วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

กะหล่ำปลีตุ๋นเจ


กะหล่ำปลีตุ๋นเจ
กะหล่ำปลี น้ำหนักหัวประมาณ 600 กรัม 1 หัว

เห็ดหอมแห้งแช่น้ำจนนุ่ม 7 ดอก

ฟองเต้าทอดหั่นเป็นชิ้นพอคำ 3 แผ่น

ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

คนอร์ ซุปรสเห็ดหอมก้อน 1 ก้อน

น้ำ 6 ถ้วย

น้ำมันพืชสำหรับทอดกระหล่ำปลี

วิธีทำ

1. กะหล่ำปลีผ่าครึ่งหัวพักไว้ เห็ดหอมตัดเอาก้านแข็งออกใส่ถ้วยเตรียมไว้

2. นำน้ำมันใส่กะทะ พอร้อนใส่กะหล่ำปลีทอดจนเหลืองตักใส่จานพักไว้

3. ตักน้ำมันออกให้เหลือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นจึงใส่เห็ดหอมลงผัดพอหอม ใส่คนอร์ ซุปรสเห็ดหอมก้อนคนให้ละลาย ลดเป็นไฟอ่อ เคี่ยวนานประมาณ 1/2 ชั่วโมง หรือจนกะหล่ำปลีสุกนุ่มและน้ำต้มงวดลงปิดไฟ ตักใส่จานเสิร์ฟร้อนๆ

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
ส่วนผสม อีกสตรค่ะ

กะหลำปลี 1 หัว
เห็ดหอมปรุงรส 4 ดอก
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
น้ำ 2 ถ้วย
น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ถ้วย

วิธีการทำ :

ล้างกะหล่ำปลี ผ่าเป็นสี่ส่วน ใส่กระชอน พักไว้
ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กะหล่ำปลี ทอดสักครู่
วางกะหล่ำปลีในถ้วยตุ๋น ใส่เห็ดหอม
ผสมซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำตาล น้ำ คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันดี ราดบนกะหล่ำปลี นำไปตุ๋นประมาณ 30 นาที
_______________________________________________________________________________

แ ก ง เ ขี ย ว ห ว า น เ ห ม ง พ ร้ า ว














แ ก ง เ ขี ย ว ห ว า น เ ห ม ง พ ร้ า ว (อาหารใต้จร้า)


เหมงพร้่าวคืออะไร ...อ่ะๆๆ เหมงพร้าวก็คือ กะลามะพร้าวที่อ่อนๆ ยังไม่โต


เวลาผ่าลูกมะพร้่าวออกมาแล้วให้งัดกะลาอ่อนออกมาทำอาหารได้


ที่จังหวัดชุมพรนิยมนำเหมงพร้าวมาทำแกงกะทิ เพราะอร่อยกว่ายอดมะพร้าวอ่อนค่ะ


♥♥ ส่วนประกอบ ♥♥

- เหมงพร้าว
- กระดูกแก้ว (หรือกระดูกหมูอ่อนก็ได้) 6 ขีด
- พริกแกงเขียวหวาน 2 ขีด
- มะพร้าวขูด คั้นน้ำ 1 กก.
- ใบมะกรูด
- น้ำตาลปีป
- ลูกโดด (พริกขี้หนูสวนนั่นเอง)
- มะเขือพวง (ถ้าชอบ)

ที่ทำหม้อนี้ทานกันประมาณ 11 คนค่ะ


♥♥ วิธีการทำค่ะ ♥♥



นำพริกแกงไปผัดในกระทะ ให้หอม แล้วเติมหัวกะทิเล็กน้อย ผัดต่อให้แตกมันสวยงาม



นำหางกะทิให้หม้อที่จะแกง ตั้งไฟให้เดือด




นำกระดูกหมูใส่ลงไปในหางกะทิ เคี่ยวกระดูกหมูให้เปื่อยสักพัก



เอาน้ำพริกที่ผัดแล้วใส่ตามลงไปในหม้อที่ใส่กระดูกหมูแล้ว




เอาหางกะทิใส่ลงไป แล้วเคียวกระดูกหมูกับน้ำพริกให้เข้าเนื้อ




เคี่ยวให้เดือด และให้กะทิแตกมันสีสันน่ารับประทาน แล้วจัดแจงปรุงรสชาติให้อร่อย หวานนำ เค็มตาม แล้วก็เผ็ด




จากนั้นก็ใส่เหมงพร้าวที่ต้มแล้วลงไป




เคียวให้เดืิอดอีกนิด จะได้ทานแล้วหล่ะ ชิมอีกรอบถ้ายังไม่เข้มข้นก็ปรุงเพิ่มอีกเล็กน้อย
เพราะใส่เหมงพร้าวไปแล้วจะจืดไปอีกนิด




จากนั้นก็เอาใบมะกรูดฉีดลงไป ตามด้วยลูกโดด จากนั้นให้แกงเดือด
แล้วก็จัดแจงปิดแก๊สและก็ตักใส่ชามได้แล้วหล่ะ



ราดกับขนมจีนก็อร่อย





หรือจะทานกับข้าวก็เข้มข้นค่ะ


ที่สำคัญเหมงพร้าวพอเอาออกมาจากลูกมะพร้าวแล้วเวลาหั่นต้องเอาแช่น้ำไว้
เพราะถ้าไม่แช่น้ำเหมงพร้าวจะดำ และถ้ายังไม่ทำอะไรก็ให้เอาเหมงพร้าวมาต้มกับน้ำให้เดือดแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น

หลังจากนั้นค่อยนำออกมาปรุง
ที่สำคัญเหมงพร้าวอร่อยกว่าหน่อไม้ หรือยอดมะพร้าวอ่อน เพราะเหมงพร้าวเวลาเคี่ยวไปแล้วจะไม่เละ

ความอร่อยของเหมงพร้าวยังอยู่ ยิ่งทำกระกระดูกหมูอ่อนๆ นะ ค่อยๆ เคี้ยว กรุ๊บๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียวค่ะ...


