วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ต้มส้มปลายอน...อาหารเย็นวันนี้






วันนี้แวะไปตลาด ตั้งใจจะซื้อปลาทูกะงาขาว มาใส่ซุบถั่วแปบ (ได้รับออเดอร์จากน้องๆ ใน สนง.ให้ทำไปให้กินพรุ่งนี้) เจอปลายอนสด นึกอยากกินต้มส้ม เลยซื้อมาสี่ ตัว 65 บาท ส่วนเครื่องปรุงหาเอารอบๆ บ้าน ยกเว้นมะเขือเทศซื้อมาห้าบาท
ปลายอน คล้ายๆ ปลาเนื้ออ่อน

เครื่องปรุง ใบส้มเสี้ยว, ใบมะกรูด, ข่า ตะไคร้, ต้นหอม, รากผักชี, ต้นหอม, มะเขือเทศ, น้ำปลา, เกลือนิดหน่อย, พริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าก็ได้เสร็จแล้ว หน้าตาออกแบบนี้ แซบหรือไม่แซบ...ต้องลอง...
แซบไม่แซบ เหลือแค่นี้...อิอิ

ปล.ในหม้อยังมีเหลือค่ะ ใครอยากลองชิมก็เชิญนะคะ...แล้วจะติดใจ

การทอดมันปลากลาย









ปลากลาย (ปลาตอง) ตัวนี้น้ำหนัก 1.3 กิโล ราคา 90 บาท มาเพิ่มมูลค่าของมันอีกนะครับ
.จัดการทำแกะเอาแต่เนื้อ..ปลากลายเวลาทำค่อนข้างยาก แต่เนื้อของเขาอร่อย เหนียว แน่นดีมากเลยครับ

จากนั้นสับให้ละเอียด
วัสดุและเครื่องปรุง

1 ไข่ไก่ 2 ฟอง

2.พริแกงเผ็ด(ซื้อไม่ได้ตำเอง..ไม่งั้นไม่เสร็จง่ายแต่อาจไม่หอมเข้มข้นเท่าตำเองครับ)

3.ถั่วฝักยาว..ประมาณ 6-8 ลูก ซอย (ถ้าไม่ใช้ถั่วก็ใช้เมล็ดข้าวโพด ฝักทอง แครอท หั่นลูกเต๋า แทนได้ครับ)

4.แป้งสาลี หรือข้าวเจ้า นิดหน่อย ใส่เพื่อเพิ่มความเหนียวยึดเกาะกันดี

5.น้ำตาลนิดหนึ่ง เพื่อไม่ให้รสชาติออกแหลมไปทางเค็มจนเกินไป

6.รสดี กะเอาเองนะครับใส่มากเดี๋ยวเค็ม

7.เนื้อปลา (สามารถใช้เนื้อปลาอย่างอื่นก็ได้ เช่นปลาขาว ปลากระดี่ ตัวเล็กๆสับให้ละเอียด หรือเนื้อหมู ก็ได้ )

8.ใบมะกรูดหั่นฝอย หรือใช้ใบโหรภาแทนก็ได้ หอมไปอีกแบบ
จากนั้นน้ำส่วผสมทั้งหมดเทรวมเข้าด้วยกัน...จัดการคน ขย่ำ นวด..ตามใจเสร็จแล้วครับ...
จัดการเก็บใส่ถุง เก็บไว้ในตู้เย็นใต้ช่องแข็ง เก็บไว้ได้หลายวันครับ

การทำทอดมันปลา เป็นการถนอมอาหารที่ง่าย ใช้เวลาทำประมาณ 10 นาทีก็เสร็จ แถมถูกใจลูกสาวอีกต่างหากครับ สะอาด ปลอดภัย ไร้สารกันบูดครับ...ประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยครับ..อิอิอิ

ผักกระจ้อนข้างบ้าน...กับป่นปลาดุก..แซบๆ







วันนี้เสนอเมนู...ป่นปลาดุกกับผักกระจ้อนข้างบ้าน...
เป็นเมนูที่คนอีสานส่วนมากทำเป็นแทบทุกคนครับ...ง่ายประหยัด อร่อย..วันนี้ฝีมือแม่บ้านครับ...
วิธีทำแสนง่าย..


