

เนื้อแกะนิวซีแลนด์ย่างราดซอสโรสแมรี่


เนื้อแกะนิวซีแลนด์ย่างราดซอสโรสแมรี่ส่วนผสม
เนื้อแกะนิวซีแลนด์ 150 กรัม

น้ำมันมะกอก 50 กรัม

กระเทียม 30 กรัม

บร็อคโคลี่ 30 กรัม

มะเขือยาวสีม่วง 30 กรัม

ซุกีนี่ 30 กรัม

มะเขือเทศ 30 กรัม

หอมหัวใหญ่ 30 กรัม

เครื่องเทศ 30 กรัม

ซอสโรสแมรี่ 50 กรัม

มันฝรั่งทอด 100 กรัม

เกลือ,พริกไทยตามชอบ

วิธีทำ
1. นำเนื้อแกะนิวซีแลนด์หมักด้วยเกลือ พริกไทย เครื่องเทศ และน้ำมันมะกอก แล้วนำมาย่างพอสุก

2. นำผักต่าง ๆ มาสไลด์ แล้วปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย น้ำมันมะกอก และเครื่องเทศ แล้วนำไปย่างให้สุก

3. นำเนื้อแกะย่าง ผักย่าง และมันฝรั่งทอดมาจัดเรียงใส่จานให้สวยงาม ราดซอสโรสแมรี่ พร้อมเสิร์ฟ

ที่มา www.foodcookrecipe.com

กุ้งลายเสือย่างซอสเชอร์มูลา


กุ้งลายเสือย่างซอสเชอร์มูลา

เสิร์ฟพร้อมสลัดทาบูเลห์

ส่วนผสมซอสเชอร์มูลา

เมล็ดผักชีบด ½ ช้อนชา

ผงยี่หร่า 3 ช้อนชา

ผงพริกปาปริก้า 2 ช้อนชา

กระเทียมสับ 4 กลีบ

ใบโหระพาอิตาลีสับ 3 ช้อนโต๊ะ

ผักชีไทยสับ 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 80 มิลลิลิตร

น้ำมันมะกอก 125 มิลลิลิตร

พริกป่นคาเยน (ตามชอบ)
วิธีทำซอสเชอร์มูลา


นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ชาม คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ส่วนผสมกุ้งลายเสือย่าง

กุ้งลายเสือ 4 ตัว

น้ำมันมะกอก 20 มิลลิลิตร

น้ำเลมอน 1 ช้อนชา

วิธีทำกุ้งลายเสือย่าง

1. แกะเปลือกกุ้ง ผ่าหลัง ล้างให้สะอาด

2. นำไปคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาว ย่างให้พอสุก

3. ยกกุ้งลงจากเตา ใส่ลงชามซอสเชอร์มูลา คลุกเคล้าให้ทั่ว

4. นำไปย่างต่ออีกนิดเพื่อให้ซอสเชอร์มูลาซึมเข้าเนื้อกุ้ง ยกลงจากเตา

5. จัดวางกุ้งบนสลัดทาบูเลห์ พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนผสมสลัดทาบูเลห์

ผักชีฝรั่งสับ 3 ช้อนโต๊ะ

ข้าวบลูเกอร์ 5 ช้อนโต๊ะ

มะเขือเทศหั่นเต๋า 5 ช้อนโต๊ะ

หอมหัวใหญ่สับ 3 ช้อนโต๊ะ

ใบสะระแหน่สับ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำเลมอน 1 ช้อนชา

เกลือ พริกไทย (ตามชอบ)

วิธีทำสลัดทาบูเลห์

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ชาม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานให้สวยงาม

ส้มปลาจ่อมหรือส้มปลาน้อย


ส้มปลาจ่อมหรือส้มปลาน้อย
ส้มปลาจ่อมหรือส้มปลาน้อยนี้เป็นอาหารที่พี่น้องชาวอิสานนิยมทานกัน ยิ่งช่วงหน้าฝนปลาลงหลี่เยอะยิ่งเป็นนิยมแพร่หลาย วิธีทําก็ไม่ยุ่งยากนําปลาซิวที่ได้มาบีบเอาขี้มันออกแล้วล้างนํ้าให้สะอาด จะให้ดีเอากุ้งฝอยมาผสมลงไปด้วย เสร็จแล้วหมักด้วยเกลือพอประมาณ อย่าให้เค็มมากมันนานเป้น ใส่กระปุกหมักทิ้งใว้ 2-3 วัน แล้วนํามาปรุงรสด้วย ตระไคร้หั่น หมากเขือหั่น หอมหัวแดง พริกสดหั่น เติมข้าวคั่ว และปรุงรสด้วยผงชูรส นํ้าปลา ตามความพอใจ แค่นี้ก็สิได้ส้มปลาน้อยหรือส้มปลาจ่อม แซบๆ แล้วครับ