ขอให้อร่อยกับอาหารมื้อนี้นะคะ

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

ปลาทับทิมทอดกระเทียมกรอบ


ปลาทับทิมทอดกระเทียมกรอบ เป็นเมนูอาหารที่ไม่ค่อยจะมีใครทำทานที่บ้านนัก เพราะราคาของเจ้าปลาทับทิมนี้ก็ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ธรรมดาทั่วไป (เรียกว่าแพง) แต่หากคุณแม่บ้านท่านใด อยากเนรมิตมื้ออาหารธรรมดาๆ ที่บ้าน ให้กลายเป็นมื้อพิเศษสำหรับโอกาสพิเศษแล้วล่ะ ก็ แนะนำเลยค่ะว่าให้นำ ปลาทับทิมทอดกระเทียมกรอบ ขึ้นตั้งบนโต๊ะอาหารที่บ้าน แล้วมื้อนั้นจะกลายเป็นมื้อพิเศษขึ้นมาทันที…ส่วนการทำนั้นก็ไม่ยากเย็นแต่อย่างใด มาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ/เครื่องปรุง

ปลาทับทิมขอดเกล็ดควักไส้ออก หนัก 500 กรัม 1 ตัว
เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมปอกเปลือกสับละเอียด ? ถ้วยตวง
น้ำมันสำหรับทอด
น้ำมันสำหรับเจียวกระเทียม 1 ถ้วยตวง

วิธีการทำ

ขั้นแรกนำปลาทับทิมไปล้างให้ดีแล้วซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาดค่ะ เอาเกลือโรยที่ตัวปลาทั้ง 2 ด้าน ให้ทั่ว พักไว้ประมาณ 15 นาที

เตรียมน้ำมันใส่กระทะ กะให้ท่วมตัวปลานะคะ ตั้งไฟพอร้อน นำปลาลงทอดให้เหลืองกรอบทั้ง 2 ด้านค่ะ พยายามอย่าพริกปลาบ่อยนะคะ เดี๋ยวเนื้อปลาจะแตก พอสุกกรอบก็ตักขึ้นมาวางบนกระดาษซับน้ำมัน ซับน้ำมันให้แห้ง จัดปลาบนจานเตรียมเสิร์ฟให้สวยงามค่ะ แต่ยังไม่เสร็จนะคะ จากนั้นก็ให้นำน้ำมันใส่กระทะอีกครั้ง ตั้งเตาไฟอ่อน ใส่กระเทียมลงไป เจียวจนเหลืองนวล ใส่เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้ทั่วกระเทียม กะไม่ให้กระเทียมออกเป็นสีน้ำตาลไหม้นะคะ แค่สีทองสวยงามก็พอ เสร็จก็ตักขึ้น

นำกระเทียมเจียวไปราดบนตัวปลา แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี ส่วนประกอบอื่นๆ ไม่ต้องใช้มากมายเลยค่ะสำหรับเมนูนี้ แค่ต้องตัดสินใจซื้อปลาทับทิมเท่านั้น…เอง

ที่มา aroiclub

ต้มโคล้งปลากุเลา


เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสชิมต้มโคล้งปลากุเลา รสชาติอร่อยจนต้องยกนิ้วให้ จึงได้รู้ว่าปลากุเลานอกจากจะทำแกงส้มได้อร่อยแล้ว ยังสามารถทำเป็นเมนูอื่นๆ ที่อร่อยถูกปากไม่แพ้กันอีกด้วย และก็ไม่รอช้า รีบจัดหาสูตรเมนูที่ว่านี้ทันที จนได้สูตรต้มโคล้งปลากุเลา ที่ลงรสชาติแซ่บสะเด็ดลงตัว อร่อยจนอยากทำหม้อใหญ่ไว้ทานคนเดียว…


วัตถุดิบ/เครื่องปรุง

ปลากุเลาล้างสะอาดผึ่งให้สะเด็ดน้ำ 200 กรัม
หัวหอมแดงคั่วให้หอม 3 หัว
ตะไคร้คั่วให้หอมหั่นเป็นท่อน 1 ต้น
ข่าคั่วให้หอมประมาณ 3 ชิ้น
ใบมะกรูดคั่วให้หอม 4 ใบ
มะเขือเทศผ่า 4 ซีก
ใบโหระพา
น้ำมะขามเปียก ? ถ้วยตวง
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูแห้งคั่วให้หอม 10 เม็ด
น้ำ 4 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีการทำ
เริ่มต้นการทำต้มโคล้งปลากุเลาด้วยการนำน้ำขึ้นตั้งไฟ ใส่หอมแดง ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด มะเขือเทศ ตั้งไฟพอเดือด ใส่ปลากุเลา พอปลาสุกก็ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติค่ะ เอาที่คิดว่าอร่อย จึงใส่พริกขี้หนูแห้งคั่ว ใบโหระพา คนให้เข้ากัน ยกลงตักใส่ถ้วยได้เลย ซดน้ำร้อนๆ รับรองว่าแซ่บสะเด็ด

ที่มา aroiclub

กุ้งต้มหวาน (สูตรไมโครเวฟ)



กุ้งต้มหวาน เมนูทานเล่นหรือให้เด็กๆไว้ทานกับข้าวสวยก็ได้ หรือเอาไว้ทานเป้นกับแกล้มก็ได้นะ รส หวาน มันเค็ม ทานได้ทุกเพศทุกวัย


ส่วนประกอบกุ้งต้มหวาน


กุ้งแช่บ๊วย 500 กรัม

น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย

เกลือป่น 2 ช้อนชา

น้ำ 2 ถ้วย



วิธีทำกุ้งต้มหวาน



1. ล้างกุ้งทั้งเปลือกให้สะอาด วางพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ

2. ผสมน้ำตาลปี๊บ เกลือ และน้ำใส่ชามแก้วทนไฟ คนให้เข้ากัน นำเข้าเตาไมโครเวฟ เปิดไฟแรงที่ระดับ High ประมาณ 3 นาทีพอเดือด

