วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

ปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย


ส่วนผสมเครื่องปรุง

เนื้อปลากะพงขาว 2-3 ขีด (แล่เป็นชิ้นพอดีคำ)
ขี้นฉ่ายจีน 1 ต้น (ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นท่อนๆ)
เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าแดง-เหลือง 2-3 เม็ด (หั่นเฉียง)
น้ำซุป 1/4 ถ้วย
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 1/2 ถ้วย
น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด

วิธีทำ

สำหรับขั้นตอนในการทำนั้นไม่ยุ่งยากอะไร เมื่อเตรียมส่วนผสมพร้อมแล้วก็ลงมือปรุงกันได้เลย เริ่มจากนำเนื้อปลากะพงมาล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำไปคลุกกับแป้งมันบางๆ แล้วนำลงทอดในน้ำมันให้เหลืองพอกรอบ และพักทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

ทีนี้หันมาตั้งกระทะใส่น้ำมันสำหรับผัด และใส่กระเทียมลงไปผัดให้พอหอม จากนั้นก็ใส่เต้าเจี้ยว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว เหล้าจีน น้ำซุปและผัดให้เข้ากัน แล้วก็ใส่เนื้อปลากะพง ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้าแดง-เหลืองลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที เท่านี้ก็เป็นอันว่าเสร็จสรรพ ได้ “ปลากะพงผัดขึ้นฉ่าย” กินกับข้าวสวยร้อนๆ เอร็ดอร่อยกันไปกับปลากะพงเนื้อนุ่มหวาน เคี้ยวขึ้นฉ่ายหอมๆ กรุบกรอบปาก

ปลาหมึกผัดไข่เค็ม


ปลาหมึกผัดไข่เค็ม

เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* ปลาหมึก 350 กรัม (ทำความสะอาดและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)

* ไข่เค็ม 3 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง โดยนำไปบดและผสมกับน้ำ 1/4 ถ้วยตวง คนจนผสมกันดี)

* ต้นหอม 1 ต้น (หั่นยาวหนึ่งนิ้ว)

* พริกชี้ฟ้าหั่นตามยาว 1 เม็ด

* กระเทียมสับละเอียด 5 กลีบ

* ซ๊อสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ

* ซิอิ๋วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาล 1 ช้อนชา

* น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ

* พริกไทย 1/4 ช้อนชา

* น้ำมันพืช

วิธีทำทีละขั้นตอน

1. นำเนื้อปลาหมึกที่หั่นไว้แล้วไปลวกในน้ำร้อนจนเกือบสุก นำออกมาสะเด็ดน้ำเตรียมไว้ผัด

2. ใส่น้ำมันลงในกระทะ และนำไปตั้งไฟร้อนปานแลาง ใส่กระเทียมลงไปจนเหลือง ใส่ต้นหอมและปลาหมึกลงไปผัด

3. เติมซ๊อสหอยนางรม, ซิอิ๊วขาว, น้ำปลา, น้ำตาล, น้ำพริกเผา, พริกไทยป่น และน้ำไข่แดงเค็มที่เตรียมไว้

4. ผัดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี จึงเติมพริกชี้ฟ้าลงไปผัดอีก 10 วินาทีจึงปิดไฟ

5. ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้า เสริฟทันทีกับข้าวสวยร้อนๆ

คัวหนูใส่ใบยี่หร่า







ลนหนูก่อนครับ ให้มันหนูแตก สีออกเหลืองๆจักหน่อย
สับเรียบร้อยกะใส่หม้อเลยครับ วงเล็บ..อีกต่อนหนึ่งนั่น ว่าสิเอาไปปิ้งให้ยายสั่นดอกว๊า..

หมายเหตุครับ บ่ควรกินผู้เดียวมันสิบ่แซบ หาเอิ้นหมู่ฮักๆกันนั่นมากินนำผู้หนึ่งคัวหนู ผู้หนึ่งตำเครื่อง อีกผู้หนึ่งนั่นแผ่งเหล้า ฮ่า..ฮ่า..ส่วนเครื่อง กะมี พริกแห้ง,ตะไคร้,กระเทียม,กระชาย,ผิวบักกรูด ตำใส่กันให้ละเอียดครับ สุดท้ายใส้หอมแดงจัก 4-5 หัว ตำพอแตกๆกะสิได้เครื่องแบบดีเลยครับ ปริมาณแต่ละอย่างนั่นกะแล้วแต่มักครับส่วนพริกแกงหรือว่าพริกไทยสดนั่นบ่ต้องใส่ดอกครับ มันได้ซื้อเขาส่ำนี้กะแซบล่ะครับ.. คั่วแห้งบ่ใส่น้ำครับ จนออกสีเหลืองแต่อย่าให้ไหม้ขูดก้นหม้อใส่นำน้ำแกงสิออกสีเหลืองๆน่ากิน แล้วเติมน้ำพอประมาณ (อ่อม)เดือดแล้วกะปรุงรสตามใจชอบ ผมสิใส่น้ำปลาแดกจักหน่อยนำ..
ในที่นี้ผมใส่ผักยี่หร่าแทนใบกระเพราครับ จั่งเผ็ดฮ้อนดี..
ปรุงรสเค็ม นัว จาง ตามใจชอบ อย่าลืมใส่พริกโดดลงไปจัก 7-8 หน่วยนำแน่เด้อครับ ฉีกใบบักกรูดใส่จัก 2-3 ใบ สุกได้ที่กะปลงหม้อเลยครับ

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

Buttermilk Pancakes



3 ถ้วยแป้งอเนกประสงค์

1 / 4 ถ้วยน้ำตาลทราย


3 ช้อนชาผงฟู


1 ช้อนชาเบเกอรี่โซดา _ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องค่ะ_


3 ถ้วย buttermilk


1 / 2 ถ้วยนม


1 / 3 ถ้วยเนยละลาย


3 ฟอง


1 ช้อนชาวนิลลา


สูตรแพนเค้กโฮมเมด

แพนเค้กเหล่านี้ง่ายมาจัดการทำมากเลยค่ะ

เพลสส่วนผสมทั้งหมดลงในชาม ต้องการใช้เครื่องผสมยืน แต่มิกเซอร์มือพาไปหรือจะทำงานได้ดี และผสมจนผสมกัน

แป้งจะค่อนข้างหนา​​และถ้าคุณไม่ชอบที่คุณสามารถเพิ่มนมน้อยจนเข้ามีความสอดคล้องที่คุณชอบดีกว่า


1. เทแป้งแพนเค้กอเนกประสงค์ลงในชามใบใหญ่ จากนั้นค่อยๆ เทนมข้นจืดลงไป ตีให้แป้งและนมสดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ก่อนที่จะใส่ไข่แดงตามลงไป

2. นำเนยเค็มที่เตรียมไว้ 1 ก้อนไปตั้งไฟให้ละลาย ก่อนที่จะนำมาเทผสมลงไปในแป้ง ให้มีรสชาติเค็มเล็กน้อย คนให้เข้ากันอีกครั้ง
3. ใช้กระทะเทฟลอน ตั้งไฟให้ร้อน โดยใช้ไฟอ่อนที่สุด จากนั้นทาเนยลงบนกระทะเล็กน้อย นำพิมพ์ที่เตรียมไว้ตั้งลงไป ก่อนที่จะเทแป้งลงไปในพิมพ์ คอยดูจนกว่าเนื้อแป้งด้านบนจะมีลักษณะเป็นฟองอากาศแตกจนทั่ว จากนั้นยกพิมพ์ขึ้น กลับแป้ง รอจนสุก ตั้งขึ้นใส่จาน

กล้วยหอมทอด





สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมมีสูตรอาหารว่าง ไว้ทานเล่น หรือสำหรับรับรองแขกเวลามาเที่ยวที่บ้านก็ไม่ว่ากันครับ นั่นก็คือกล้วยหอมทอดรสเด็ด ส่วนผสมและวิธีทำก็ไม่ยุ่งยากครับ ลองไปทำดูเลยครับ

ส่วนผสม

1.กล้วยหอมสุกผ่าครึ่ง 2 ผล
2.แป้งสาลี 1 ถ้วย
3.ไข่ไก่ 1 ฟอง
4.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
5.น้ำมันสลัด 3 ช้อนโต๊ะ
6.ผงฟู 1 ช้อนชา
7.น้ำมันพืช 2 ถ้วย
8.น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
วิธีทำ

1.ตอกไข่ใส่ชามผสมก้นลึก ตามด้วยน้ำตาลทราย น้ำมันสลัด ผงฟู
2.ตีส่วนผสมให้ละลายเข้ากัน ใส่แป้งสาลีลงไป
3.ค่อยๆ เทน้ำเปล่าลงไป ตีแป้งให้ละลายกับน้ำ ระวังอย่าให้แป้งเหลวจนเกินไป
4.นำกล้วยหอมลงชุบกับแป้ง ทอดในน้ำมันร้อนๆ พอสุกเหลือง
5.ตักใส่จานเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำตาลไอซิ่ง หรือ น้ำผึ้งและมะนาว
____________________________________________________________________________

เครื่องปรุง

กล้วยหอม 6 ใบ ขนาดไม่ต้องใหญ่มาก
แป้งอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายขาว 1/4 ถ้วย
เกลือ 1/4 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย น้ามันสำหรับทอด

วิธีทำ

ปอกเปลือกกล้วยออก แล้วหั่นตามขวางเป็นชิ้นยาวประมาณ 3 นิ้ว
สำหรับแป้งชุบทอด: นำแป้งอเนกประสงค์ แป้งข้าวโพด น้ำตาลทรายขาว และ เกลือ ใส่ลงในที่ร่อนรวมกันแล้วร่อนใส่ชาม พร้อมกับค่อย ๆ เติมน้ำลงไป คนไปเรื่อย ๆ จนกว่าแป้งจะเนียน และ หนาพอให้ลองนำช้อนจุ่มดูว่าแป้งที่ผสมสามารถเคลือบช้อนได้ก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ วางไว้พักไว้
ตั้งกระทะใช้ไฟแรงปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปกะให้พอท่วมกล้วยที่จะทอด พอน้ำมันร้อนได้ที่แล้วก็นำกล้วยหอมที่หั่นไว้ไปชุบแป้งที่ผสม นำลงไปทอดแค่พอเหลือง พยายามกลับด้านบ่อย ๆ แล้ว อย่าใส่ลงไปทอดจนแน่นกระทะนะค่ะ เพราะว่ากล้วยที่ทอดจะออกมาไม่น่ารับประทาน
นำกล้วยหอมทอดมาสะเด็ดน้ำมันบนตะแกรง หรือ วางลงบนกระดาษทิชชู่
เวลาเสิร์ฟ จัดกล้วยหอมทอดใส่จานไม้ โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่ง แล้วแต่งด้วยใบอบเชย หรือ จะมีไอศกรีมวางข้าง ๆ ก็ได้ค่ะ