1.ต้มปลาดุกกับปลาร้า...ให้สุกแล้วแกะเอาแต่เนื้อปลา..


2.ขั่วหรือจี่พริกให้สุก แล้วก็ตำๆๆ
3.ตำเนื้อปลากับเนื้อปลาดุกให้เข้ากัน..
4.ใส่ต้นหอมผักชี.. ผมชอบหอมเยอะๆๆ
5.ใส่น้ำปลาร้าที่ต้มไว้...เพิ่มน้ำปลานิด เสร็จ....
เสร็จพร้อมรับประทาน....น้องโฟกัสมากินข้าว...


เห็นไหมครับเมนูง่ายๆกับผักข้างบ้านปลอดสารพิษ..เสียเงิน 10 บาท ปลาดุก 1ตัว ค่าเครื่องปรุงนิดหน่อยครับ...ประหยัดได้ประโยชน์..


ปล.ผักกระจ้อน..เมื่อหักมาทานแล้วมันก็จะแตกยอดใหม่ไม่เกิน 10 วันได้ยอดใหญ่เท่าเดิม เก็บได้อย่างน้อย 3 ชุด ถ้าใส่ปุ๋ยดีๆสักหน่อย เก็บได้นานเลยครับ...


..........ขอบคุณบ้านสวนพอเพียงครับ.........

ปลาขี้ขมต้มส้ม




วิธีปรุงง่ายๆได้รสธรรมชาติ ตำขมิ้น หอมแดง กระเทียม อย่างละเท่าๆกัน เกลือทะเล ครึ่งช้อนโต๊ะ ทุบตะไคร้สดสักสองต้นลงต้มกับน้ำ สักหนึ่งแก้ว รอให้เดือดแล้วใส่เครื่องที่ตำไว้ลงไปพอเดือดเล็กน้อย ใส่ปลาตามลงไปแล้วปรับไฟปานกลางเคี่ยวไปเรื่อยๆจนเหลือน้ำแกงขลุกขลิก จากนั้นปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะนาว น้ำตาลเล็กน้อย

ถ้าให้ตรงตำรับดั้งเดิมต้องใช้มะขามสด น้ำแกงจะหอมนุ่ม ทำกินเมื่อตอนเที่ยง ปลาสดหวาน ใช้ผักชีลาวเพิ่มกลิ่นนิดหน่อยเข้ากันดีมาก ขมิ้น ตะไคร้ดับคาว ความเปรี้ยวทำให้สดชื่นในหน้าร้อน สบายตัวทั้งวัน
ปลาขี้ขม ต้องหยิกท้องเอาขี้ออก เพราะขี้ขมสมชื่อนะจ๊ะ ล้างในน้ำเกลือเจือจางปลาจะคงความสด หมดกลิ่นคาว

หนางวัว





หนางสามารถนำมาปรุงได้หลายแบบ เช่น แกง ต้ม นึ่ง แต่ที่นิยมกันแพร่หลายก็คือหนางต้ม ซี่งมีวิธีการทำดังนี้

๒.๑ เครื่องปรุง

หนางดิบ ๑ ถ้วย
กะทิ ๒ ถ้วยครึ่ง
ตะไคร้ ๑ ต้น
หอมแดง ๑ หัว
กระเทียม ๒ หัว
ขมิ้นแก่จัด
พริกขี้หนู
น้ำตาลทราย
เกลือ

๒.๒ วิธีปรุง

๑) เอากะทิตั้งไฟให้เดือดทุบตะไคร้ หอม กระเทียม ขมิ้น ใส่ลงในหม้อ
๒) ใส่หนางลงต้มและเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ ต่อไปจนหนางสุก
๓) ทุบพริกชี้ฟ้า เติมน้ำตาล เกลือ ตามชอบ
๔) ยกเสริฟเป็นกับแกล้ม หรือกินกับข้าวสวยร้อน ๆ
ประโยชน์

๑.เป็นการถนอมอาหารวิธีการหนึ่งของคนภาคใต้ สามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน คนที่ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ห่างไกลจากตลาด สามารถเก็บอาหารโปรตีนไว้ปรุงอาหารได้ทุกวัน
๒.รับประทานหนางแล้วได้สารอาหารโปรตีน และไขมัน วิตามินบี
๓.หนางสามารถนำไปปรุงกับข้าวได้หลายชนิด ทั้งต้ม ทอด และแกง