3. ใส่กุ้ง เข้าไมโครเวฟต่ออีก 3 นาที ยกออกจากเตา

4. จัดใส่จาน เสิร์ฟ

ปลาสำลีแดดเดียว


เมนูนี้จัดมาเพื่อเอาใจคนชอบปลาสำลีค่ะ นั่นคือ ปลาสำลีแดดเดียว หลายท่านอาจเคยทานมาบ้างแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลองทำทานเองเสียที เพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ปรุงอย่างไร คราวนี้คงได้กระจ่างในเคล็ดลับความอร่อยของปลาสำลีแดดเดียวเสียที จะได้ไปลองฝึกทำที่บ้าน ทานอร่อยแบบหนำใจหนำท้องกันเลยเชียว ว่าแล้วก็มาลงมือทำกันเลยดีกว่านะคะ เริ่มจากสิ่งที่ต้องเตรียมดังนี้

วัตถุดิบ/เครื่องปรุง

ปลาสำลีขอดเกล็ดควักไส้ออก ผ่าครึ่งตัว หนัก 600 กรัม 1 ตัว
เกลือ 2 ช้อนชา
มะม่วงดิบซอยฝอย 1 ถ้วยตวง
หอมซอยบางๆ ถ้วยตวง
ใบผักชี
พริกขี้หนูหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
มะม่วงหิมพานต์ทอดกรอบ ถ้วยตวง
น้ำมะนาว ถ้วยตวง
น้ำปลา ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช

วิธีการทำ

วิธีทำ ล้างปลาให้สะอาดก่อนค่ะ น้ำผ้าซับน้ำให้แห้ง จากนั้นก็ใช้เกลือโรยบนตัวปลาให้ทั่วทั้ง 2 ด้าน นำไปผึ่งแดดประมาณ 2 ชั่วโมง นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่น้ำมันกะปริมาณให้ท่วมปลา แล้วจึงนำปลาลงทอดให้เหลืองกรอบทั้ง 2 ด้านตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน จัดปลาลงจานพร้อมเสิร์ฟ โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน ชิมรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ตามลำดับ ได้รสที่ถูกปากแล้วก็ใส่พริกขี้หนูซอย มะม่วงฝอย เคล้าให้เข้ากัน โรยด้วยใบผักชี จัดวางพร้อมเสิร์ฟคู่กับปลาสำลีทอด แค่นี้เองก็ได้ปลาสำลีแดดเดียวอร่อยๆ ไว้ทำทานที่บ้านแล้วค่า

สปาเก็ตตี้ไส้กรอกรมควัน


สำหรับใครที่ชอบทานสปาเก็ตตี้แล้ว ขอบอกว่าเมนูนี้มีขั้นตอนในการทำง่ายมากๆค่ะและไม่ยุ่งยากเกินไปในการเตรียม เครื่องปรุงหรือวัตถุดิบต่างๆ แต่อาจต้องใช้เวลานานสักหน่อยประมาณสัก 30 นาที ในการต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้อ่อนและนุ่ม เคี้ยวได้ เพราะถ้าเราต้มเส้นสปาเก็ตตี้ไม่สุกดีพอ จะทำให้ไม่อร่อยและเคี้ยวไม่ได้เลย ต่อให้ทำออกมารสชาติอร่อยมากแค่ ไหนก็ตามก็ไม่ได้ทำให้เมนูนี้อร่อยได้เลย ดังนั้นควรใส่ใจในเรื่องของการต้มเส้นเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง



วัตถุดิบและเครื่องปรุง

เส้นสปาเก็ตตี้ 200 กรัม

ไส้กรอกรมควัน 2 ชิ้น

พาเมซานชีส 50 กรัมก

ระเทียม 2-5 กลีบ

น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ

เกลือใบโหระพา 10-15 ใบ

พริกไทยดำ

ซอสแม็กกี้

วิธีการทำ

1. เทน้ำมันมะกอกลงไปในกระทะ นำกระเทียมที่ทุบแล้วใส่ลงไป ใส่ไส้กรอกรมควันที่หั่นเป็นชิ้นแล้วใส่ลงไป

2. ผัดจนไส้กรอกรมควันกรอบละสุก แล้วค่อยเอากระเทียมออก อุ่นเอาไว้ด้วยไฟเบา ให้ไขมันยังคงความร้อนอยู่

3. ระหว่างผัดไส้กรอกนั้น ก็ เตรียมต้มเส้นตามเวลาที่ต้องการประมาณ 30 นาที

4. พอเส้นอ่อนและนุ่มดีแล้ว ( ชิมได้ระหว่างที่ต้มนะคะ เพื่อจะได้รู้ว่าเส้นสุกและนุ่มดีแล้ว)

5. เมื่อต้มเส้นสปาเก็ตตี้สุกแล้วก็ตักพักไว้รอในจาน

6. ระหว่างนั้นก็คอยคนไส้กรอกบ่อยๆ เพื่อจะแน่ใจได้ว่าสุกและกรอบดีแล้ว และโรยเกลือพอประมาณ เติมพริกไทย เติมซอส คนไปมาสักพัก ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นก็ตักราดหนาเส้นสปาเก็ตตี้ที่พักไว้ในจาน

7. หลังจากนั้นโรยหน้าด้วยพาเมซานชีส และ ใบโหระพา เพิ่มความหอมแบบไทยๆ พร้อมเสิร์ฟค่ะ

ที่มา aroiclub

พะแนงเนื้อ


วันนี้เรามีสูตรพะแนงเนื้อมาฟากทำได้ง่ายๆ เลย เพราะสมัยนี้เครื่องแกงมีให้ซื้อตามตลาดทั่วไปแล้วละ มาลงมือทำกันเลยดีกว่าเริ่มจากเตรียมวัตถุดิบกันก่อน มาดูซิว่าเราต้องหาซื้ออะไรกันบ้าง