__________________________________________________________________________________

เต้าส่วน


เต้าส่วน เป็นชื่อของหวานชนิดหนึ่งของไทยชนิดหนึ่งที่ได้รับเอาวัฒนธรรมมาจากชนชาติจีน ทำด้วยแป้งเปียกกวนกับถั่วเขียวที่เอาเปลือกออก, ต้มกับน้ำตาล แล้วราดน้ำกะทิ จะมีรสชาติที่ออกหวาน เค็มและมันปนกัน

ถั่วเขียวซีก หรือถั่วเขียวกระเทาะเปลือก (บางคนก็เรียกว่าถั่วเหลือง) ½ ถ้วยตวง
• หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 6-7 ช้อนโต๊ะ
• แป้งมัน หรือแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ

1. นำถั่วเขียวซีกมาล้างน้ำทำความสะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง เวลาผ่านไปจะได้ถั่วที่บานเต็มชาม จากนั้นจึงนำถั่วไปใส่ในตะแกรงและสะเด็ดน้ำไว้

2. นำถั่วเขียวซีกที่สะเด็ดน้ำแล้วไปห่อด้วยผ้าขาวบางและนำไปนึ่งในหม้อนึ่งจนสุก (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
3. ระหว่างที่รอให้ถั่วที่นึ่งสุกอยู่นั้น ก็มาทำน้ำกะทิสำหรับราดหน้า โดยนำหัวกะทิไปผสมกับเกลือป่นและแป้งข้าวเจ้าในหม้อ ยกหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ หมั่นคนไปมาซักพักประมาณ 1-2นาทีจนแป้งสุก (ระวังอย่าให้เดือด) จึงปิดไฟ และพักไว้
4. เมื่อถั่วนึ่งสุกแล้วจึงยกลงเทใส่ชาม จับชามเขย่าไปมาเบาๆ ให้ถั่วไม่จับเป็นก้อน พักไว้

5. นำน้ำเปล่า 2 ถ้วยตวงใส่หม้อและยกขึ้นตั้งไฟร้อนปานกลาง จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายลงไป คนจนละลายดี (ถ้าใครชอบหวานมากก็เพิ่มน้ำตาลเองตามใจชอบ
6. นำแป้งมันไปผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย คนจนแป้งละลายและไม่จับตัวกันเป็นก้อน (ห้ามใส่แป้งมันในน้ำร้อนโดยตรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้แป้งจับตัวกันเป็นก้อนๆ) พอหม้อน้ำตาลเริ่มเดือดจึงค่อยๆ เทแป้งมันที่ผสมน้ำไว้ลงไปทีละน้อย ในขณะเดียวกันก็คนเร็วๆให้เข้ากัน จนแป้งสุกใสและข้นเหนียว จึงใส่ถั่วเขียวนึ่งที่เตรียมไว้ลงไป คนให้ถั่วกระจายทั่ว จึงปิดไฟ
7. ตักเต้าส่วนใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิเล็กน้อย พร้อมเสริ์ฟได้ทันทีทั้งร้อนและเย็น

เคล็ดลับ : อย่าข้ามขั้นตอนโดยใส่ถั่วก่อนแป้งมัน เพราะจะทำให้น้ำขุ่น และถั่วจะดูดน้ำทำให้บานเพิ่มขึ้นอีกไปอีก และเมื่อเต้าส่วนเย็นตัวลงอาจทำให้แป้งมันคืนตัวได้

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

Sacher Cake


Sacher Cake
ส่วนผสม
น้ำตาลทราย 75 กรัม
กลูโคส 75 กรัม
เนยสดตราออร์คิดชนิดจืด 50 กรัม
ชอคโกแลต 500 กรัม
วิปปิ้งครีม 500 กรัม

วิธีทำ
- นำวิปปิ้งครีม น้ำตาล กลูโคสมาต้มพอเดือดเทใส่ในชอคโกแลตและเนย คนให้เข้ากัน

Sacher Cake
ส่วนผสม
เนยสดตราออร์คิดชนิดจืด 120 กรัม
ชอคโกแลตดำที่ละลายแล้ว 120 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 60 กรัม
ไข่แดง 110 กรัม
ไข่ขาว170 กรัม
น้ำตาลทราย 140 กรัม
แป้งเค้ก 120 กรัม

วิธีทำ
- นำเนย ชอคโกแลต น้ำตาลไอซิ่ง เข้าเครื่องผสม ตีให้เข้ากัน จึงเติมไข่แดงลงไปทีละน้อยจนหมด
- นำไข่ขาว น้ำตาลตีให้ขึ้นฟู แล้วนำไปผสมกับส่วนผสมข้างบน แล้วค่อย ๆ เติมแป้ง ทีละน้อยจนหมด ผสมพอเข้ากัน
- นำมาใส่พิมพ์อบไฟประมาณ 180 องศาเซลเซียส จนสุก
- หลังจากอบเสร็จแล้ว ทิ้งเค้กไว้ให้เย็น นำมาสไลซ์เป็น 3 ส่วน ปาดด้วยแยม apricot ทั้ง 3 ชั้น นำเข้าตู้เย็นให้อยู่ตัว จึงนำมาเคลือบด้วยชอคโกแลต กานาซ และตกแต่งด้วยชอคโกแลตให้สวยงาม

สูตรเค้ก การแต่งหน้าเค้ก



บัตเตอร์ครีม ( สูตร 1 )
ส่วนผสม
น้ำตาลทราย 250 กรัม
เกลือ 1 ช.ช
นมข้นจืดตรามะลิ 250 กรัม
เนยสดออร์คิด 150 กรัม
เนยขาว 150 กรัม

วิธีทำ
1. ละลายน้ำตาลทราย เกลือ นมข้นจืด ตั้งไฟอ่อน ๆ พอละลายเข้ากันดี ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
2. ตีเนยสด และเนยขาว ด้วยความเร็วปานกลาง จนส่วนผสมฟูเบา ค่อยเติมส่วนผสมที่ 1แล้วตีให้เข้ากัน

บัตเตอร์ครีม ( สูตร 2 )
ออร์คิด 200 กรัม
เนยขาว 200 กรัม
นมข้นหวานมะลิ 600 กรัม
เกลือ 1 ช.ช

วิธีทำ
1. ตีเนยสด กับ เนยขาว ด้วยความเร็วปานกลาง จนส่วนผสมฟูเบา
2. นำน้มข้นหวาน ผสม กับเกลือให้เข้ากัน ค่อย ๆ ใส่จนหมด
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

สปันจ์เค้ก
ส่วนผสม
แป้งเค้กสปันจ์มิกซ์ 250 กรัม
ไข่ไก่ 150 กรัม
นมข้นจืดมะลิ 80 กรัม
เนยสดออร์คิดละลาย 40 กรัม

วิธีทำ
1. นำแป้งเค้กสปันจ์มิกซ์ ไข่ไก่ เทลงในอ่างผสม ตีจนส่วนผสมเข้ากันด้วยความเร็วต่ำ แล้วค่อย เปลี่ยนเป็นความเร็วสูงตีประมาณ 3 นาที แล้วกลับมาใช้ความเร็วต่ำอีก 1 นาที
2. เติมนมข้นจืด เนยละลาย ผสมให้เข้ากัน
3. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ อบที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮ ( 200 องศาเซนเซียส ) ประมาณ 20 นาที
______________________________________________________________________________

Fresh Cream Cake

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 15 ฟอง
น้ำตาลทราย 500 กรัม
เกลือ 10 กรัม
แป้งเค้ก 433 กรัม
แป้งข้าวโพด 67 กรัม
ผงฟู 7 กรัม
SP 40 กรัม
นมข้นจืดตรามะลิ 200 กรัม
น้ำใบเตย 67 กรัม
เนยสดตราออร์คิด 200 กรัม
สีเขียวแอปเปิ้ลเล็กน้อย
วิปปิ้งครีม ชนิดหวาน 350 กรัม
ผลไม้สด กีวี 2 ลูก
เชอรี่แดง 10 ลูก
ลูกพีชในน้ำเชื่อม 1กระป๋อง

อุปกรณ์
1. พิมพ์เค้ก 2 ปอนด์ 5 พิมพ์
2. กระดาษไข Non - Stick
3. เนยขาวทาพิมพ์
4. ตาชั่ง

วิธีทำ
1. ร่อนแป้งเค้กและแป้งข้าวโพดพร้อมกับผงฟูรวมกัน 1 ครั้ง
2. ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายแลพเกลือด้วยความเร็วสูง 5 นาทีแล้วลดความเร็วลง
3. ใส่ sp ลงในโถที่กำลังตีไข่พร้อมแป้งที่ร่อนเตรียมไว้แล้ว
4. นำน้ำใบเตย นมข้นจืด เนยสด ไปตั้งไฟพออุ่น แล้วนำไปใส่โถ ตีด้วยความเร็วสูง จนเค้กขึ้นฟู
5. ตักใส่พิมพ์ นำเข้าอบไฟประมาณ 180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 35-45 นาทีจนสุก
6. ตีวิปปิ้งครีมให้ขึ้นตั้งยอดพอปาดเค้กได้
7. นำผลไม้สดที่เตรียมไว้มาตกแต่งหน้าเค้กให้สวยงาม
_______________________________________________________________________________

สตูว์ลิ้นหมู



ส่วนผสม

ลิ้นหมู 1 ลิ้นล้างดีแล้วใส่ต้มในหม้อน้ำเดือด ผสมน้ำส้มสานชู 1 ช้อนโต๊ะ ต้ม 5 นาที แล้วตักแช่น้ำเย็นไว้
น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
ก้านพลู 3 ดอก
ใบกระวาน 1 ใบ
อบเชยยาว 1 นิ้ว 1 ชิ้น
หอมใหญ่ชนิดหัวเล็ก (หอมแขกเนื้อแข็ง) 10 หัวปอกเปลือก
แครอท 1 หัว ปอกเปลือกเกลาเป็นลูกกลมเท่าหัวหอม
มันฝรั่ง 2 หัวปอกตัดแบ่งเกลาเป็นลูกกลม ๆ
ถั่วแขก 2 ขีดล้างตัดเป็นท่อนสั้น ๆ
ซอสมะเขือเทศ 5-6 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสสีน้ำตาล (เนยผัดกับแป้งสาลีหอมใหญ่สับจนเหลืองใส่น้ำซุป
ใช้เนย 2 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่ 1/4 ถ้วย น้ำซุป 1 ถ้วย)