แกงอ่อมปลาช่อน



แกงอ่อมปลาช่อน
ส่วนผสม

ปลาช่อนตัวขนาดกลางหั่นเป็นชิ้น 1 ตัว
ผักชีลาวหั่น 5 ต้น
ใบตำลึง 1 กำมือ
ชะอม 1 กำมือ
ยอดฟักทอง 3 ยอด
ต้นหอมหั่น 3 ต้น
มะเขือเปราะหั่นเป็นซีก 3 ลูก
มะเขือพวง 2 ช้อนโต๊ะ
ใบแมงลัก 1 ต้น
ข่าหั่นแวนๆ
พริกขี้หนูสด 15 เม็ด
ตะไคร้หั่น 1 ต้น
หอมแดง 4 หัว
ข้าวเหนียวดิบแช่น้ำให้นิ่ม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาร้า 1/2 ถ้วย
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแดงสำหรับโรยหน้า 1 เม็ด

วิธีทำ
เริ่มจากล้างปลาช่อนให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้น หันไปตั้งหม้อต้มน้ำเปล่าให้เดือด ระหว่างนั้นโขลกหอมแดง ข่า พริกขี้หนูสดให้ละเอียดแล้วใส่ลงในหม้อ ส่วนข้าวเหนียวที่แช่น้ำไว้ก็โขลกให้ละเอียดแล้วตักลงหม้อตามไป ข้าวเหนียวดิบโขลกหรือข้าวเบือนี้จะทำให้น้ำแกงออกข้นเล็กน้อย จากนั้นใส่มะเขือพวง และมะเขือเปราะผ่าซีก ซึ่งเป็นผักที่สุกช้าลงไปก่อน เสร็จแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำปลาร้า พอน้ำเดือดดีแล้วใส่ปลาช่อนที่หั่นเป็นชิ้นๆ เมื่อใส่ลงไปแล้วพยายามอย่าคน เพราะจะทำให้เหม็นคาวปลา กะเวลาสักพักให้ปลาสุกดีแล้ว จึงใส่ผักชีลาว ใบตำลึง ชะอม ต้นหอม ยอดฟักทอง ตะไคร้ และ ใบแมงลักตามลงไป ใช้ทัพพีกดให้ผักจมน้ำ ปิดฝาหม้อไว้สักครู่ให้ผักสุก เวลาเสิร์ฟหั่นพริกชี้ฟ้าแดงโรยหน้า กินร้อนๆ กับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย อร่อยสุดๆ
_________________________________________________________________________________

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับ การย่างปลา


เคล็ดลับ การย่างปลา

เคยมั๊ยค่ะ ย่างปลารับประทานเอง จากปลาตัวอ้วน ย่างเสร็จเหลือตัวนิดเดียว เพราะหนังหาย เนื้อหาย ติดตะแกรงย่างไปซะหมด มีเคล็ดลับวิธีย่างปลา ไม่ให้ติดตะแกรง มาฝากค่ะ

วิธีแรก เวลาย่าง ก่อนจะวางปลาลงย่าง บนตะแกรง ให้วางตะแกรงบนไฟ ให้ร้อนเสียก่อน แล้วค่อยวางปลาลงย่าง จะช่วยให้ปลาไม่ ติดตะแกรงค่ะ

อีกวิธีนะคะ ให้ใช้น้ำส้มสายชู ทาตะแกรงให้ทั่วก่อนเอาไปใช้ย่างปลา จะช่วยให้ปลาไม่ติดตะแกรงค่ะ

แถมให้อีกนิด เวลาย่างปลา ถ้าไม่อยากให้มีควันคลุ้ง ขณะย่างปลา ให้ใช้ถ่านที่คุไฟดีแล้ว และใช้เกลือโรย จะช่วยให้ไม่มีควันคลุ้งค่ะ