วัตถุดิบ/เครื่องปรุง



* เนื้อวัว 400 กรัม (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)

* น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

* กะทิ 150 กรัม

* น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* ใบโหระพา 10 ใบ

* พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด (หั่นตามแนวขวาง)

* ใบมะกรูด 3 ใบ (ซอยละเอียด)



วิธีการทำ



1. นำเครื่องแกงไปผัดกับน้ำมันประมาณ 1 นาที จากนั้นจึงใส่กระทิลงไปและต้มต่อไปจนเดือด

2. ใส่เนื้อวัว แล้วจึงปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลา

3. เมื่อเนื้อสุกดีแล้ว จึงใส่ใบโหระพา, พริกและใบมะกรูด คนต่อไปอีกสักพัก ตักใส่ถ้วยและเสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

ผัดเผ็ดปลาดุกทอดกรอบ


เมนูผัดเผ็ดปลาดุกทอดกรอบนี้ตั้งใจจะเอามาใจคนชอบทานปลาและอาหารรสชาติจัดจ้านค่ะ แม้จะดูไม่ค่อยมีความพิเศษตรงไหน เพราะหาทานได้ตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไป แต่ถ้าคุณแม่บ้านลองได้หัดทำเองตามวิธีที่กำลังจะบอกนี้ อาจติดใจรสชาติตัวเองจน ไม่อยากออกไปซื้อข้างนอกเลยก็ได้นะคะ



วัตถุดิบ/เครื่องปรุง

ปลาดุกหั่นเป็นชิ้นๆ ล้างให้สะอาด

แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง

ใบมะกรูดทอดกรอบ

ใบกะเพราทอดกรอบ

พริกสดเขียว แดง เหลือง รวม 3 เม็ด

น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำพริกแกงเผ็ด 60 กรัม

น้ำมันสำหรับผัด ? ถ้วยตวง

วิธีการทำ

วิธีทำเริ่มด้วยตั้งน้ำมันบนกระทะให้ร้อน นำปลาที่คลุกกับแป้งสาลีจนทั่วลงทอดให้กรอบดี ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันค่ะจากนั้นตั้งกระทะ ด้วยน้ำมัน 1 ถ้วยตวง พอร้อน ใส่พริกแกงเผ็ดลงผัดให้หอม ใส่น้ำนิดหน่อย ผัดให้ทั่วกันเลย ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ปกติรสชาติควรออกเผ็ดเค็มหวาน เมื่อรสชาติดีแล้วก็ใส่พริกสด 3 สีลงไป ผัดให้แห้งนำปลาดุกทอด กรอบที่ได้ในขั้นตอนแรกลงไปคลุกให้ทั่ว จากนั้นก็ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบมะกรูดทอดกรอบและใบกะเพราทอดกรอบให้สวยงาม เห็นไหมล่ะคะ ง่ายดี รับรองว่าถูกใจคนชอบผัดเผ็ดปลาดุกทอดกรอบอย่างแน่นอนค่ะ

ที่มา aroiclub

ปลาจะละเม็ดทรงเครื่อง


คุณแม่บ้านคงเคยไปทานร้านอาหารซีฟู้ดมาบ้างไม่มากก็น้อยครั้ง และคงมีโอกาสได้สั่งเมนูปลาจะละเม็ด อร่อยใช่ไหมล่ะ วันนี้เลย จะนำเมนูปลาจะละเม็ดมาฝากกันค่ะ เผื่อว่าไม่มีโอกาสไปทานข้างนอกแต่อยากทำทานที่บ้านกัน มาลองดูกันค่ะ


วัตถุดิบ/เครื่องปรุง

ปลาจะละเม็ด 1 ตัว
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นเป็นชิ้น 3 ดอก
ผักกาดดอง ใช้แต่ก้าน หั่นเป็นชิ้นยาว ? ถ้วยตวง
ขิงสดหั่นฝอย ? ถ้วยตวง
เหล้า 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
มันหมูแข็งหั่นเป็นชิ้นยาว ? ถ้วยตวง
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
ใบผักชี

วิธีการทำ
ขั้นแรกคุณแม่บ้านต้องขูดเมือกปลาออกให้หมด แล้วควักไส้ออก บั้งเป็นริ้วๆ ทั้ง 2 ข้าง ล้างให้สะอาด ซับน้ำด้วยผ้าจนแห้ง นำปลาจะละเม็ดที่เตรียมดีแล้ววางบนจาน ใส่เหล้า ซีอิ้วขาว พริกไทยป่นให้ทั่วปลา จากนั้นก็นำมันหมูแข็ง เห็ดหอม ผักกาดดอง ขิงซอย พริกชี้ฟ้าแดง ผักชี จัดวางบนตัวปลาให้สวยงาม จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าปลาจะสุกดี แค่นี้ก็ได้ปลา จะละเม็ดทรงเครื่องที่ทั้งหอม และอร่อยไว้เสิร์ฟให้คนในครอบครัวทานแล้วค่ะ

ปลาจะละเม็ดนึ่งบ๊วย


พูดถึงเมนูปลาจะละเม็ดแล้วอาจต้องยาวหน่อยเพราะเจ้าปลาจะละเม็ดเนี่ย ทำได้สารพัดเมนูอร่อย ครั้งนี้มีเมนู ปลาจะละเม็ดนึ่งบ๊วย มาแนะนำให้คุณแม่บ้านได้ฝึกทำกันค่ะ ง่ายและอร่อยไม่แพ้เมนูปลาจะละเม็ดอื่นๆ เลยทีเดียว



วัตถุดิบ/เครื่องปรุง
ปลาจะละเม็ด 1 ตัว
บ๊วยเค็มดอง 1 เม็ด
น้ำบ๊วย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
หมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้น ? ถ้วยตวง
ต้นหอมหั่นเป็นเส้น 1 ต้น
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 1 เม็ด
วิธีการทำ