วิธีทำ

1. เอาลิ้นหมูที่ต้มแช่น้ำเย็น ไว้เอามาขูดด้วยปลายมีดให้สะอาดซับน้ำให้แห้ง ใส่พริกไทย เกลือเล็กน้อยนำไปทอดในกระทะน้ำมัน 4 ช้อนโ จนลิ้นหมูสุกเหลือง ตักลิ้นหมูทอด ใส่หม้อเติมน้ำให้ท่วม ใส่กานพลู ใบกระวาน อบเชยปิดฝาเคี่ยวไฟอ่อน ๆ จนลิ้นหมูเปื่อยนุ่ม ตักลิ้นหมูพักไว้จนอุ่นแล้วหั่นเป็นแว่น ๆ

2.กรองน้ำเคี่ยวลิ่นหมู เอากากเครื่องเทศทิ้ง ยกหม้อน้ำที่กรองแล้วตั้งไฟให้เดือดรุม ๆ ทอดหอมใหญ่ แครอท มันฝรั่งให้สุกแล้วใส่ลงในหม้อสตูว์ ใส่ถั่วแขก ซอสมะเขือเทศ กับซอสสีน้ำตาลคนให้ข้นเข้ากัน ถ้าต้องการกลิ่นหอมมากขึ้นใส่ไวน์ขาวหรือวิสกี้ 1 ช้อนโต๊ะ ชิมรสหากอ่อนเค็มเติมเกลือให้เค็มพอดีตามชอบ

ตักสตูว์ร้อน ๆ รับประทานกับขนมปังหรือราดหน้าข้าวสวยเสิร์ฟเป็นอาหารกลางวัน

ขนมปังกระเทียม


ขนมปังกระเทียม
ส่วนผสม

ขนมปังฝรั่งเศส 1 แถว
เนยสดละลาย 1 ถ้วย
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ละลายเนยสด ใส่กระเทียมสับ เกลือ

หั่นขนมปังฝรั่งเศสเป็นแว่นๆ แต่อย่าให้ขาด ทาด้านในแต่ละแว่นด้วยเนยกระเทียม นำเข้าอบ จนขนมปังข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม เสิร์ฟกับหอยลายอบ หรือซุปต่างๆ

ข้าวผัดหยางโจว


ส่วนผสม
ข้าวสวยหุงสุก ..................3 ถ้วย
กุ้งหั่น ........................1/2 ถ้วย
หมูเเดง ......................1/2 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าเเดงซอย .............1 เม็ด
ต้นหอมซอย ...................2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ ..............................2 ฟอง
น้ำมันหอย .....................1 ช้อนโต๊ะ
xo ซอส .......................2 ช้อนชา
เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ
-ผัดกุ้งกับน้ำมันร้อนพอสะดุุ้ง ตักขึ้นพักไว้
-ตักน้ำมันออกให้เหลือในกระทะเล็กน้อยค่อยๆเทไข่ที่ตีเอาไว้ให้เเผ่กระจายเเล้วรีบใส่ข้าวผัดลง ใช้ไฟอ่อนๆผัดจนข้าวเริ่มเเห้ง
-ใส่กุ้ง หมูเเดง พริกชี้ฟ้าเเล้วใส่เกลือ น้ำมัน หอย ซอส ผัดให้เข้ากัน

เย็นตาโฟผัดแห้ง




ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ .........................200 กรัม
ปลาหมึกกรอบ .............................4 ชิ้น
เต้าหู้ทอด ................................4 ชิ้น
ลูกชิ้นกุ้งลวก ......................... ....4 ลูก
ลูกชิ้นปลาลวก .............................4 ลูก
ผักบุ้งหั่นเป็นชิ้นยาว ...........................2 ถ้วย
กระเทียมบุบสับหยาบ .........................3 กลีบ
ซอสเย็นตาโฟ ..............................1/2 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าปั่น (ที่เตรียมไว้) ................1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา น้ำตาลทราย อย่างละ ................1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด น้ำซุปเล็กน้อย

ส่วนผสมซอสเย็นตาโฟ
เต้าหู้ยี้สีแดง (รวมน้ำเล็กน้อย) .............5 ก้อน
น้ำส้มสายชู ................................2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำกระเทียมดอง ..........................1-2 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ ...............................2 ช้อนโต๊ะ
ซอยพริก
น้ำตาลทราย
น้ำมันหอย
กระเทียมสด
ดองพริกขี้หนูแดง
น้ำซุป
ใส่โถปั่น [ดิฉันเอาเนื้อกระเทียมโทนดองปั่นใส่ไปด้วย]เอาส่วนผสมทั้งหมดใส่ในหม้อเคี่ยวไปพร้อมๆ กัน หมั่นคนด้วย เดี๋ยวไหม้ติดก้นหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย เกลือนิดหน่อย เกลืออย่าใส่เยอะ เต้าหู้ยี้เค็มแล้ว

วิธีทำเย็นตาโฟแห้ง
- ตั้งกระทะพอร้อน ใส่กระเทียมผัดพอหอม ใส่ผักบุ้งผัดพอสลดใส่ก๋วยเตี๋ยวที่เตรียมไว้ ระหว่างผัดเติมน้ำซุปเล็กน้อย
-ใส่ซอสเย็นตาโฟแล้วจึงใส่ลูกชิ้นต่างๆ เกี๊ยวกรอบ ปรุงรสด้วยพริกชี้ฟ้าปั่น น้ำตาลทราย น้ำปลา ผัดให้เข้ากัน ชิมรส รับประทานร้อนๆ

ส่วนผสมและวิธีทำพริกปั่น :
ปั่นพริกชี้ฟ้าแดงหรือเหลือง 3 เม็ด
กระเทียม 5 กลีบใหญ่
น้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วย แช่พักไว้ (ควรแช่ไว้ค้างคืนจึงจะอร่อย)

กระเพาะปลาน้ำแดง


ส่วนประกอบ
กระเพาะปลา
เห็ดหอมแช่น้ำจนนิ่มแล้วผ่าครึ่ง หน่อไม้หั่นชิ้น
ไข่นกกระทา
ปีกกลางไก่
ซีอิ๊วดำ
ซีอิ๊วขาว
แป้งมันละลายน้ำ
ผักชีซอย
เกลือป่นเล็กน้อย
น้ำตาลทรายเล็กน้อย 1

วิธีทำ
1.ตั้งหม้อใส่น้ำใช้ไฟแรง พอน้ำเดือดนำกระเพาะปลาลงต้มให้สุก ใส่เกลือเล็กน้อย เมื่อสุกแล้วนำขึ้นบีบน้ำออกให้หมดแล้วพักไว้ 2.ตั้งหม้อน้ำอีกครั้งใช้ไฟกลาง ใส่เห็ดหอม หน่อไม้ กระเพาะปลา ไข่นกกระทาและปีกกลางไก่ ต้มต่อไปจนน้ำเดือด 3.ใส่เครื่องปรุงชิมรสให้ได้ตามชอบ ต้มเคี่ยวจนกระทั่งส่วนผสมทั้งหมดสุกและเข้ากันดี 4.ค่อยๆใส่แป้งมันที่ละลายน้ำแล้วลงไป ค่อยๆคนอย่าให้เป็นก้อน คนต่อจนน้ำเหนียวข้นดีแล้วยกลง 5.ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยผักชีซอย และพริกไทยป่น ทานร้อนๆ

เนื้อสะเต๊ะ และ หมูสะเต๊ะ





เครื่องปรุง

เนื้อวัว (สะโพก) 12 กก.
หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
ข่า 1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ 1 ช้อนโต๊ะ
ขมิ้นผง – ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา
เกลือป่น 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 14 ถ้วย
กะทิ 1 ถ้วย
ไม้สำหรับเสียบ

วิธีทำ

ปอกเปลือก หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ โขลกรวมกันให้ละเอียด เนื้อวัวล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ บาง ๆ ใส่เครื่องปรุงที่โขลกไว้ แล้วเอาขมิ้นผง - ผงกะหรี่ เกลือ น้ำตาลทราย และน้ำมัน คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 2 - 3 ชม. นำไปเสียบไม้ อย่าให้ไม้โผล่ เพราะเวลาปิ้งไม้จะไหม้ก่อนที่เนื้อจะสุก
เวลาปิ้ง ๆ ไฟกลางค่อนข้างแรง พรมด้วยหัวกะทิเนื้อสุกจัดใส่จาน (อย่าปิ้งให้นานเกินไป เนื้อจะเหนียว) รับประทานกับน้ำพริกจิ้ม และ อาจาด

ส่วนผสม น้ำพริกจิ้ม

พริกแห้ง 4 เม็ด
ข่า 1 ช้อนชา
กะปิ 1 ช้อนชา
ยี่หร่า 12 ช้อนชา
หอมแดง 2 ช้อนชา
กระเทียม 2 ช้อนชา
ลูกผักชี 12 ช้อนชา
ตะไคร้ 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ผิวมะกรูด 12 ช้อนชา
ถั่วลิสงป่น 12 ถ้วย
กะทิ 2 ถ้วย
น้ำส้มมะขาม 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

โขลก พริกแห้ง หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด ลูกผักชี ยี่หร่า เข้าด้วยกันให้ละเอียด แล้วนำไปผัดกับหัวกะทิให้หอม เติมหางกะทิ เกลือ ถั่วลิสง เคี่ยวให้ถั่วลิสงเปื่อยจึงเติมน้ำตาล น้ำส้มมะขาม หัวกะทิที่เหลือ จนข้นดีแล้วชิมรสให้หวาน เค็ม เปรี้ยว กำลังพอดี
อาจาด
ต้ม น้ำตาล เกลือ และน้ำส้มให้ละลาย แล้วยกลงทิ้งไว้ให้เย็น แล้วกรอง แตงกวา ล้างน้ำให้สะอาดผ่าซีกหั่นชิ้นบาง ๆ ใส่ถ้วยน้ำจิ้ม หั่นหอมแดง พริกชี้ฟ้า เหลือง - แดง โรยไว้หน้าข้างบนถ้วย ราดด้วยน้ำปรุงรส
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
เพราะว่าทางร้านเลือกสรรคัดแต่ของดีมาทำเป็นหมูสะเต๊ะ อย่างหมูเลือกใช้หมูเนื้อสันนอก แล้วนำ มาหมักกับนมสด เพื่อให้หมูนุ่ม และเด็ดไม่เหมือนร้านไหนก็คือจะหมักด้วยสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้ และใบมะกรูดด้วยเพิ่มรสชาติและความหอมให้หมู และหมักใส่ผงกะหรี่ นำมาเสียบไม้แบบอัดแน่นไม้กลมใหญ่
แล้วเวลานำมาย่างบนเตาถ่าน พร้อมกับเวลาปิ้งจะพรมด้วยน้ำกะทิด้วยเพิ่มความหอมนุ่มเข้าไปอีก ทำ ให้ได้หมูสะเต๊ะร้อนๆ ที่กินแล้วเนื้อนุ่มหวานไม่ค่อยติดมัน ได้รสชาติเครื่องหมักกำลังดี จิ้มกินกับน้ำ จิ้มหมูสะเต๊ะสูตรเด็ดที่ทางร้านทำเอง โดยนำเครื่องแกงแดงมาผัดกับหัวกะทิให้หอม แล้วเติมกะทิ และใส่ถั่วตัดป่นได้รสชาติน้ำจิ้มที่เข้มข้นหวานมันถูกปากดี และแกล้มด้วยอาจาดที่ใส่แตงกวา หอมแดง และพริกชี้ฟ้า รสหวานอมเปรี้ยวแก้เลี่ยนได้ดี