เก็บกุ้งแห้งไว้ให้ทานได้นานๆ


เก็บกุ้งแห้งไว้ให้ทานได้นานๆ
กุ้งแห้ง แม้ชื่อจะดูแห้งๆ แต่เชื่อว่าหลายๆคนคงชอบรับประทาน
ด้วยรสชาติที่เอร็ดอร่อยของมันนั่นเอง ด้วยราคาที่ข่อนข้างสูง เมื่อซื้อมาแล้ว
เราก็ย่อมอยากเก็บไว้ให้รับประทานได้นานๆเป็นธรรมดา วิธีการก็ง่ายมาก
ถ้ากุ้งแห้งที่ซื้อมายังดูชื้นๆอยู่ ให้นำไปตากแดดอีกสักรอบให้แห้งจริงๆ จากนั้น
ก็นำใส่ขวดเก็บไว้ในตู้เย็น เท่านี้กุ้งแห้งก็จะไม่เหม็นและไม่มีราขึ้นแน่นอนค่ะ

ปอกแอปเปิ้ลไม่ให้ดำ





ปอกแอปเปิ้ลไม่ให้ดำ
เคยสังเกตมั๊ยคะ เวลาปอกแอปเปิ้ล หรือสาลี่ทิ้งไว้ ผิวของผลไม้
ประเภทนี้จะหมองคล้ำ ยิ่งเวลาผ่านไปความน่ารับประทานก็ยิ่งลดลงเรื่อยๆ
ป้องกันผิวของผลไม้ดำได้โดยละลายเกลือประมาณ 1 ช้อนชาลงในน้ำเปล่า 1 ชามแกง นำแอปเปิ้ล หรือสาลี่ที่ปอกเสร็จแล้วลงแช่ทิ้งไว้สักพัก เมื่อนำขึ้นมา
จัดใส่จานผิวของผลไม้ก็จะไม่ดำคล้ำค่ะ ? ลวกผักให้สีเขียวสดใส

เก็บใบแมงลัก ใบโหระพา ไว้ใช้ได้หลายๆวัน


เก็บใบแมงลัก ใบโหระพา ไว้ใช้ได้หลายๆวัน
ใบผักอย่างใบแมงลักหรือใบโหระพา เป็นผักที่ช้ำและเน่าเสียได้ง่าย
ถ้าบังเอิญคุณซื้อมามากจนเกินไปแล้วอยากจะเก็บไว้ให้ใช้ได้หลายๆวัน ให้เด็ด
ใบออกจากก้าน ผึ่งไว้พอแห้ง (ไม่ต้องล้างน้ำนะคะ แต่ก็อย่าเผลอผึ่งไว้
ซะจนแห้งกรอบล่ะ) นำใบที่เด็ดแล้วใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่น ให้มีลม
อยู่ในถุงบ้าง จากนั้นนำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา ก็จะเก็บไว้ใช้ได้หลายวันค่ะ

วิธีทำเนยสดแข็งๆ ให้อ่อนนุ่มลง


วิธีทำเนยสดแข็งๆ ให้อ่อนนุ่มลง
บางครั้งทำอาหารที่ต้องใช้เนย แต่ลืมนำเนยแข็งออกจากตู้เย็นไว้ก่อน เนยแข็งก็เลยแข็งสมชื่อเลยล่ะค่ะ ถ้าไม่อยากนั่งรอล่ะก็ เรามีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ
โดยการ หาชามมาหนึ่งใบเอาขนาดที่ครอบเนยแข็งก้อนที่จะใช้ได้ จากนั้น
เทน้ำเดือดลงในชามแล้วเทน้ำร้อนออก เอาชามร้อนๆใบนั้นไปครอบเนยแข็ง
ไว้สักครู่ ก็จะช่วยให้เนยแข็งอ่อนนุ่มลงได้ค่ะ

ล้างเซ่งจี๊หมูให้ไม่เหม็น


ล้างเซ่งจี๊หมูให้ไม่เหม็น
ให้ตัดมันบริเวณจุกด้านบนออก แล้วเอาจุกตรงนั้นกดให้ติดกับก๊อกน้ำ
จากนั้นเปิดน้ำแรงๆ ให้เกิดแรงดันน้ำเข้าไปในเซ่งจี๊ สักครู่เซ่งจี๊จะขยายตัวออก
ประมาณ 2-3 เท่าตัว จากนั้นจึงผ่าครึ่ง แล้วหั่นเป็นชิ้นโตๆ แช่น้ำหลายๆครั้ง
เป็นอันใช้ได้