ขั้นแรกคุณแม่บ้านต้องขูดเมือกปลาออกให้หมด ควักไส้ออก ซับน้ำด้วยผ้าจนแห้ง จากนั้นนำปลาจะละเม็ดที่เตรียมดีแล้วจัดใส่จาน วางหมูสามชั้น บ๊วยเค็ม น้ำบ๊วย ซีอิ้วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ต้นหอม พริกชี้ฟ้าแดง จัดให้สวยงาม แล้วก็นำไปนึ่งสุก ใช้เวลา ประมาณ 15 นาทีค่ะ แค่นี้ก็ได้เมนูปลาจะละเม็ดอีกเมนู ไว้ประดับโต๊ะอาหารที่บ้านแล้ว อย่าลืมฝึกทำกันนะคะ

ไข่กวน


วันนี้เรามีสูตรอาหารเช้า ที่มีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ บางที ดีไม่ดีสูตรนี้อาจจะเป็นของโปรดของครอบครัวคุณไปเลยนะคะ มาดูกันดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

ไข่ไก่ใบโตๆ 3 ฟอง(ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในครอบครัว)
นมสดจืด 1/2 ถ้วย
เนยแท้แบบเค็ม
อราวรี่
ขนมปังอบ

วิธีการทำ

สูตรนี้ถ้าเสิร์ฟพร้อมสลัดจานเล็ก ๆ สักจาน รับรองว่าอร่อยเหาะ แน่นอนค่ะ และที่ทำคัญสูตรนี้ใช้เวลาไม่นานค่ะ แค่ 10 นาทีองค่ะเราไปเริ่มทำกันก่อนดีกว่าค่ะ

เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทะค่ะ ไฟอ่อนๆนะคะใส่เนยลงไปเลยค่ะไม่ต้องรอกระทะร้อนพอเนยเริ่มอ่อนตัวเราก็เต๊าะไข่ลงใส่ลงไปในกระทะเลยค่ะ แล้วคนๆๆๆ คนไปทางเดียวกันช่วงนี้อย่าหยุดคนนะคะเมื่อเห็นว่าเนยกับไข่เข้ากันดีแล้ว ค่อยๆรินนมใส่ลงกะทะค่ะคนต่อไปกระทั่งไข่ข้นจนได้เนื้อไข่ประมาณเนื้อสังขยานะคะ 2-3นาทีก็น่าจะได้แล้วค่ะเสร็จแล้วปิดไฟค่ะ ตักใส่จานเลย ขนมปังกรอบวางข้างๆ คู่กับจานสลัดผัก ส่วนเจ้าไข่กวนนี่เป็นพระเอกต้องเอาไว้กลางจานค่ะโรยหน้าไข่กวนด้วยออริกาโน่ป่น และ พริกไทยค่ะ นิดหน่อยแล้วแต่ชอบเลยค่ะอันนี้อาจจะทานคู่กับกาแฟ รึว่าน้ำผลไม้สักแก้วก็ไม่เลวนะคะ

น้ำพริกปลาทูเค็ม


ไม่ได้ทำน้ำพริกมาตั้งนาน วันนี้เรามาทำน้ำพริกรสแซบกันดีกว่า ว่าแต่เอาน้ำพริกอะไรดีละ เอาเป็นน้ำพริกปลาทูเค็มละกัน เพราะน้ำพริกอย่างอื่นก็หาซื้อได้ง่ายเนอะ เอาแปลกๆ ก็แล้วกัน มาดูสุตรและวิธีการทำกันเลยดีกว่า



ส่วนผสมน้ำพริกปลาทูเค็ม



ปลาทูเค็ม 1 ตัว

พริกขี้หนู 12 เม็ด

กระเทียม 6-7 กลีบ

หอมแดง 3 หัว

มะนาว 1 ผล

น้ำปลาดี 1 ช้อนชา



วิธีทำน้ำพริกปลาทูเค็ม



1. ใช้ไฟปานกลางย่างปลาทูเค็มให้พอสุกแล้วแกะเอาแต่เนื้อใส่ถ้วยไว้ ปอกเปลือกหอมแดงซอยให้ละเอียด โขลกกระเทียมกับพริกขี้หนูให้พอแหลกนำไปรวมกับหอมแดง

2. ใช้ส้อมหรือช้อนยีๆ บี้ๆ เนื้อปลาทูเค็มให้ละเอียดเนียนแล้วนำมาคลุกกับหอมแดงและกระเทียม เติมน้ำปลาดีสักเล็กน้อยระวังเค็ม บีบมะนาวใส่คลุกเคล้าให้ทั่วๆ ชิมรสดูให้เผ็ดจัดนำเด่นตามด้วยรสเปรี้ยว เสิร์ฟกับผักสดหรือผักลวกก็อร่อยไม่แพ้กัน


ที่มา aroiclub

“ซีฟู้ดผัดน้ำพริกเผา”


หลายท่านๆ คงมีซีดฟู้ดเป็นของชอบสำหรับครอบครัวใช่ไหมล่ะคะ และเด็กๆ บางคน ก็ชอบทานเจ้าน้ำพริกเผาเหลือเกิน วันนี้เราจึงนำเมนูนี้มาเอาใจทั้งคนชอบทานซีฟู้ดและเด็กๆ ที่ชอบทานน้ำพริกเผาค่ะ นั่นก็คือ “ซีฟู้ดผัดน้ำพริกเผา” นั่นเองค่ะ ก่อนอื่น เรามาเตรียมเครื่องปรุงกันก่อนค่ะ

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

ปลาหมึก
หอยแมลงภู่
กุ้ง
น้ำเปล่า
น้ำพริกเผา
น้ำปลา
น้ำมันหอย
น้ำมันพืช
น้ำซุป
หอมหัวใหญ่
ต้นหอม
คื่นช่าย
เห็ดฟาง (อันนี้ของชอบผู้เขียนค่ะ เลยหนักมือไปหน่อยอิอิ)
พริกชี้ฟ้าแดง
กระเทียมกลีบใหญ่