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

หมูสะเต๊ะ

เครื่องปรุง :
- เนื้อหมู 10 กิโลกรัม
- น้ำสับปะรดคั้น ½ ถ้วยตวง
- เกลือ ½ ขีด นมสด 1 กระป๋อง
- น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
- ผงกะหรี่ 3 ช้อนโต๊ะ
- (สีผสมอาหารสีเหลืองอีกเล็กน้อย)
วิธีทำ :
1. นำเนื้อหมูมาแล่ขนาด 1 x 2.5–3 นิ้ว บางพอประมาณ โรยน้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้ทั่ว จากนั้นนำน้ำสับปะรด เกลือ นมสด ผงกะหรี่ และสีผสมอาหารสีเหลืองลงไปอีกเล็กน้อย คนให้ เข้ากัน แล้วนำไปเทใส่เนื้อหมูเคล้าให้ทั่ว เสร็จแล้วนำไปใส่กล่องพลาสติก แช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา พอรุ่งเช้าจึงนำหมูออกมาเสียบไม้ เสร็จแล้วก็นำหมูเข้าแช่ในช่องแช่แข็งอีกสัก 1 ชั่วโมง
2. เครื่องปรุงน้ำกะทิพรมหมูสะเต๊ะ
- หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ ½ ช้อนชา


วิธีทำ : นำหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ คนให้เข้ากัน นำไปตั้งไฟให้เดือด แล้วยกลง
วิธีย่างหมูสะเต๊ะ : นำหมูที่เสียบไม้ออกจากช่องแช่แข็ง แล้วนำมาชุบในน้ำกะทิที่เตรียมไว้ ก่อนจะนำขึ้นย่างไฟต้องย่างไฟปานกลาง ห้ามใช้ไฟอ่อน หมูจะแข็ง ไม่อร่อย แล้วก็พรมน้ำกะทิเป็นระยะขณะกำลังย่าง หากเนื้อหมูตรงไหนไหม้ก็ใช้กรรไกรตัดทิ้ง เพราะจะดูไม่น่ารับประทาน
ส่วนผสมน้ำจิ้ม :
- หัวกะทิ 4 กิโลกรัม
- ถั่วลิสงคั่วตำละเอียด 1 กิโลกรัม
- งาขาวคั่ว 1 กิโลกรัม
- น้ำพริกแกงเผ็ด 2 ขีด
- เกลือ 1.5 ช้อนชา
- น้ำพริกแกงมัสมั่น 1 ขีด
- น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม

วิธีทำ : แยกหัวกะทิ 2 กิโลกรัม มาผัดให้แตกมัน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ด น้ำพริกแกงมัสมั่น น้ำตาลปี๊บลงไปผัด ใส่เกลือผัดให้หอม ใส่หัวกะทิลงไปอีก 2 กิโลกรัม ปล่อยให้เดือดมาก ๆ แล้วลดไฟลง ใส่ถั่วและงาลงไป คนให้ละลายเข้ากัน ทิ้งไว้ให้เดือดจนน้ำกะทิแตกมัน ยกลงจากเตาตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนนำออกขายให้อุ่นอีกครั้ง เพื่อถั่วและงาจะพองตัวได้เต็มที่
ส่วนผสมน้ำอาจาด :
- น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
- น้ำส้มสายชู ½ ขวด
- เกลือถุงเล็ก ½ ถุง
- แตงกวา(ลูกเล็ก) 5 กิโลกรัม
- พริกชี้ฟ้า 3 ขีด
- หอมแดงหัวเล็ก 5 ขีด
วิธีทำ : หั่นแตงกวาเป็นชิ้นเล็ก ๆ ปอกหัวหอมแล้วหั่นเป็นชิ้นหนาหน่อย พริกหั่นเป็นแว่นหนา แบ่งใส่ภาชนะไว้ต่างหาก เอาน้ำส้มสายชูมาผสมกับเกลือและน้ำตาลทราย นำไปตั้งไฟให้เป็นยาง ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : ตลาด แหล่งชุมชน
ข้อแนะนำ :
1. รสชาติของน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะต้องหวานนำ ตามด้วยเค็มเล็กน้อย
___________________________________________________________________________________

หอยเชลล์ผัดต้มยำแห้ง




หอยเชลล์ผัดต้มยำแห้ง

สิ่งที่ต้องเตรียม


น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
เนื้อหอยเชลล์สด 200 กรัม
หอมแดงสับละเอียด 30 กรัม
น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรสไก่ ¼ ช้อนชา
น้ำปลา 2 ช้อนชา
น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูบุบพอแตก 20 กรัม
ตะไคร้หั่นแฉลบ 50 กรัม
ข่าหั่นแว่น 4 แว่น
ใบมะกรูดฉีกก้านกลางออก 5 ใบ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 5 ช้อนโต๊ะ


น้ำมันน้ำพริกเผาสำหรับโรยหน้า

ผักชีและพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ



วิธีทำ

- ใส่น้ำมันพืชลงในกระทำตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมและพริกขี้หนู ผัดพอมีกลิ่นหอม ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดใส่ หอยเชลล์ ลงผัดพอมีกลิ่นหอมอีกครั้ง

- ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย ซอสหอยนางรม ผงปรุงรสไก่ น้ำปลาน้ำพริกเผา ปิดไฟเติมนมข้นจืด และน้ำมะนาว โรยหน้าด้วย ผักชีและพริกขี้หนูทอดกรอบก่อนรับประทาน

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

ลอดช่องใบเตยน้ำกะทิ



เครื่องปรุง

ส่วนผสมตัวลอดช่อง
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
แป้งเท้ายายม่อมหรือแป้งมัน 1/ 2 ถ้วย
น้ำปูนใส 4 ถ้วย
น้ำใบเตย 1 ถ้วย

วิธีทำ

1.ผสมแป้งทั้งสอง ชนิดเข้าด้วยกัน ใส่น้ำปูนใสทีละน้อย นวดจนแป้งนิ่มมือ จึงใส่น้ำปูนใสที่เหลือ จากนั้นละลายแป้งด้วยน้ำใบเตย คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง

2.นำส่วนผสมทั้งหมดใส่กระทะทอง ยกขึ้นตั้งไฟกวน ไฟปานกลาง จนข้นและเหนียวดี
3.เทใส่พิมพ์ กดแป้งที่กวนเสร็จแล้วใส่ในภาชนะที่มีน้ำเย็น (ขณะกดแป้ง ต้องพักมือด้วย อย่ากดแป้งยาวไปโดยไม่มีการพักมือ มิฉะนั้นตัวแป้งจะยาวเป็นเส้นสลิ่มหรือขนมจีนแทน) พักขนมไว้ในน้ำเย็นจนขนมอยู่ตัว จึงตักขึ้นใส่ภาชนะที่มีน้ำเย็นเล็กน้อย
ส่วนผสม

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำกะทิสด
มะพร้าวขูดขาว 800 กรัม
น้ำอุ่น 2 + 1/ 2 ถ้วย
น้ำตาลปีบ 3 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา
เกลือเม็ดนิดหน่อย
ดอกมะลิ

วิธีปรุง

1. นำมะพร้าวขูดขาว (ถ้าจะให้ดีควรขูดเอง) มานึ่งพอร้อน ยกลงทิ้งไว้ให้อุ่น ใส่เกลือเม็ดลงไป แล้วขยำให้เข้ากัน ค่อย ๆ เทน้ำอุ่นลงไปคั้นกะทิ ให้ได้กะทิข้น ๆ 5 ถ้วย

2. ผสมกะทิที่คั้นได้กับน้ำตาลทั้งสองชนิด ใช้ทัพพีคนให้เข้ากัน ใส่เกลือ แล้วนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง

3. เทใส่ภาชนะมีฝาปิดสนิท ลอยด้วยดอกมะลิ หรืออบควันเทียนตามใจชอบ ใช้รับประทานกับตัวแป้งที่ทำเสร็จแล้ว

เคล็ดลับความอร่อย

**ใน ส่วนของการทำน้ำกะทิสำหรับลอดช่องไทย ทุกขั้นตอนจะต้องสะอาด เนื่องจากเป็นการใช้กะทิสด มะพร้าวที่จะใช้ทำกะทิ แนะนำว่า ควรจะซื้อมะพร้าวเป็นลูกแล้วนำมาขูดเองใหม่ ๆ และความอร่อยของน้ำกะทินี้ นอกจากจะอยู่ที่ความมันของกะทิแล้ว ยังขึ้นอยู่กับน้ำตาลปีบที่เลือกใช้อีกด้วย ควรเลือกใช้น้ำตาลปีบใหม่ ๆ ยิ่งถ้าได้น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนดได้ก็จะยิ่งดี ถ้าใช้น้ำตาลไม่ดี น้ำกะทิที่ได้อาจจะมีรสเปรี้ยวหรือรสขมที่มาจากน้ำตาลได้

และหากกลัวว่าจะไม่สามารถเก็บกะทิได้นาน ก็อาจจะนำส่วนผสมในข้อที่ 2 ที่กรองเสร็จแล้วใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง หมั่นคน พอเดือด แล้วยกลงพักไว้ให้เย็น ก่อนที่จะนำไปใส่ภาชนะ ลอยด้วยดอกมะลิหรืออบควันเทียนก็ได้**

ขนมฝอยทอง


สูตรขนมฝอยทอง ....