ทำยังไง? ให้พริกขี้หนูที่ทุบไว้ไม่เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ



ทำยังไง? ให้พริกขี้หนูที่ทุบไว้ไม่เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ
คาดว่าแม่บ้านหลายๆท่านคงเคยเจอกับปัญหา เวลาทำกับข้าว
ต้องเตรียมส่วนผสมต่างๆให้ครบก่อนจึงจะเริ่มลงมือปรุง เจ้าพริกขี้
หนูเจ้ากรรมทุบหรือหั่นทิ้งไว้ประเดี๋ยวเดียวหันกลับมา ว้า สีดำคล้ำเสียแล้ว
ไม่น่าทานเลย ป้องกันได้ง่ายๆเพียงแค่คุณบีบน้ำมะนาวลงบนพริก ใช้ช้อน
คนเล็กน้อยให้พอเนื้อพริกโดนน้ำมะนาวเท่านี้พริกขี้หนูก็จะยังคงสีสดใส
น่ารับประทานเวลาคุณนำไปปรุงค่ะ

สูตรต้มยำปลาทู


1.ปลาทูสด 4-5 ตัว
2.ข่าหั่นเป็นแว่นๆ 4-5 แว่น
3.ตะไคร้หั่นเป็นท่อน บุบพอแตก 1 ต้น
4.ใบมะกรูด เห็ดนางฟ้า
5.ใบกะเพรา หรือ ผักชีฝรั่ง 1 กำมือ
6.พริกขี้หนูบุบพอแตก
7.พริกป่น
8.น้ำมะนาว
9.น้ำปลา
10.น้ำตาล

ขั้นตอนการทำ

1.ต้มนำให้เดือดใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดลงไป ใส่ปลาทูลงไป
2.ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ ปรุงให้รสกลางๆ ก่อนนะค่ะค่อยปรุงเพิ่มได้ค่ะ
3.ใส่ใบกะเพรา หรือ ฝักชีฝรั่ง ลงไปแล้วปิดไฟค่ะ

จักจั่นทะเลชุบแป้งทอด






จักจั่นทะเลชุบแป้งทอด
เครื่องปรุง / ส่วนผสม
๑. จักจั่น
๒. แป้ง (แป้งโกกิ หรือ แป้งข้าวจ้าว)
๓. ไข่ไก่
ขั้นตอน / วิธีทำ
นำจักจั่นมาล้างน้ำให้สะอาดไม่ให้มีทราย แล้วแกะกระดองออกนำมาคลุกกับแป้งที่ผสมไว้ นำลงทอดในน้ำมันเดือด ๆ
เทคนิคในการทำ
จั๊กจั่นเป็นสัตว์ที่ฝังตัวอยู่ในบริเวณหาดทรายจึงมีทรายติดอยู่บริเวณขามากก่อนนำมาปรุงต้องล้างให้สะอาด

ที่มาของอาหาร
จักจั่นทะเลหรือจักจั่น มีลักษณะเหมือนแมลง ตัวขนาดแมลงทับ เปลือกและขาลักษณะเหมือนกุ้ง โดยเฉพาะไข่ของมันเหมือนไข่กุ้งมาก จักจั่นทะเลมีสีกลมกลืนกับสีของหาดทราย อาศัยอยู่ตามชายหาดที่มีคลื่นจัดโตเต็มที่ลำตัวยาวประมาณ ๕ ซม. ด้านหัวมีกรี แต่ไม่แข็งเหมือนกรีกุ้ง
ถดูที่นิยมกิน
ได้ตลอดทั้งปี

“ต้มยำเห็ด”


1. เห็ดนางฟ้า
2. เห็ดเออรินจิ
3. เห็ดฟาง
4. ตะไคร้ซอย
5. ใบมะกรูด
6. พริกขี้หนู
7.ข่าหั่นเป็นแว่นๆ 5 แว่น

1.น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
2.น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำมะนาว

ขั้นตอนการทำ

1.ทำความสะอาดเห็ด
2.ตั้งน้ำซุปรอให้เดือด ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่าหั่นเป็นแว่นๆ
3.ใส่เห็ดลงไป ต้มต่อสัก 10 นาที ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว พริกขี้หนูตำ
4.ปรุงรสตามใจชอบ เทใส่ถ้วย