วิธีการทำ

เริ่มแรกนะคะ เรามาเตรียมหอยแมลงภู่กันก่อนเลยค่ะโดยการน้ำไปลางสิ่งสกปรกที่อยู่ที่เปลืออกให้สะอาด จากนั้นนำกะละมั่ง หรืออางมาใส่น้ำสักครึ่งหนึ่งของภาชนะแล้วเติมเกลือลงไปประมาณครึ่งช้อนช้าแล้วน้ำหอยแมลงภู่มาใส่ไว้ เพื่อให้หอยคายเศษดินออกมาทิ้งไว้ประมาณสิบนาทีค่ะ เมื่อครบเวลาแล้วกเราก็ตั้งน้ำเลยค่ะ รอให้น้ำเดือดใส่หอยแมลงภู่ลงไป ต้มประมาณสามถึงห้านาที แล้วก็แกเปลือทิ้งไปค่ะ ส่วนกุ้งแกะเปลือก ผ่าหลังให้เรียบร้อยนะคะ ส่วนปลาหมึกก็ล้างให้สะอาดโดยการใส่เกลือประมาณหนึ่งช้อนชา แล้วหั่นให้ใหญ่นิดนึงนะคะ เพราะเวลาโดนไฟ มันจะหดลงและมันจะได้พอดีคำเวลาเราทานค่ะ ส่วนหอมใหญ่ ปอกเลือกแล้วหั่นตามยาวนะคะ จากนั้นปอกเปลือกระเทียมแล้วหั่นบาง ๆหรือจะทุบให้พอแตกอันนี้ก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ ต้นหอม คื่นฉ่าย ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้ เห็ดฝางถ้าไม่ใหญ่มากผ่าครึ่งก็พอค่ะ ส่วนพริกชี้ฟ้าให้หั่นเฉียงตามยาว จากนั้นก็น้ำ น้ำพริกเผา น้ำมันหอย และน้ำปลาผสมกันไว้เลยค่ะ เสร็จแล้วนำกะทะมาตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป กะว่าน้ำมันร้อนแล้วจังใส่กระเทียมและหอมใหญ่ผัดให้ส่งกิล่นหอมแล้วใส่น้ำพริกเผาที่เราผสมกับน้ำปลาและน้ำมันหอยไว้แล้วใส่ลงไป ผัดให้ไม่จับกันเป็นก่อน เติมน้ำซุปเล็กน้อย แล้วใส่หอยแมลงภู่ ปลาหมึก กุ้งลงไปชิมรสด้วยนะคะ จากนั้นใส่เห็ดฟาง ผัดสักครู่ให้เห็ดฟางสุกแล้วใส่ต้นหอมและคื่นฉ่าย คนสักหน่อยปิดไฟ ยกลง เป็นอันเสร็จภารกิจจ้า

ที่มาจาก aroiclub.com

ต้มยํากุ้งน้ำข้น


ต้มยํากุ้งอาหารถูกปากของคนไทยและชาวต่างชาติ เรียกได้ว่าทั่วโลกแทบทุกคนไม่มีใครที่ไม่รู้อาหารไทยอย่าง ต้มยํากุ้ง นี้ และสูตรเมนูต้มยํากุ้งวันนี้จะเป็น ต้มยํากุ้งน้ำข้น นั่นเอง เอาใจคอชอบอาหารที่เน้นความเข้มข้นของรสชาติใครที่ชอบทำอาหารห้ามพลาดกับเมนู ต้มยำกุ้ง ถ้วยนี้เลยนะขอบอก และขอบอกอีกทีว่า ต้มยำกุ้งชาม นี้นับว่าแซ่บจี๊ดจริง ๆ เลยค่ะ ว่าแล้วเราจะมาดูเครื่องปรุงรสต้มยำกุ้งน้ำข้นและวิธีทำและขั้นตอนการทำต้มยำกุ้งน้ำข้นกันเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ/เครื่องปรุง

ตะไคร้ 2 ต้น
ข่า 1 แง้ง
ผักชี 1 ต้น
พริกขี้หนู 5 เม็ด
ใบมะกรูด 5 ใบ
มะเขือเทศใหญ่ 1 ลูก
เห็ดฟาง 5 ดอก
เห็ดนางฟ้า 5 ดอก
กุ้งสด 10 ตัว
น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
นมสด 1 ทัพพี
น้ำเปล่า 1 ลิตร

วิธีการทำ

- ขั้นตอนแรก ให้นำตะไคร้มาทุบแบบหยายแล้วหั่นประมาณ 1 นิ้ว ต่อด้วยหั่นข่า 1 แง้งให้เป็นแว่นๆ ให้ได้ประมาณ 5-7 แว่น ไม่ต้องหนามากเอาพอดีๆ หั่นผักชีเป็นฝอยๆ ส่วนรากผักชีให้ทุกพอหยาบ พริกขี้หนู 5 เม็ดก็ให้ทุกพอหยาบเช่นกัน หั่นมะเขือเทศลูกใหญ่ให้ผ่าให้ได้ 4 ชิ้น เห็นฟางหั่นครึ่งและเห็ดนางฟ้าฉีกครึ่ง ใบมะกรูดนำมาฉีกครึ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนกุ้งสดปลอกเปลือกผ่าหลังและล้างให้สะอาด ผักทุกชนิดต้องนำมาล้างน้ำก่อนหั่นนะค่ะ

- ขั้นตอนที่สอง นำหม้อต้มใส่น้ำเปล่า 1 ลิตรที่เตรียมไว้ตั้งไฟด้วยไฟแรงจากนั้นใส่ตะไคร้ที่ทุบไว้และข่าที่หั่นไว้และรากผักชีที่ทุบไว้ลงไปพร้อมกัน จากนั้นน้ำเดือดให้ใส่เห็ดฟางและเห็ดนางฟ้าพร้อมกับกุ้งสดรอจนน้ำเดือด พอน้ำเดือดแล้วให้หรี่ไฟเป็นไฟปานกลางใส่เครื่องปรุงรสที่เตรียมไว้ให้ใส่ น้ำปลา มะนาว คน 1 รอบ แล้วตามด้วยน้ำพริกเผาคนให้เข้ากันจากนั้นเปิดไฟแรงอีกครั้งแล้วใส่มะเขือเทศและพริกขี้หนูพร้อมใบมะกรูดพอเดือดให้ปิดไฟทันที จากนั้นค่อยๆ ใส่นมสดประมาณ 1 ทัพพีแล้วคนอีกครั้ง จากนั้นยกลงเทใส่ถ้วยแล้วโรยหน้าด้วยผักชีเป็นอันเรียบร้อยค่ะ