ไข่ครอบ




กลับบ้านที่หาดใหญ่
เดินตลาดเห็นไข่ครอบ
เลยจัดการซะสองแพค
เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยทาน

จำได้เลาๆตอนเด็กๆ
ยายบอกว่า ไข่ครอบ ทำโดยเจาะไข่ เอาเฉพาะไข่แดง
แล้วใส่ลงไปในไข่เปล่าๆ(ที่เอาตอกไปแล้ว)
ไข่เปล่าๆ นี้ต้องปาดให้เรียบๆเนียนๆหน่อยนะครับ
จากนั้น ใส่ไข่แดงลงไปจำนวน 2 ฟอง
ส่วนใหญ่ใช้ไข่เป็ดเพราะจะแดงสวยกว่าไข่ไก่

จากนั้น เราก็จะได้ ไข่ 1 ใบ ที่มีไข่แดง 2 ใบอยู่ด้วยกัน
แล้วใส่น้ำเกลือผสมลงไป แล้วนำไปนึ่ง
ก็จะได้ไข่ที่ที่มีลักษณะเหมือนไข่แดงแฝดอยู่ในไข่ใบเดียว
รสชาติเหมือนไข่แแดงเค็ม แต่นิ่มกว่า
เข้ากันได้ดีกับอาหารรสเผ็ดๆอย่าง
คั่วกลิ้ง หรือแกงไตปลาครับ

ไข่ครอบ คือการถนอมอาหารอย่างนึงครับ โดยเฉพาะ ผู้สูงวัย แถวสงขลา จะทำกันเป็นอาชีพ ในตลาดนัดวันอาทิตย์ มีขายหลายเจ้า ส่วนร้านข้าวแกงก็จะมีขาย วิธีทำ จริงๆแล้ว ไม่เคยเห็นครับ รู้แต่ว่า ชาวบ้านแถวเลียบชายทะเล มักนิยมเลี้ยงเป็ดไข่ เพื่อทำไข่เค็ม อาหารเป็ดก็ได้จาก ปูปลา กุ้ง ที่ขึ้นจากเรืออวนลากเล็ก คัดปลาคัดกุ้ง ก็จะเหลือเศษของมัน นำมาเป็นอาหาร เป็ด ชาวบ้านที่ได้ ไข่เป็ดก็จะนำมาทำไข่เค็ม จากปริมาณค่อนข้างแยะนี่เอง ทำให้เกิดการกระแทกกันในระหว่างการต้มและหมักไข่ ทำให้ไม่สามารถที่จะทำไข่เค็มได้ จึงต้องแยกออกมาต่างหาก เมื่อได้ปริมาณ ก็จะแยกไข่ขาว เหลือแต่ไข่แดง นำเอาเปลือกของไข่เป็ดที่แตกร้าว แกะให้กว้างขึ้น แล้วหยอดไข่แดงลงไป นำไปนึ่ง ก็จะได้ไข่ครอบ ยิ่งเป็นไข่เป็ด ที่ทานแต่ หัวกุ้ง และเศษปูกุ้ง ก็จะให้ไข่ที่มีสีแดง ใบใหญ่ แถบหมู่บ้าน หัวเขา และ ม่วงงาม นิยมทำกันมาก อร่อยดีครับ เค็มๆ มันๆ เค็มน้อยกว่าไข่เค็ม ใช้ทานกับแกงรสจัด เช่นจขกท แนะนำไว้ เคยทดลองนำมาผัดกระเพรา อร่อยดีเหมือนกันนครับ ถ้าใครไปเที่ยวแถบใต้(หาดใหญ่ สงขลา) อย่าลืมอุดหนุน ไข่ครอบชองชาวใต้น่ะครับ เก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน


วิธีการทำ
ไข่ครอบเป็นอาหารชนิดหนึ่ง มีวิธีการทำโดยนำไข่เป็ดมาล้างเปลือกให้สะอาด ต่อยตรงปลายฟองไข่ด้านหนึ่งให้แตกแล้วค่อย ๆ ปอกเปลือกออกประมาณ 1/4 ของฟองไข่ โดยให้ปากฟองไข่ที่ปอกนั้นเสมอกัน เทไข่ลงในภาชนะ แล้วเอาเฉพาะไข่แดง 2 ฟองใส่ลงไปในเปลือกไข่นั้นตามเดิมแล้วเยาะเกลือป่นละเอียดพอสมควร นำเปลือกไข่อีกฟองหนึ่งซึ่งปอกเปลือกให้เหลือประมาณครึ่งฟองมาครอบเปลือกไข่ที่บรรจุไข่ 2 ฟองนั้นอยู่ วางหมักไว้ประมาณ 1 คืน เพื่อให้ความเค็มได้ซึมเข้าในไข่แดง แล้วจึงนำไปนึ่งให้สุก โดยอาจนำไปนึ่งในลักษณะที่เปลือกไข่ครอบกันอยู่นั้น หรือแยกเปลือกไข่ที่ใช้ครอบออกก็ได้ เมื่อนึ่งสุกก็รับประทานได้ คุณค่า

การทำไข่ครอบนี้นอกจากให้คุณค่าทางอาหารแล้ว เดิมทีเกิดจากชาวประมงที่หมักย้อมแหด้วยไข่ขาวของไข่เป็ด เมื่อใช้ไข่ขาวเป็นจำนวนมาก ๆ การแยกไข่ขาวออกไปหมักอวนจะต้องระวังไม่ให้ไข่แดงแตกออกไปปนกับไข่ขาว จึงทำให้ได้ไข่แดงเป็นจำนวนมากจนรับประทานกันไม่หมด จึงใช้วิธีทำไข่ครอบดังกล่าว เป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ครั้นต่อมาไข่ครอบเป็นอาหารที่นิยมกันมาก แม้ไม่มีการหมักย้อมแหก็นิยมซื้อหาไข่เป็ดมาทำไข่ครอบเป็นอาหารประจำวันจนกระทั่งปัจจุบัน

แกงหอยจุ๊บแจง




แกงหอยจุ๊บแจง
เครื่องปรุง / ส่วนผสม
เครื่องแกง

๑. พริกขี้หนูแห้ง ๒๐ - ๓๐ เม็ด
๒. พริกไทยดำ ๑ - ๒ ช้อนชา
๓. ตะไคร้ซอย ๑ ต้น
๔. ข่าซอย ๓ - ๕ แว่น
๕. ขมิ้นยาว ๑ นิ้ว ๑ -๒ แว่น
๖. กระเทียม ๕ - ๗ กลีบ
๗. เกลือ ๑ - ๒ ช้อนชา
๘. กะปิ ๑ - ๒ ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุง

๑. มะพร้าว ๓ ขีด
๒. หอยจุ๊บแจง ๑ กก.
๓. ใบมะกรูด
๔. น้ำตาลแว่น, น้ำปลา
ขั้นตอน / วิธีทำ
๑. นำพริกขี้หนูแห้ง พริกไทยดำ ตะไคร้ซอย ข่าซอย ขมิ้น กระเทียมและเกลือ มาตำให้ละเอียดใส่กะปิตำต่อให้เข้ากัน
๒. ล้างหอยจุ๊บแจงให้สะอาดสับก้นหอยแล้ววางให้สะเด็ดน้ำ
๓. คั้นกะทิให้ได้ หัวกะทิ ๑ ส่วน หางกะทิ ๒ ส่วน นำหัวกะทิส่วนใส่หม้อตั้งไฟให้เดือดใส่เครื่องแกงลงผัดพอหอมใส่หางกะทิทั้งหมด พอให้เดือดใส่หอย ให้เดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลแว่นน้ำปลา ราดหัวกะทิที่เหลือใส่ใบมะกรูดยกลง

เทคนิคในการทำ

หลังใส่หอยจุ๊บแจงอย่าให้เดือดนานหอยจะสุกมากเนื้อแข็งไม่อร่อย

ห่อหมกหน่อไม้








- หมู
- ใบตอง
- ใบแมงลัก, ใบยอ
- กะทิชาวสวน
- ไข่ไก่
- ใบย่านาง , ข้าวสารเหนียว
- เครื่องแกง ( พริก กระเทียม หอม กระชาย ตะใคร้ ข่า )
- ปลาร้าต้มปรุงรส
- เกลือ น้ำปลา รสดี
( น่าจะครบนะ ไม่รู้ขาดไรเปล่า 55 )