-- ส่วนผสม --

1.ไข่เป็ด 10 ฟอง
2.ไข่ไก่ 5 ฟอง
3.ไข่น้ำค้าง (หรือน้ำต้อย) เท่าที่เอาออก จากไข่ ประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ
4.น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
5.น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
6.น้ำดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง
-- วิธีทำ --

1.ต่อยไข่ออกทั้งไข่ไก่และไข่เป็ด แยกไข่แดงออก และแยก เอาไข่ขาวที่มีลักษณะเป็นน้ำใส ที่เรียกว่า น้ำต้อย หรือ น้ำค้างออกเก็บไว้ต่างหาก
2.เอาไข่แดงออกจากเยื่อหุ้ม แล้วเอาไปผสมกับไข่น้ำค้าง หรือน้ำต้อยที่แยกเก็บไว้ กวนให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำมันพืช กวนต่อไปอีกให้เข้ากันอีกด้วย
3.เอาน้ำตาลทรายขยำกับเปลือกไข่ เอาน้ำลอยดอกมะลิใส่ลง ไปด้วย ตั้งบนเตาไฟ เคี่ยวให้เป็นน้ำเชื่อม แล้วยกพักไว้
4.กรองด้วยผ้าขาวบาง ตั้งไฟอีกครั้ง ถ้ามีฟองให้ตักทิ้ง
5.ตักไข่ที่กวนคนเอาไว้ใส่ลงในกรวยใบตองซึ่งทำขึ้น โรยไข่ ลงไปในน้ำเชื่อมด้วยการวนไปรอบ ๆ กระทะทอง
เมื่อฝอยทองสุข ก็เอาไม้ไผ่ปลายแหลมสอดเข้าไปที่ตัวขนม ฝอยทองพับขึ้นจากน้ำเชื่อม พับเอาไว้เป็นแพ ๆ บนถาด

ขนมหม้อแกงเผือก


เครื่องปรุง
กะทิ 1 กระป๋อง
ไข่ไก่ 4 ฟอง
น้ำตาลปิ๊ป ¾ ถ้วย
เผือกนึ่ง 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 2 หัว
น้ำมันพืช ¼ ถ้วย
ใบเตย 5 ใบ


วิธีทำ
1. เปิดเตาอบไฟล่าง-บนเพื่อวอร์มเตาที่ไฟ 350˚F นำหอมแดงมาปลอกเปลือก ล้างฝุ่นผงออก สะเด็ดน้ำแล้วซอยบางๆ
2. ตั้งกระทะที่ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันร้อนจึงใส่หอมแดงซอยลงไปเจียวจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน
3. นำเผือกนึ่งมาปลอกเปลือกแล้วยีพอให้แตกออกจากกัน จากนั้น ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปแล้วคลุกแป้งกับเผือกให้เข้ากันจนทั่ว พักไว้
4. ตอกไข่ใส่ชามผสม ใส่ใบเตยลงไปขยำกับไข่ให้ขึ้นฟู
5. ใส่น้ำตาลปิ๊ปลงไป ขยำไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายหมด
6. ใส่กะทิลงไป ขยำส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี นำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
7. นำเผือกที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในส่วนผสมที่กรองได้ คนให้เข้ากัน
8. นำหม้อมาตั้งที่ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันที่เจียวหอมไว้ลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสมที่ได้เทลงไป กวนเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มข้นขึ้น
9. นำส่วนผสมที่ได้ไปเทลงในถาดที่เตรียมไว้นำเข้าเตาอบประมาณ 30 นาที จากนั้น เอาออกมาผึ่งให้เย็นแล้วโรยด้วยหอมเจียว
10. จัดใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

สังขยาฟักทอง


เครื่องปรุงสังขยาฟักทอง
ฟักทองลูกขนาดกลาง 1 ลูก
กะทิ 1 กระป๋อง
ไข่ไก่ 4 ฟอง
น้ำตาลปิ๊ป 1 ถ้วย
เกลือ ½ ช้อนชา
ใบเตย 3-4 ใบ


วิธีทำสังขยาฟักทอง
1. เจาะช่องด้านบนของฟักทอง แล้วคว้านเม็ดฟักทองออกให้หมด
2. ตอกไข่ใส่ชามผสมแล้วตีให้เข้ากัน
3. ใส่กะทิลงไป คนให้เข้ากัน
4. ใส่น้ำตาลปี๊ป เกลือป่น และใส่ใบเตยลงไป
5. ใช้ใบเตยบีบไปเรื่อยๆ จนน้ำตาลละลายหมดและส่วนผสมเข้ากันดี
6. นำส่วนผสมที่ได้กรองผ่านกระชอนใส่ลงในฟักทอง แล้วนำไปนึ่งประมาณ 45 นาทหรือจนสังขยาสุก

ขนมฟักทอง


ส่วนผสม ปริมาณ
แป้งข้าวเจ้า 200 กรัม
แป้งมัน 75 กรัม
มะพร้าว(ทึนทึก)ขูด 100 กรัม
ฟักทองนึ่งสุกแล้วนำมาบด 100 กรัม
หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 400 กรัม
มะพร้าวขูด 450 กรัม
มะพร้าวทึนทึกขูด 100 กรัม คลุกกับเกลือป่น 1/2 ช้อนชา


วิธีทำ

1.เตรียมส่วนผสมในการทำขนมให้พร้อม
2.นำส่วนผสมมานวดรวมกัน จนเข้ากัน
3.ตักหยอดลงในถาดหรือใบตอง นำไปนึ่งน้ำเดือดประมาณ 15 นาที เมื่อเสร็จยกลงมาพักให้เย็น
4.แคะออกจากถ้วยจัดใส่ภาชนะให้สวยงาม

-หมายเหตุ

1.ควรเลือกฟักทองที่มีสีเหลืองเข้ม แล้วมีเนื้อเหนียวพอสมควร
2.แป้งที่นวดต้องดูว่าเนื้อฟักทองเหนียวมากน้อยแค่ไหน ถ้าเนื้อไม่เหนียวก้อควรต้องลดกะทิลง
3.ถ้านึ่งด้วยถาดพักให้ขนมเย็นแล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆคลุกด้วยมะพร้าวขูด

Moussaka


เมนูมื้อนี้อร่อยกับเนื้อแกะเนื้อนุ่ม และมันต้มรสอร่อย
หอมสับ 1 หัว
แกะสับ 350 กรัม
มะเขือเทศ 400 กรัม
มะเขือม่วง 1 ลูกสไลด์
มันขนาดกลาง 1 หัว
แตงร้านสไลด์ 1 ผล
น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ
กะวานขูด 1/2 ช้อนชา
อบเชย 1/2 ช้อนชา
กระเทียม 2 หัว
เกลือ
พริกไทยดำ
ส่วนผสมซอส มาการีน 2 ช้อนโต๊ะ
แป้ง 2 ช้อนโต๊ะ
นม 1 ถ้วย
เนยขูด 1 ช้อนโต๊ะ
เกล็ดขนมปัง 4 ช้อนชา

ผัดหอมสับ เนื้อแกะจนสุก เติมมะเขือเทศ นำไปตั้งไฟปิดฝาอบสัก 30 นาท
.จัดวางมะเขือม่วงบนถาด โรยด้วยเกลือ ทิ้วไว้สัก 20 นาที ขณะเดียวกันตั้งเตาไว้ที่ 200 องศา
สไลด์มันบางๆ นำไปต้มสัก 3 นาที แตงร้าน 2 นาที จนนุ่ม แยกผักไว้สำหรับเด็ก นำผักเด็กมาต้มต่ออีกสัก 2-3 นาทีจนนุ่มมาก
เคาะเกลือออกจากมะเขือม่วง นำมาทอดในกะทะจนเหลือง ตักเนื้อ 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผักของเด็กปั่นให้เข้ากัน
ตักเนื้อ 4 ช้อนโต๊ะใส่จานให้เด็กโตเสริฟพร้อมมันต้ม 4 ชิ้น เติมมะเขือ 1 ชิ้น แตงร้าน 3 ชิ้น คนเครื่องเทศ กระเทียมปรุงรสแกะที่เหลือ ตั้งไฟ 1 นาทีตักใส่จาน
.เอามันมาวางบนแกะเติมมะเขือยาว แตงร้าน
ทำซอสราดด้วยการละลายมาการีน เติมแป้ง นม หมั่นคนจนหนาข้น เติมอบเชย เกลือ พริกไทย ตักซอสให้เด็กนิดนึงที่เหลือราดลงบนจานผู้ใหญ่ โรยด้วยเนยขูด เกล็ดขนมปัง 3 ช้อนชา ที่เหลือโรยให้เด็ก 8.นำไปอบในเตา จานผู้ใหญ่ใช้เวลา 45 นาที จานเด็ก 25 นาที

ปลาบู่นึงซีอิ๊ว


คุณหลี ทำ ปลาบู่นึ่งซีอิ๊วผัดก๋วยเตี๋ยว จานใหญ่ มาให้ผมชิม อร่อยจนต้องขอสูตรมาให้ทำ
เครื่องปรุง
1.ปลาบู่สด 1 ตัว
2.ซีอิ๊วขาว 1 ทัพพี
3.หอมหัวใหญ่ 1/2 หัว
4.ล่อฮั้งก๊วย 1/4 ลูก
5.ชะเอม 3 แผ่น
6.น้ำตาลกรวด 1 ช้อนชา
7.ขิงซอย 1 ถ้วย
8.ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
9.ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 1 จาน

วิธีทำ
1.ล้างปลาบู่ให้สะอาดขอดเกล็ดควักเครื่องในออกให้หมด
2.ใส่ซีอิ๊วขาว หอมหัวใหญ่ ล่อฮั้งก๊วย ชะเอม น้ำตาลกรวด ลงต้มกับน้ำสะอาด เคี่ยวจนเป็นน้ำซีอิ๊วหอมกรุ่น

3.จัดปลาบู่ใส่จานใบใหญ่ ราดด้วยน้ำซีอิ๊วที่ต้มไว้แล้วให้ชุ่มทั้งตัว จึงนำไปนึ่งในซึ้งจนปลาสุกจึงยกปลาบู่ออกมา รินน้ำซีอิ๊วทิ้งให้หมด

4.หั่นขึ้นฉ่ายให้เป็นเส้นกับขิงซอย โรยบนตัวปลาบู่ แล้วราดด้วยน้ำซีอิ๊ว และใช้น้ำมันพืชผัดเจียวให้ร้อนจัด ราดลงบนตัวปลาให้ทั่ว

5.ผัดก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ให้สุก ตักไปวางข้างๆ ปลาบู่ กินกับน้ำซีอิ๊วอร่อยมาก

สเต็กหมู


สเต็กหมูบราวน์ซอส

ส่วนผสม
เนื้อหมูติดกระดูก (พ็อคชอพ) 1 ชิ้น
น้ำมันมะกอก 1-2 ช้อนโต๊ะ
แครอท 1/2 หัว
บร็อกโคลี 3-4 ช่อ
ถั่วหวาน 5 ฝัก
พาร์สเล่สับ 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น, เกลือป่น เล็กน้อย
ผักสลัดตามชอบ
บราวน์ซอส