ลูกชิ้นปลากรายผัดฉ่า



ลูกชิ้นปลากรายขนาดพอคำ 400 กรัม
กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูโขลกละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
กระชายหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
พริกไทยอ่อนหั่นเป็นท่อนๆ 1/4 ถ้วยตวง
ใบมะกรูดฉีกเส้นกลางออกฉีกเป็นชิ้นๆ 5 ใบ
พริกสดเขียว แดง เหลือง หั่นแฉลบ 6 เม็ด
ใบโหระพาเด็ดเป็นใบๆ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำปลาดี 1/4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับผัด 1/2 ถ้วยตวง


วิธีทำ
- นำน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่เครื่องที่โขลก ผัดให้หอม ใส่ลูกชิ้นปลากราย ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลาดี น้ำตาลทราย น้ำมันหอย ซอสปรุงรส พริกไทยป่น น้ำซุป ผัดให้เข้ากัน ชิมรส เมื่อรสดีแล้ว ใส่กระชาย พริกสด ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน ผัดพอผักสุก ใส่ใบโหระพา ผัดให้เข้ากัน ยกลง จัดใส่จานพร้อมเสริฟ์ให้สวยงาม

ปลาเค้าทอดน้ำปลา



วิธีทำ


ปลาเค้าสด ที่หั่นเป็นชิ้นพร้อมแล้ว ล้างน้ำ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำให้แห้ง

ทีนี้มาทอดปลากัน ให้ท่านใช้ไฟกลางๆ น้ำมันเยอะๆ จะทอดง่าย

ทอดพอปลาเหลืองได้ที่แล้ว ตักปลาขึ้น พักไว้ให้น้ำมันเสด็จ จากนั้นจัดปลาใส่จานไว้

ทีนี้หันมาทำน้ำราด ให้ท่านตักน้ำมันที่ทอดปลาออก ให้เหลือน้ำมันพอติดกระทะ
เติมน้ำเปล่า ซอสหอยนางรม น้ำปลาอย่างดี น้ำตาลทราย เร่งไฟให้น้ำราดเดือด จะได้น้ำราดเหนียวน้ำตาลเล็กน้อย

จากนั้นตักน้ำราดที่ทำ มาราดปลาที่ทอดพักไว้ในจาน เอาผักชีมาโรยหน้า เป็นอันเรียบร้อยครับท่าน

ปลาม้าผัดฉ่า


สำหรับคนที่ชอบทานปลาม้าแล้วยังชอบอาหารรสจัด อย่าได้พลาดเมนูนี้เลยเด็ดขาด ปลาม้าผัดฉ่า เผ็ดอร่อยถึงใจจริงๆ ค่ะ มาดูวิธีทำปลาม้าผัดฉ่ากันดีกว่าค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
ปลาม้า 1-2 ตัว
กระเทียม 7 กลีบ
พริกขี้หนู 15 เม็ด
พริกเหลือง 5 เม็ด
กระชายหั่น 1 ถ้วย
พริกไทยอ่อน 5 ช่อ
ใบมะกรูดซอย 5 ใบ
มะเขือ เปราะ 2-3 ลูก
พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1 เม็ด
ใบกระเพรา 1/4 ถ้วย
น้ำปลา 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนชา
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
- ปลาม้าผ่าท้องควักไส้ทิ้ง ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นท่อน นำไปทอดจนเหลือง แล้วพักไว้
- ตำกระเทียม พริกขี้หนูและพริกเหลืองให้ละเอียด ก็จะได้น้ำพริกผัดฉ่า (ใครไม่ทานเผ็ดลดพริกลงบ้างก็ได้นะคะ สูตรนี้เผ็ดมากค่ะ)
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน ผัดน้ำพริกผัดฉ่าให้หอม ใส่กระชาย มะเขือ พริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้า และใบมะกรูด
- ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ซีอิ้วขาวและน้ำมันหอย
- ใส่ปลาม้าทอดลงไป ตามด้วยใบกระเพา ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะผัดฉ่าปลาม้า ตักใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ปลาทับทิมชุบแป้งทอด



ปลาทับทิมสด แร่เป็นชิ้น ทอดในน้ำมันร้อนกรอบนุ่มอร่อย เหมาะสำหรับเด็กและท่านที่ชอบรับประทานปลา

นำแป้งสาลีนวดกับไข่แดง น้ำปูนใส และเกลือให้เข้ากันดี ถ้าแป้งยังข้นมากให้เติมน้ำธรรมดาลงไปให้เหลวตามต้องการ