เริ่มจาก เอาหน่อไม้ไปต้มให้จืด ใส่เกลือหน่อยนึง
ใบยอ ใบแมงลักขาดไม่ได้ใส่หมู เครื่องแกง ปรุงรสใส่ผัก คลุกให้เข้ากัน ใส่ กะทิ น้ำใบย่านาง ตอกไข่ไก่ ( แล้วแต่ชอบ วันนั้นแม่ใส่ ไป 7 - 8 ฟอง มั้ง)ใบตองหน้าแล้งสั้นๆ เหี้ยน แม่บ่นอยู่ขั้นตอนเกือบสุดท้ายห่อหมกใส่ซึง นึ่ง จนสุกหน้าตาถ่ายรีบๆ รีบๆ กิน ไม่สวยงามแต่ คนที่แจกแล้วก็ ซื้อไปยืนยัน พูดเสียงเดียวกันว่าอร่อยยยย ยยยยมีน้ามาช้วยแม่ทำด้วย ทำเสร็จมีคนมารอ หมก เกือบๆ สิบคนขายห่อล่ะ 10 บาทจริงแม่ไม่อยากขายหรอก แต่ขัดไม่ได้ ถือซะว่าแบ่งๆ กันกิน
สรุปนอกจาก ได้กิน ได้แจก แล้วได้ทุนคืนมาด้วย

อ่อมหน่อไม้








ช่วง นี้หน่อไม้ที่บ้านแพงมาก ปกติแถวบ้านก็ซื้อกันอยู่แล้วทั้งที่เป็นอาหารหลักอย่างนึง
แต่ไม่เห็นมีใคร ปลูก ( กำลังเริ่มๆ ปลูกกันไม่กี่คน )

แม่บอกว่าไปที่ร้านชำเห็นหน่อไม้เลยกะ จะซื้อมาทำอะไรกินเสียหน่อย บอกว่าทีแรกกะเอามาทั้งหมด ( ที่มีในร้าน ) แต่ที่ร้านบอกว่า ไม่ขายหมด งง 55 แม่บอกว่า เออ ไม่ขายก็ไม่ขายเอาแค่นี้ก็ได้

แม่บอกว่าเขาขายกิโลล่ะ 25 บาทหรือ ไรเนี่ยล่ะ ในภาพ ร้อยกว่าบาทนิดเดียว

ตอนแรกกะว่าจะ แกงอ่อม แล้วก็ ห่อหมกกินกันที่บ้านเสียหน่อย ยังไม่ทันได้แกงเลย มีคนมารอขอกินด้วยเยอะเลย ( นับได้ 4 บ้าน ) ปกติเขาชอบกินกันที่บ้านแต่ หน่อไม้หายาก แล้วก็ การทำก็ไม่ง่ายเลย แกงหรือ หมกหน่อไม้

ลงมือทำเลยดีกว่าเริ่มจาก อ่อมหน่อไม้ ( เรียกอ่อม ไม่ค่อยเรียกแกงกัน มันต่างไง ฮึ )

อ่อมหน่อไม้

- หน่อไม้
- เครื่องแกง ( พริก กระเทียม หอม กระชาย ตะใคร้ ข่า )
- ปลาทูเค็ม
- ปลาร้าต้มปรุงรส
- ใบย่านาง , ข้าวสารเหนียว
- ใบแมงลัก, ชะอม , พริกขี้หนูสวน โรยหน้า
- เกลือ น้ำปลา รสดี
( ถ้าใส่ เห็ดฟาง ฟักทอง บวบ แล้วก็ ไข่มดแดงด้วย จะได้ สุดยอดแกงอ่อม )

แม่บอกว่าถ้าได้ไข่หมดแดงใส่ด้วยจะสุดยอดเลย

บอกแม่ไปว่า กินไม่เป็นแม่ .... แม่มองหน้า บอกว่า นิสัย 555 ( ประมาณเสียชาติเกิดไรงี้ มั้ง )