ไวไวผัดฉ่าทะเลแห้ง


เครื่องปรุง

- น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
- กระชายซอย 50 กรัม
- น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
- หอยแมลงภู่ 200 กรัม
- หอยเชลล์ 100 กรัม
- ปลาหมึก 100 กรัม
- กุ้งชีแฮ้ 200 กรัม
- เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวก 2 ซอง
- พริกไทยอ่อน 2 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องผัดฉ่าของบะหมี่ 1 ซอง
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- รสดี 1 ช้อนชา
- ต้นหอม พอประมาณ
- ผักชี พอประมาณ
- พริกชี้ฟ้าเหลือง แดง เขียว สำหรับแต่งหน้าอาหาร

วิธีทำ

1.ทำความสะอาดอาหารทะเลทั้งหมด แล้วพักไว้
2.นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันพืชลงไป พอร้อนใส่พริก กระเทียม กระชายซอยและน้ำพริกเผาลงผัดพอหอม
3.ใส่อาหารทะเลลงไปผัดพอสุกใส่เส้นไวไวที่ลวกน้ำร้อนแล้วและพริกไทยอ่อนตามลงผัดให้เข้ากัน แล้วปรุงรสด้วยผงปรุงรส รสดี น้ำปลา ชิมรสตามชอบ
4.ตักใส่จานโรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี พริกชี้ฟ้าเหลือง พริกชี้ฟ้าแดง และพริกชี้ฟ้าเขียว เสิร์ฟร้อน ๆ.

หอยลายผัดน้ำพริกเผา


หอยลายผัดน้ำพริกเผา
ส่วนผสม


หอยลายตัวใหญ่ 1 กิโลกรัม น้ำพริกเผา ตราม้าบิน 1½ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
กระเทียมกลีบเล็กทุบ 5 กลีบ น้ำมันหอยตราม้าบิน 1½ ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวนบุบพอแตก 8 เม็ด โหระพาเด็ดใบ 1/2 ถ้วย
เต้าเจี้ยวดำ 1 ช้อนโต๊ะ ยอดโหระพาสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

1. ล้างหอยลาย ใส่ลงแช่ในอ่างน้ำ ทุบพริกขี้หนู 4 เม็ดใส่ลงไป พักไว้สักครู่เพื่อให้หอยคายดิน จากนั้นล้างอีกครั้งให้สะอาด ใส่ตะแกรงพักให้สะเด็ดน้ำ

2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอใกล้เหลือง ใส่หอยลาย เร่งเป็นไฟแรง ผัดให้ทั่ว ใส่พริกขี้หนู เต้าเจี้ยว น้ำพริกเผา น้ำตาล และน้ำมันหอย ตราม้าบิน ผัดพอทั่ว ปิดฝาทิ้งไว้สักครู่ พอหอยสุกเปลือกอ้า ใส่ใบโหระพา ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ

3. ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยยอดโหระพา เสิร์ฟ

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

ลาบหมูอุดรฯ ...แซ่บอีหลีคับ !! ...






งั้น ............. ตามผมมาได้เลยครับทุกๆท่าน....

-เรามาเริ่มต้นที่การเตรียมอ็อฟชั่นกัน มีหนังหมูแผ่น,ตับ,หัวใจ,ไส้อ่อน
นำมาต้มให้สุก แล้วหั่นให้เป็นชิ้นๆ สัดส่วนปริมาณนั้น...ตามใจปรารถนาครับ
-ตัวหลักคือ หมูเนื้อแดงสับ ประมาณ 3-4 ขีด สำหรับ 1 จาน
ใช้วิธีรวนในกะทะให้หมูสับสุก ก็ใช้ได้แล้ว
(อาจจะรวบรัดหน่อยนะครับ รวมทั้งภาพประกอบด้วย)


เครื่องปรุง มีข้าวคั่วป่น(คั่วเอง),พริกแห้งป่น(คั่วเอง),ผงชูรส(นิดหน่อย),น้ำปลา,มะนาว
ปริมาณ...ตามลิ้นปรารถนาครับ
หอมสดหั่นฝอย,ผักชีฝรั่งหั่นฝอย,สะระแหน่ ปริมาณพอเหมาะ


เรียบร้อย
ขอโทษนะครับ ไม่มีภาพตอนคลุกในชาม

แกงเนื้อไส่บักอื๋อ









มิดหาแนวกินก่อนนากะเลยไปตลาดนัดเลาะบ้านได้เนื้องัวกับบักอื๋อมาเปี่ยงหนึ่งลงมือเลย

ครับ


เอาเนื้องัวไส่หม้อตั้งไฟตำเครื่องปรุง พริก หอม กระเทียม ตะไคร่ ฉีกใบบักกูดไส่ล่งไป

ปรุงรสชาดเลยครับ ไส่น้ำปลาร้า รสดี ผงนัว น้ำปลา แล้วกะเติมน้ำลงไปหน่อยหนึ่ง อย่า

ไส่น้ำหลายเด้อครับมันสิล่วงน้ำ



พอเนื้อสุกกะไส่บักอื๋อลงไปเลยครับ ให้เนื้อเปื่อยจักหน่อยเด้อครับจั่งสิยั่มง่าย



พอบักอื๋อเปื่อยกะไส่ผักคุณตู่ ต้นหอม ลงไป คนไห้บักอื๋อแตกน้ำแกงจั่งสิค้น



แล่วหล่ะครับแกงบักอื๋อไส่เนื้อ หอมหว่ยๆ แซบอีหลี เรื่องรสชาดถามจ่าเหลืองได้เลยครับเพิ่นการันตีความแซบครับ