นำปลาลงชุบในแป้งสาลีที่ละลายแล้ว ลงทอดในน้ำมันที่ร้อนใช้ไฟปานกลางทอด

พอสุกเหลืองตักขึ้นจัด ตกแต่งด้วยมะนาว ทานคู่กับน้ำจิ้ม ซีฟูด

ไข่อิเหนาเข้าเฝ้า


ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
ไข่ไก่ 2 ฟอง
หมูสับ 1/2 ถ้วย
กุ้งสับ 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 3 หัว
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ

1.ทอดไข่ดาวให้ไข่แดงสุกๆ ตักขึ้นใส่จานพักไว้

2.ซอยหอมแดงบางๆ ให้เสมอกัน แล้วนำไปเจียวในกระทะ ตักขึ้นใส่ชามพักไว้

3.ใส่หมูสับลงไปรวนในน้ำมันหอมเจียวจนสุก ใส่กุ้งตามลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ (ถ้าแห้งเกินไปเติมน้ำได้นิดหน่อย)

4.ตักราดบนไข่ดาว โรยหน้าด้วยหอมเจียวและผักชี

รายละเอียดเพิ่มเติมจากนักเขียน

ของกินหลายอย่างของบ้านอุ้ม มีชื่อพิสดารเสียจนบางครั้งอุ้มก็ชิน ลืมนึกลืมถามไปว่าทำไมถึงได้มีชื่อเรียกประหลาดๆ แบบนี้ แต่อย่างอิเหนาเข้าเฝ้า คุณย่าเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าอิเหนาจะไปเฝ้าใคร หรือเจ้าองค์ไหนโปรดไข่ดาวหน้าหมูสับ สุดท้าย อุ้มเลยหมดความพยายาม รู้แค่ว่าทำอย่างไรให้อร่อยเหมือนที่คุณย่าทำให้เรากินก่อนก็แล้วกัน



ที่มา goodfoodgoodlife

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ไข่เจียวซูกินี







ไข่เจียวซูกินี

ซูกินี น่าจะเป็น บวบฝรั่ง หรือ แตงไทยฝรั่ง มีรสหวาน ประกอบอาหารไทยได้หลายอย่าง เช่น ใส่ในแกงแทนมะเขือ ต้มจิ้มน้ำพริก และนำมาทำไข่เจียวแบบไข่ชะอม

ไข่เจียวซูกินี นำซูกินีมาขูดให้เป็นเส้นๆ แบบเดียวกับมะละกอทำส้มตำ นำไปผสมกับไข่เป็ด 3 ฟอง ตีให้เข้ากัน ตอกไข่เป็ดลงไป ตีให้เข้ากัน นำไปทอดในกระทะแบน นำไปทอดเป็น ไข่เจียวซูกินี ดูคล้ายๆกับ ไข่ชะอมนำไปทานกับข้าวสวยร้อนๆ ทานกับน้ำพริก หรือ ทำแกงส้ม อร่อยดี

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ทำแกงอ่อมไก่บ้าน
















แกงอ่อมไก่และไข่อ่อน

จากความเดิมตอนที่แล้ว แกงอ่อมเนื้อ วันนี้ลองทำแกงอ่อมไก่บ้านดูบ้างค่ะ

มีไข่อ่อนด้วย

นำไก่ไปรวนก่อนค่ะ

เพราะไก่บ้านจะเหนียว


ผักตามใจชอบค่ะ


ขาดไม่ได้ก็ผักชีค่ะ

หั่นผักเตรียมไว้ค่ะ

ผักกวางตุ้งก็อย่าให้ขาดนะคะ
ชุดเครื่องแกงค่ะ

ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด

พริกสด หอม กระเทียม


ตำไม่ต้องละเอียดนะคะ


เทเครื่องแกงลงหม้อแล้วเติมน้ำลงไป

ต้มให้เดือดค่ะ


ถ้ากินปลาร้าก็เติมน้ำปลาร้าลงไปค่ะ


เติมเครื่องปรุงตามใจชอบค่ะ

ต้มให้้เดือด



ใส่ผักลงไปค่ะ


พอน้ำเดือดอีกรอบใส่ผักชีลงไปค่ะ

ปิดฝา ปิดแก๊ส เสร็จ


พร้อมเสิร์ฟค่ะ