วิธีทำ
1. ลวกแครอท บร็อกโคลี ถั่วหวาน พอสุกตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำแล้วนำลงผัดกับน้ำมันมะกอก ตักขึ้น
2. โรยเกลือป่น พริกไทยป่น พาร์สเลสับบนชิ้นหมู นำลงกริลล์ในกระทะที่มีน้ำมันมะกอกเล็กน้อย พอสุกตักขึ้น
3. จัดเสิร์ฟคู่กับผักลวกน้ำมันมะกอก ผักสลัด ราดด้วยบราวน์ซอส


ส่วนผสมบราวน์ซอส (Brown Sauce)
กระดูกวัว - เศษเนื้อวัว 1 กิโลกรัม
น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
หอมใหญ่สับหยาบ 1/2 ถ้วยตวง
แครอทสับหยาย 1/2 ถ้วยตวง
ก้านขึ้นฉ่ายฝรั่งสับหยาบ 1/4 ถ้วยตวง
ก้านผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 2-3 ช้อนโต๊ะ
เนื้อมะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste) 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
โรสแมรี่ 1 ช้อนชา
ใบกระวาน 3-4 ใบ
ไทม์ 1/2 ช้อนชา
น้ำสต๊อกสีน้ำตาล 10 ถ้วยตวง
ครีมข้น 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น
พริกไทยป่น

วิธีทำ
1. อบกระดูกวัวและเศษเนื้อวัวให้เหลืองเข้มเป็นสีน้ำตาล
2. ผัดหอมใหญ่ แครอท ก้านขึ้นฉ่ายและก้านผักชีฝรั่งกับน้ำมันพืช พอผักเริ่มนิ่มใส่แผ้งสาลีผัดด้วยไฟอ่อนให้แป้งเป็นสีน้ำตาล ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้นผัดต่อจนกระทั่งแห้งและมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น ใส่พริกไทยดำ โรสแมรี่ ใบกระวาน ไทม์ กระดูกวัวและเศษเนื้อวัวที่อบไว้ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำสต๊อกเคี่ยวต่อจนกระทั่งงวดเหลือประมาณ 2 1/2 -3 ถ้วยตวง ยกลงกรองเอาเฉพาะน้ำซอส จะได้ซอสสีน้ำตาลข้นๆ
3. นำซอสที่ได้ขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง ปรุงรสด้วยเกลือป่น พริกไทยป่นและครีมข้น
4. จัดเสิร์ฟกับสเต็กหมู


^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
ลองวิธีนี้ดูนะคะ ตอนแรกเปิดไฟแรง ใส่น้ำมันจิ๊ดเดียวพอไม่ให้หมูติดกระทะ เอาหมูลงไป "seal" ในกระทะ ข้างละประมาณ ๑-๒ นาที พอให้ข้างนอกเหลือง วิธีนี้จะทำให้น้ำถูกเก็บไว้ข้างในเนื้อหมูไม่แห้งค่ ะ เสร็จแล้วเอาเข้าเตาอบไฟแรง ๔๐๐ องศาฟาเรนไฮต์ หรือ ๒๐๐ องศาเซลเซียส ประมาณ ๖-๘ นาที ขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นสเต๊ก
เวลาจะเช็คว่าหมูสุกได้ที่หรือยัง ให้เอาออกมาแล้วเอานิ้วหรือด้ามส้อมกดดู ถ้าเนื้อไม่หยุ่นมาก (แต่ไม่ถึงกับแข็ง) ก็ใช้ได้แล้วค่ะ เอาออกมาจากเตาแล้วทิ้งไว้ประมาณ ๑๐ นาทีก่อนเสริฟ (วิธีนี้จะทำให้น้ำที่มีอยู่ในเนื้อหมูไม่ไหลออกมาตอ นหั่น ทำให้สเต๊กไม่แห้งแข็งค่ะ)

หรือลองใส่ rice vinegar นิดหน่อย หมักไว้ประมาณ ๑๐-๑๕ นาที แล้วก็ใส่เครื่องหมักอื่นที่เราเตรียมไว้ค่ะ แล้วก็ทำตามที่คุณขนมแป้งจี่บอกค่ะ สูตรใส่ rice vinegar นี่พ่อครัวเค้าแนะนำ รับรองไม่เป็นพิษเป็นภัย บุ้งกี๋ก็หมัก พ่อบ้านก็ชมว่าหมูนิ่มดีค่ะ ใช้กับไก่ได้ด้วยนะคะ
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
สเต็กหมูราดซอสพริกไทย
หมักหมู

1.พ็อคชอฟ หรือ เนื้อหมูสันนอก

2.พริกไทยดำเม็ด

3.พริกไทยขาวเม็ด

4.พริกไทยสด

5.พริกไทยป่น

6.เกลือ

7.น้ำมันมะกอก

ซอสพริกไทย
1.พริกไทยดำเม็ด

2.พริกไทยขาวเม็ด

3.พริกไทยสด

4.หอมใหญ่สับละเอียด

5.หอมแดงสับละเอียด

6.เกลือ
7.พริกไทยป่น

8.เนย

9.วุ๊ดเตอร์ซอส

10.แป้งสาลีอเนกประสงค์

11.วิปปิ้งครีม

12.บราวน์สต๊อก

13.น้ำมันมะกอก

14.ผักตามชอบ เช่น ข้าวโพดอ่อน บล็อคคอลี แครอท หัวไชเท้า


วิธีทำ
สเต็กหมูราดซอสพริกไทย เมนูสเต็กที่ทุกคนรู้จัก เพราะเนื้อหมูนุ่มๆถูกคลุกเคล้าด้วยพริกไทยนำไปย่าง แถมราดด้วยซอสกลิ่นหอมพริกไทย ทำให้ใครหลายๆคนหลงไหลสเต็กได้ไม่น้อย
1. บดพริกไทยดำ พริกไทยขาว พริกไทยสด เตรียมไว้

2. นำเนื้อหมูทุบด้วยค้อนทุบเนื้อหรือใช้ส้อมจิ้มก็ได้ หมักด้วยเกลือ พริกไทยป่น น้ำมันมะกอก และพริกไทยที่บดเตรียมไว้ หมักไว้ประมาณ 30 นาที

3. เมื่อหมักเนื้อหมูได้ที่แล้วก็นำมาย่าง โดยใช้กระทะเทปล่อนเทน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อยรอให้น้ำมันร้อน แล้วจึงนำเนื้อหมูลงย่างจนสุก และพักไว้

4. ทำซอสพริกไทยโดยเริ่มจาก บดพริกไทยดำ พริกไทยขาว พริกไทยสดพักไว้ ใช้กระทะใบเดิมที่ย่างหมูใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย รอให้ร้อนใส่ หอมใหญ่สับละเอียด หอมแดงสับละเอียด ลงผัดให้หอม ใส่เนย แป้งสาลีอเนกประสงค์ วู๊ดเตอร์ซอส พริกไทยทั้งสามชนิดที่บดไว้ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทยป่น บราวน์สต๊อก เคี่ยวจนส่วนผสมเข้ากันดีและเริ่มเหนียว ปิดไฟ แล้วค่อยใส่วิปปิ้งครีมคนให้เข้ากัน

5. ปรุงรสผักที่ลวกไว้โดย นำผักลงผัดในน้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทยป่น

6. จัดเสิร์ฟโดยวางผักต่างๆไว้ข้างเนื้อสเต็กแล้วราดด้วยซอส อาจเพิ่มมันฝรั่งบด หรือ มันฝรั่งอบ หรือ มันฝรั่งทอดได้ตามชอบ
___________________________________________________________________________________

ทีโบนสเต๊ก


เครื่องปรุง

ทีโบนสเต็ก
(ชิ้นละ280-300กรัม) 2 ชิ้น
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกไทยดำโขลกหยาบ 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ
มันฝรั่งหั่นชิ้นทั้งเปลือก
ทอดแบบน้ำมันน้อย 4 ชิ้น
ผักผัดเนยมีแครอทกับบรอกโคลี
วอเตอร์เครสสำหรับตกแต่ง
กระทะเหล็กแบบมีร่อง


วิธีทำ

1. ล้างเนื้อ ซับน้ำให้แห้ง โรยเกลือกับพริกไทยให้ทั่วชิ้นเนื้อ พักไว้

2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน (ทดสอบโดยหยดน้ำลงไป ถ้าน้ำเด้งขึ้นมาทันทีถือว่าใช้ได้) ใส่เนื้อทั้งชิ้นลงทอดข้างละประมาณ 3-4 นาที (เนื้อที่ได้จะมีลักษณะสุกปานกลาง) หรือมีรอยไหม้เล็กน้อย ตักใส่จาน พักไว้

3. วิธีจัดเสิร์ฟ วางชิ้นเนื้อใส่จาน เสิร์ฟกับมันฝรั่งทอดและผักผัดเนย ตกแต่งด้วยวอเตอร์เครส
(2 คนรับประทาน)

สเต็กปลาแซลมอน


^

เป็นปลาแซลมอนย่าง หนังกรอบ ร้อมกับ มันอบ ผักโขม และซอสมินต์ เป็นการย่างปลาแบบกำลังดี เนื้อนุ่ม หนังกรอบเกรียม หอมๆ มันๆ ทานพร้อมกับผักโขม รสชาติเข้ากันลงตัว เบรคความมันด้วยตัวมันอบ เมนูนี้ใช้ได้เลยค่ะ

ส่วนผสม
1.ปลาแซลมอน 2 ชิ้น 400 กรัม
2.เนยละลาย 1 ชต ถ้าไม่มีเนยใช้น้ำมันแทนได้ค่ะ
3.พริกไทยดำป่น
4 เกลือ

ผักต้มต่างๆ เช่น แครอท ถั่วแขก ถั่วลันเตา มันฝรั่ง ผักโขม มะเขือเทศ


วิธีทำ
1.ล้างปลาแล้วผึ่งไว้ นำปลาโรยเกลือ พริกไทยดำป่นให้ทั่วชิ้นปลาที่จะทอด
2.ตั้งกะทะ ตามด้วยเนย นำปลาแซลมอล ลงทอดในกระทะไฟกลาง ต้องเอาส่วนหนังลงทอดก่อน จนหนังกรอบแล้วพลิกกลับด้าน การทอดปลาอย่าทอดนาน เกินไปจะทำให้เนื้อปลาแห้งไม่อร่อย 3.เสิร์ฟพร้อมกับน้ำเกรวี่ มันฝรั่งบด ผักต้ม ผักสดต่างๆ