เคล็ดลับเมนูนี้กะคือ เนื้อต้องติดมันนิดหน่อยครับ บักอื๋อต้องแก่จั่งสิมัน และที่ขาดบ่อได้กะคือผักอีตู่ครับ ขั้นบ่อไส่สิบ่อหอมน่ากินครับ

สูตร....เอ็นไก่ทอด







เอ็นไก่ทอดกรอบ อาหารทานเล่น


เครื่องปรุง

เอ็นไก่ 250 กรัม

แป้งโกกิ 2 ชต

งาขาว 1 ชต

ผงปรุงรสไก่ 1 ชช

พริกไทป่น 1/2 ชช

น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ

ล้างเอ็นไก่ให้สอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำส่วนผสมทั้งหมดใส่



คลุกให้เข้ากัน



หมักทิ้งไว้15นาที



นำไปทอดให้สุกเหลือง




พักให้สะเด็ดน้ำมัน



เสร็จแล้วจัดใส่จาน เชิญรัปทานได้แล้วค่ะ

เส้นหมี่ผัดแหนม


ที่ไปเดินล่าสุด เจอกับร้านขายเส้นครับ เส้นหมี่ เส้นเล็ก ชื่อยี่ห้อคุณเส้นคุณข้าว เจ้าของบอกเป็นเส้นหมี่สไตล์ญี่ปุ่น มีแบบนุ่มเหนียว นุ่มนิ่ม และแบบปรุงซอสในเส้นมาพร้อม เอาไปทำยากิโซบะได้เลย (คงต้องปรุงอีกน่ะแหละ)

มีแบบเจด้วย ก็ไม่รู้มันต่างกันยังไง ทำไมเส้นหมี่ยังต้องเจก็ไม่ทราบ

ซื้อเส้นหมี่เหนียวนุ่มมาห่อใหญ่ กับเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่มมาด้วยอีกห่อ

กลับมาถึงบ้านไม่พูดพล่ามทำเพลง มีแหนม กับคะน้าที่ล้างไว้แล้ว ทำอะไรกินไปวันก่อนไม่หมด

ทำเส้นหมี่ผัดแหนม

เส้นแบบนี้ต้องต้มกับน้ำเดือด 3-4 นาทีก่อน แล้วเอามากรองพักให้สะเด็ดน้ำ ราดน้ำเย็นหน่อยจะเพิ่มความดึบดึ๋ง

เส้นหมี่ผัดแหนม จริงๆ ก็ข้าวผัดแหนมนั่นเอง ทำเหมือนกันเหมดทุกอย่าง

เจียวกระเทียมด้วยน้ำมันนิดเเดียวแล้วใส่แหนมลงไปผัด ตอกไข่ลงไปคนๆ เหยาะน้ำปลา น้ำตาลนิด พริกไทย ใส่เส้นหมี่ลงไป ในไฟแรงสุดๆ ใช้ตะหลัวผัดอย่างรวดเร็ว เขย่ากระทะ โยนๆ ให้มันลอยขึ้นมามั่ง ใส่คะน้าลงไป

ผัดต่อไปอีกหน่อยให้ความร้อนแผ่ถึงคะน้า จากนั้นปิดไฟ โรยต้นหอมผักชีลงไป เป็นอันเสร็จ


เส้นหมี่ผัดแหนม เส้นนุ่มเหนัยวคุณเส้นคุณข้าว

ในนี้ไม่มีผักชีเพราะลืมล้างครับ

ฝานขิงเป็นแผ่นบางๆ โรยไปหน่อย มีต้นหอม พริกขี้หนูก็เอามากินด้วยกัน บีบมะนาวก่อนรับประทาน

เส้นหมี่ผัดแหนม…เริ่ด

อกไก่ยัดไส้ชีส



อ่านจากนิตยสารอีกเล่ม ทำอกไก่ยัดไส้ชีสแบบย่าง

ลองผสมผสานกันดู

เอาอกไก่มากรีดให้ข้างในเป็นเหมือนถุง แล้วหมักน้ำมะนาวหวานไว้ มะนาวเหลืองก็ได้ หรือมะนาวธรรมดาก็ได้

ล้างหอมใหญ่กับผักชีลาว แล้วสับหยาบ

ตั้งกระทะใส่น้ำมันนิดหน่อย เอาหอมใหญ่กับผักชีลาวลงผัด ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย โรสแมรี และ ใบไธม์ป่น ออริกาโน่ด้วยก็ได้ไม่ห้าม

ผักสลดปิดไฟ ไปขูดชีสมาผสม พาเมซานนิด บรีชีสหน่อย

แล้วก็ตักมันยัดลงไปในอกไก่ พอเต็มแล้วเอามอสซาเรลล่าชีสยัดเข้าไปอีกหน่อย ห่อด้วยแผ่นฟรอยด์ม้วนให้แน่นเปรี๊ยะ เอาเข้าเตาอบไฟฟ้าสัก 7-8 นาทีที่ความร้อนสูงสุด นานไปไม่ดีเพราะเนื้อไก่จะแข็ง

เกือบเสร็จแล้วครับ ต่อจากนี้ก็รอเวลาว่าจะกินเมื่อไหร่ค่อยแกะมันออกมา เอาไปย่างในกระทะอีกทีก่อนเสริฟ

ตอนที่เราแกะฟรอยด์ออก มันจะมีน้ำไก่ออกมา เอามันไปราดที่กระทะย่างหลังย่างไก่เสร็จ เดือดฉ่าๆ เอามาราดบนไก่ที่ใส่จานไว้แล้วอีกที

แค่นี้แหละ สามารถปรับปรุงดัดแปลงไส้ไปได้เท่าที่มีของเหลือในตู้เย็น

กินกับข้าวสวยร้อนๆ ได้อย่างไม่เคอะเขิน