แม่กำลังฝานหน่อไม้ หน่อไม้ในภาพ ราวๆ ร้อยสามสิบมั้งครับ ซื้อมากจากร้านขายของชำ
หน่อไม้ที่แม่ฝานแล้ว ( ในภาพสำหรับ หมก แต่ผมรู้สึกว่า สำหรับแกงอ่อมแม่จะทำอีกแบบ ดูที่ถ้วยแกงอ่อม ทำไมต่างก็ไม่รู้ )
เปลือก มีคนขอเอาไปให้วัวกินด้วย ( ดีกว่าทิ้ง )
ใบย่านางเอามาคั้นน้ำ ( แต่ก่อนแม่ใช้ตำเอาใส่ ข้าวสารเหนียว แช่น้ำด้วย แต่หลังๆแม่ใช้เครื่องปั่น ไม่งั้นงานเข้าที่ผมแน่ๆ เลย)
เครื่องแกง แม่ผมตำเองบอกว่าไม่ต้องตำละเอียดมากแกเลยตำเอง งานนี้ผมตัวปลิว นั่งดูเฉยๆ
ตั้งไฟใส่หน่อไม้สดในน้ำใบย่านาง แม่บอกว่า ให้กวนให้หน่อย ( จะไปทำอย่างอื่น ) แกบอกว่าต้องคนไม่งั้นมันจะไหม้ที่ก้นหม้อ
ใส่เครื่องแกงลงไป ทิ่งไว้ซักพัก ปรุงรส น้่ำปลาร้า น้ำปลา ( ไม่ต้องใส่เยอะ ) ใส่ปลาทูเค็มลงไป ตัวสองตัว หรือ สามแล้วแต่ความชอบ ถ้ามีพวก เห็ดฟาง ฟักทอง บวบ หรือ ไข่มดแดงก็ใส่ลงไปด้วย ( จะสุดยอดเลย ) แม่ถามว่าจะใส่เปล่า ผมว่ามันเยอะแล้ว กินแค่นี้ก็อร่อยแล้วอย่าเลย

แม่วานให้ช่วยเด็ดใบแมงลัก แล้วก็ ชะอม
แล้วโรยหน้าปิดไฟด้วยได้แกงอ่อมหน่อไม้ดังภาพ ( ในถ้วยเขาตักไปเยอะแล้ว ถ่ายไม่ทัน )ดูธรรมดาแต่กินกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดเลยครับได้กลิ่นปลาเค็มหน่อยๆ
แกงอ่อม เสร็จก็แจกไป 4 บ้าน คนล่ะถ้วย พอดี

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กุ้งเหยียบน้ำ






เมนูอาหารกลางวัน ทำแบบง่ายๆ ซดคล่องคอ กุ้งเหยียบน้ำ เครื่องก็มีแค่ กุ้งแชบ๊วย(หรือกุ้งอะไรก็ได้) พริกขี้หนูสวน น้ำปลา ใบกระเพรา มีแค่นี้ครับ น้ำมะนาวไม่ได้ใช้ตั้งน้ำพอเดือด ใส่พริกขี้หนู รอจนเดือดพอเดือดพล่าน ช้อนพริกออกครับ เติมน้ำปลาเพื่อชิมรสให้ได้ระดับนึงตามด้วยหย่อนกุ้งลงไปครับ พอเริ่มม้วนตัว ชิมอีกครั้งแต่งด้วยน้ำปลาเท่านั้น พอได้เผ็ดติดเค็ม ความหวานจะได้จากกุ้ง
ใส่กระเพรา ดับไฟครับ เสร็จแล้ว ซดคล่องชื่นใจ ชื่อเมนูกุ้งเหยียบน้ำมาจากพอกุ้งแตะน้ำม้วนตัวเข้า เราก็เตรียมดับไฟครับ(แค่เหยียบน้ำก็เข้าปากได้แล้ว) เมนูพวกนี้ได้มากจากพ่อครัวเรือตังเกครับ บนเรือไม่มีเครื่องมากนักจะใช้แค่สิ่งของที่มีอยู่ แบบว่าเก็บได้นานเป็นเดือน เพราะเวลาออกเรือครั้งหนึ่งก็ 30 วันขึ้นไปครับ ทานกันน่ะครับ

หอยภูเขา



หอยภูเขาสดๆเก็บมาจากมวกเหล็กสระบุรี ต้มให้สุกจิ้มซีฟูดหรือกินกับส้มตำอร่อยมากคะ ชิมมาแล้วรสชาติดีสุกแล้วมาคู่กับส้มตำมื้อเที่ยง