น้ำเกรวี่ ผัดเนยกับหัวหอมใส่น้ำสต็อค เกลือ พริกไทย แป้งสาลี คนพอข้น ราดบนตัวปลา

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
เครื่องปรุง
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ปลาแซลมอนหั่นเป็นชิ้น น้ำหนัก 150 กรัม จำนวน 1 ชิ้น
2. น้ำมันถั่วเหลือง ตรามรกต สำหรับย่างปลา

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับทำมันบด
1. มันฝรั่งต้มสุกบดละเอียด 100 กรัม
2. ครีม 15 กรัม
3. เกลือป่น ตรามือที่1 ¼ ช้อนชา
4. พริกไทยขาวป่น ตรามือที่1 ¼ ช้อนชา

สิ่งที่ต้องเตรียมซอสเนยพริกไทยดำ
1. เนยชนิดเค็ม ตราถังทอง 30 กรัม
2. ซอสผัดสูตรพริกไทยดำ ตราแม๊กชัพ 3 ช้อนโต๊ะ
3. ครีม 50 ซีซี
4. แครอทหั่นเต๋าต้มสุก 50 กรัม
5. เมล็ดถั่วลันเตาต้มสุก 50 กรัม


วิธีทำ
- ใส่น้ำมันถั่วเหลือง ตรามรกต ลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน วางปลาแซลมอนลงในกระทะ จี่จนสุกทั่วดี ตักใส่จาน

วิธีทำมันบด
- ละลายเนยชนิดเค็ม ตราถังทองในกระทะCalphalon ใส่มันบด ปรุงรสด้วยวิปปิ้งครีม เกลือป่น และพริกไทยขาวป่น ตรามือที่ 1 ตักใส่จานปลาแซลมอนที่ย่างไว้

วิธีทำซอสเนยพริกไทยดำ
- อุ่นกระทะพอร้อน ใส่เนยชนิดเค็ม ตราถังทองลงในกระทะ พอละลาย ใส่ซอสผัดสูตรพริกไทยดำ ตราแม๊กชัพ ผัดให้เข้ากัน เติมวิปปิ้งครีม แครอท เมล็ดถั่วลันเตา ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักราดบนสเต็กปลาแซลมอน
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

ปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทย




หมึกทอดกระเทียมพริกไทยนั้น ต้องเลือกใช้หมึกสดๆ คลุกเคล้ากับเครื่องเทศจนได้ที่ แล้วนำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนกำลังดี จะได้ปลาหมึกทอดกระเทียมพริกไทยที่อร่อยชวนกิน

ส่วนผสม
หมึกกล้วยหั่นแว่น 2 ตัว
กระเทียมไทยแกะเปลือก 1/3 ถ้วย
พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 4 ถ้วย
แป้งมัน 1 ถ้วย
แตงกวาลำหรับกินแนม
ซอสพริก

วิธีทำ
1.โขลกกระเทียมและพริกไทยเข้าด้วยกันจนละเอียด ตักใส่อ่างผสม ใส่ปลาหมึกลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันทั่ว ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส เคล้าให้เข้ากัน
2.ตั้งกระทะใส่น้ำมัน บนไฟกลางจนร้อนจัด ใส่แป้งมันลงเคล้าในอ่างปลาหมึกให้ทั่ว ใส่ปลาหมึกลงทอด ทอดจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
3. จัดปลาหมึกทอดใส่จาน ตกแต่งให้สวยงาม เสิร์ฟพร้อมกับซอสพริกและแตงกวาหั่น กินเป็นกับข้าว หรือ กับแกล้มก็ดี

ลาบปลาแซลมอน


เครื่องปรุง

ปลาแซลมอน, ผักเคียง น้ำปลา, มะนาว, ข้าวคั่ว, พริกป่น, หอมแดงซอย, ต้นหอมซอย, ผักชีฝรั่ง พริกชี้ฟ้าคั่วหั่นฝอย

วิธีทํา

นําปลาแซลมอนลวกให้สุก แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา, มะนาว, ข้าว คั่ว, พริกป่น, หอม แดงซอย, ผักชีฝรั่ง ต้นหอมชิมรสเอาตามใจชอบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็จะได้ลาบปลาแซลมอนตามต้องการ โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าคั่วหั่นฝอย ทานคู่กับผักเคียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโหระพา, ผักชี, ใบสะระแหน่

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

บาร์บีคิว BBQ








บาร์บีคิวหมูไก่
ส่วนผสม

1.เนื้อสะโพกไก่ 200 กรัม
2.สับปะรด 1/2-1 ลูก
3.พริกหวานสีเขียว

ส่วนผสมซอส


1.ซีิอิ๊วญี่ปุ่นหรือซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
2.มัสตาร์ด 2 ช้อนชา
3.น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
4.น้ำมันงา 2 ช้อนชา
5.พริกป่น 1 ช้อนชา
6.น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
7.เหล้า 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1.หั่นเนื้อสะโพกไก่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอคำ ล้างให้สะอาดพักไว้
2.ผสมส่วนผสมซอสทุกอย่างเข้าด้วยกัน
3.หมักเนื้อสะโพกไก่กับซอสในข้อที่ 2 ประมาณ 30 นาที
4.ล้างพริกหวานสีเขียวและสับปะรดหั่นเป็นชิ้นพอคำ พักไว้
5.เสียบเนื้อไก่สลับกับสับปะรดและพริกหวานสีเขียว
6.ย่างไก่ด้วยไฟ กลางๆ จนไก่เหลือง พรมด้วยซอสที่เหลือลงไปให้ทั่ว แล้วพริกกลับไปมาจนสุก ทานได้


______________________________________________________________


การทำบาร์บีคิวส่วนผสมบาร์บีคิว

บาร์บีคิวหมู


หมู 1 กิโล
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำสับปะรด 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสแม็คกี้ฝาหลือง 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกหยวก
สับปะรด
มะเขือเทศ
หอมหัวใหญ่
เนย



วิธีการหมักบาร์บีคิว

นำเนื้อหมูมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นลูกเต๋า
แล้วเอาน้ำตาลทราย น้ำสับปะรด ซอสมะเขือเทศ และซอสแม็คกี้ฝาเหลือง มาผสมให้เข้ากัน แล้วจึงเอาเนื้อหมูลงไป นวดสักครู่หนึ่งให้เครื่องปรุงเข้ากันกับเนื้อหมู
ต่อไปเราก็เอาพริกหยวก สับปะรด มะเขือเทศ มาหั่นเป็นลูกเต๋า
และเอาหมูที่เราหมักไว้กับ พริกหยวก สับปะรด มะเขือเทศ มาเสียบไม้




ซอสบาร์บีคิวส่วนผสมซอสบาร์บีคิว


ซอสมะเขือเทศ 1 ถ้วย
ซอสพริก 1/2 ถ้วย
ซอสไก่งวง 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
มัสตาร์ด 1/2 ช้อนชา
หอมหัวใหญ่ปั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ วิธีการทำซอสบาร์บีคิว
นำซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และซอสไก่งวง คนให้เข้ากัน
ใส่น้ำตาลทราย เกลือ มัสตาร์ด และขนจนกว่าน้ำตาลจะละลาย
ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมันพืชและหอมหัวใหญ่ลงไปผัดให้หอม แล้วใส่ส่วนผสมที่เราเตรียมไว้ ขนจนส่วนผสมเข้ากันแล้วก็ยกลง
วิธีการย่างบาร์บีคิวตอนเราย่างบาร์บีคิวต้องทาเนย และซอสบาร์บีคิว ทั้งสองด้าน บาร์บีคิวจึงจะหอมน่าทานนะ


_________________________________________________________________






แหนมชุบเกล็ดขนมปังทอด



แหนมเป็นอาหารสุกๆ ดิบๆ ที่เราไม่ควรทานเปล่าๆ
มาทานสุกๆ ทำเป็นแหนมชุบเกล็ดขนมปังทอดสูตรนี้อร่อยมากค่ะ
1. แหนมห่อยาวเล็กๆ 10 ห่อ
2. เกล็ดขนมปังชนิดเกล็ดใหญ่ 1 ถุง
3. แป้งสาลี 1/2 ถ้วย
4. ไข่ไก่ 2 ฟอง
5. น้ำมัน 4 ถ้วย
6. ขิงหั่นแว่นบางๆ 40 ชิ้น
7. ถั่วลิสงทอด ต้นหอม ผักชี ผัดกาดหอม

วิธีทำ

หั่นแหนม ห่อละ 4 ชิ้น เคล้าด้วยแป้งสาลี
2. ตีไข่เข้าด้วยกันจุ่มแหนมลงในไข่คลุกเกล็ดขนมปังให้ทั่ว
3. ใส่น้ำมันลงในกระทะก้นลึกพอน้ำมันร้อนใส่แหนมทอด ให้เกล็ดขนมปังเหลืองทั่ว ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
4. เสิร์ฟกับ ถั่วทอด ขิงอ่อน ผักชี ต้นหอม ผักกาดหอม พริกขี้หนูสด

ไก่กะทิปักษ์ใต้ทรงเครื่อง เนื้อนุ่มหอมอร่อย




เตรียมวัตถุดิบ ได้แก่
- ไก่สด 3 กิโลกรัม
- มะพร้าวขูด 1 1/2 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 3 ขีด
- เกลือป่น

เครื่องปรุงเครื่องแกงสมุนไพร ได้แก่
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 1/2 กิโลกรัม
- หอมแดง 2 กิโลกรัม
- กระเทียม 3 ขีด
- รากผักชี 4-5 ต้น

เริ่มจากทำเครื่องแกงสมุนไพรก่อน โดยนำพริกแห้งเม็ดใหญ่มาเด็ดขั้ว แช่น้ำทิ้งไว้สักพักสงน้ำขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
จากนั้นนำหอมแดงและกระเทียมมาปอกเปลือก รากผักชีล้างให้สะอาด
นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกับพริกแห้งเข้าเครื่องปั่นให้ละเอียดจะได้เครื่องแกงสมุนไพร
จากนั้นนำหัวกะทิที่เตรียมไว้ผสมลงในเครื่องแกงสมุนไพร ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ
คนส่วนผสมให้เข้ากัน เก็บไว้ในตู้เย็น จากนั้นเป็นขั้นตอนการย่างไก่ ใช้ไฟปานกลาง
เมื่อไก่สุกนำมาจุ่มราดเครื่องแกงที่เตรียมไว้ให้ทั่วและนำมาย่าง ทำแบบนี้จนครบ 3 ครั้ง
จะทำให้เครื่องแกงซึมเข้าไปในเนื้อไก่ ปัจจุบันไก่กะทิทรงเครื่องปักษ์ใต้ถือเป็นรายได้หลักของครอบครัว
ลูกสาวคนโตของป้าแดงสามารถตั้งหลักปักฐานได้ก็เพราะไก่กะทิ
ตรงนี้ป้าแดงจึงรู้สึกภูมิใจที่อาหารสูตรใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาเองตรงนี้ ลูกค้าชื่นชอบถูกอกถูกใจ
ชีวิตที่เหมือนตายทั้งเป็นของครอบครัววงค์ศิริฟื้นกลับมายืนขึ้นใหม่ได้
ต้องยกความดีให้กับ ไก่กะทิทรงเครื่องปักษ์ใต้แม่แดง

ฉู่ฉี่หมูสับไข่ดาวทอดกรอบ


มาถึงเมนูเด็ด เมนูแรกที่อยากแนะนำเพราะแตกต่างจากที่อื่น นั่นก็คือ ฉู่ฉี่หมูสับไข่ดาวทอดกรอบ ซึ่งเมนูนี้เป็นสูตรคิดขึ้นมา โดยนำพริกแกงฉู่ฉี่ผัดกับหมูสับ แล้วนำมาราดบนไข่ดาวทอดกรอบ เพียงแค่ยกจานนี้มาวางก็ได้กลิ่นหอมจากเครื่องแกงและกะทิ ยิ่งพอได้ชิมก็ได้สัมผัสกับความเข้มข้นของเครื่องแกงที่คลุกเคล้าอย่างลงตัวที่กินพร้อมกับไข่ดาวทอดกรอบแล้ว รสชาติกล่อมกลอมเข้ากันได้เป็นอย่างดี
ส่วนผสมมีดังนี้
ไข่ไก่ 3 ฟอง
พริกแกงฉูฉี่ 1 ช้อนโต๊ะ
หมูสับ 1/2ถ้วย
หัวกะทิ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 1/2ช้อนชา
ใบมะกรูดซอยเส้นเล็กๆ 3 ใบ
พริกชี้ฟ้าเหลืองและแดง (สำหรับแต่งหน้า)
น้ำมันพืชสำหรับทอดไข่

เมื่อเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้ว ก็เดินหน้าเข้าครัวปรุงอาหารกันทันที เริ่มจากดาวไข่ไก่ทั้ง 3 ฟองพร้อมกันในกระทะ แล้วทอดจนไข่ดาวเหลืองกรอบ ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันแล้วพักไว้ก่อน

จากนั้นใช้กระทะใบเดิมแต่เทน้ำมันออก และนำหมูสับมาผัดกับพริกแกงฉูฉี่ให้เข้ากันจนหอม ต่อจากนั้นใส่หัวกะทิลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และใส่ใบมะกรูดซอยลงไป (แต่เหลือไว้บางส่วนสำหรับโรยหน้า) แล้วก็ชิมรสตามชอบ ตักขึ้นมาราดบนไข่ดาว โรยหน้าด้วยใบมะกรูด และแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดง, เหลือง แล้วกินกับข้าวสวยร้อนๆ เอร็ดอร่อยอิ่มท้องกันไป

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

ยำไก่ย่าง


เครื่องปรุง

ไก่ย่าง 1/2 ตัว
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว (น้ำปลา) 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ
ผักชี 4-5 ต้น
มะเขือเทศ 1-2 ลูก
หอมหัวใหญ่ 1/4 หัว
พริกป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. นำไก่ย่างมาเลาะกระดูกออก ฉีกเป็นชิ้นขนาดพอดีคำแล้วพักไว้

2. ปลอกเปลือกหัวหอมใหญ่ เด็ดก้านมะเขือเทศ ตัดรากผักชี จากนั้น นำผักเหล่านี้ไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ จากนั้น นำหัวหอมใหญ่มาหั่นตามยาวเป็นแว่น นำผักชีมาซอยหยาบๆ ส่วนมะเขือเทศ นำมาผ่าเป็น 4 ส่วน ควักไส้ออก แล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดพอประมาณ

3. นำเครื่องปรุงต่างๆ คือ น้ำมะนาว น้ำพริกเผา ซีอิ้วขาว (น้ำปลา) น้ำตาลทราย และพริกป่น มาผสมรวมกันในถ้วยผสม ชิมรสตามชอบ จากนั้น นำไก่ย่างที่ฉีกไว้ ผักต่างๆ และน้ำปรุงรส มาใส่รวมกันในชามผสม คลุกเคล้าให้เครื่องทุกอย่างเข้ากัน

4. ตักใส่จานที่จัดผักกาดหอมรองไว้ โรยหน้าด้วยผักชีเล็กน้อย จากนั้นก็ยกเสริฟได้เลยค่ะ

Tip: เมนูนี้จะเปลี่ยนจากไก่ย่างมาใช้ไก่ทอดแทนก็จะอร่อยไปอีก

ไก่ย่างเขาสวนกวาง









เครื่องปรุง
ไก่ย่างเขาสวนกวาง

◊ ไก่ ๑ ตัวใหญ่
◊ กระเทียม ๓ กลีบ
◊ รากผักชี ๓ ต้น
◊ พริกไทยป่น ๑ ช้อนชา
◊ ผงชูรส ๑/๒ ช้อนชา(ไม่กินก็ไม่ต้องใส่ค่ะ)
◊ น้ำตาล ๑ ช้อนโต๊ะ
◊ เกลือ ๒ ช้อนชา
◊ งาขาว ๑ กำมือ
ขิงแก่ๆๆ
ซีอิ๋วดำ
ซีอิ่วขาว

วิธีทำ นำไก่มาล้างให้สะอาดผ่าท้องพักไว้ นำเครื่องปรุงทุกอย่างมาตำให้ละเอียดยิบเลยนะคะ ยกเว้นงาขาวและมะนาวค่ะ จากนั้นนำไก่ใส่ภาชนะ ใส่น้ำต้มสุกลงไปในเครื่องที่ตำ บีบมะนาวใส่ไปนิดหน่อย ใส่งาขาวลงไป คนให้เข้ากันแล้วเทลงไปหมักกับไก่ แช่ตู้เย็นหมักไว้ ๑ คืนค่ะ
๑ วันผ่านไป นำออกจากตู้เย็นเข้าเตาอบที่ไฟ 180 องศาเซลเซียส เวลา 45 นาที ค่ะ

ส่วนวิธีการย่างไก่จะใช้เตาถ่านธรรมดา ทั้งนี้จะใช้ถ่านไม้อย่างดี แล้วนำไก่ที่ผ่านการหมักเครื่องเทศมาอย่างดีแล้วมาวางลงบนตะแกรง ใช้เวลาย่างเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง (ประมาณ 20 นาที) เพราะถ้าย่างนานกว่านี้จะทำให้ไก่เนื้อแข็งไม่นุ่ม ดังนั้นคนย่างไก่จะต้องคอยจับเวลาและสังเกตไก่ไว้ตลอด และเคล็ดลับที่สำคัญระหว่างย่างจะต้องใช้กระทียมเจียวราดลงบนตัวไก่ไปเรื่อยๆ จะทำให้ไก่มีรสชาติหอมและอร่อย

_____________________________________________________________________________________

ไก่ย่างวิเชียรบุรี
การหมักไก่
ไก่ ที่นำมาย่างนั้นมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือไก่ไทย หรือที่เรียกว่า ไก่บ้านและไก่พันธุ์เนื้อ หรือเรียกว่า ไก่ฟาร์ม รับมาจากอำเภอหนองไผ่ จะหมักด้วยกระเทียม น้ำปลา เกลือ พริกไทย รากผักชี ซอสปรุงรส ฯลฯ แล้วใส่ถุงพลาสติกแช่น้ำแข็งทิ้งไว้ค้างคืน เพื่อให้น้ำหมักซึมเข้าไปในตัวไก่ พอรุ่งเช้าก็เอามาย่าง

การทำน้ำจิ้ม
สูตรน้ำจิ้มไก่ย่างของแต่ละร้านจะมีรสชาติคล้ายกัน เน้นรสหวาน เปรี้ยว เค็ม เป็นหลัก ซึ่งมีส่วนผสมเช่น กระเทียมดอง น้ำตาลทราย มะขามเปียก พริกป่น เกลือป่น เป็นต้น
________________________________________________________________________________
สูตรไก่ย่างโบราณที่ขายตามงานวัด

ส่วนผสมไก่ย่าง
• ไก่สด 3 กิโลกรัม กระเทียม 20 กลีบ
• รากผักชีหั่น 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทย 10 เม็ด
• เกลือป่น 2 ช้อนชา ซีอิ้วหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
• ขมิ้น 2 หัว

วิธีทำ
นำไก่สดเป็นชิ้น ๆ ได้แก่ น่อง ขา ปีก สะโพก ตับ กึ๋น มาคุกเคล้ากับพริกไทยกระเทียมรากผักชี ที่โขลกละเอียด ใส่เกลือป่น ซีอิ้วหวาน และน้ำตาลทราย คลุกให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงนำมาเสียบไม้ ปีก น่อง ขาสะโพก เสียบชิ้นละไม้ สำหรับตับและกึ๋นเสียบไม้ละ 3-4 ชิ้น จากนั้นนำมาย่างเตาไฟปานกลาง
ถ้าไฟแรงเกิน โรยด้วยขี้เถ้า ย่างให้สุกเกรียมทั้ง 2 ด้าน แต่อย่าให้ไหม้

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
น้ำจิ้มหวาน
พริกชี้ฟ้าแดงโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ถ้วยตวง
น้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 3 ถ้วยตวง
วิธีทำ
นำน้ำส้มสายชู เกลือป่น น้ำตาล น้ำกระเทียมดอง ใส่หม้อเคี่ยวจนเป็นยางข้น ยกทิ้งไว้ให้เย็นใส่พริกแดงโขลกละเอียด คนให้เข้ากัน

น้ำจิ้มแจ่ว
พริกป่น 5 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ถ้วยตวง
น้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง หอมหัวแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมผักชีหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
นำส่วนผสมทุกชนิดผสมรวมทุกชนิดให้เข้ากัน (น้ำปลาร้าจะไม่ใส่ก็ได้)
___________________________________________________________________________________
สูตรไก่ย่างรสเด็ด

เครื่องปรุง
• ไก่จะใช้ส่วนน่องและอกก็ได้หรือจะใช้ทั้งตัวก็ได้ 2 กิโลกรัม
• ตะไคร้ 3 ต้น
• กระเทียม 20 กลีบ
• รากผักชี 7 ราก
• พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• เหล้า 2 ช้อนโต๊ะ
• ซอยหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดง 4 หัว

น้ำจิ้ม 2 ชนิด
ชนิดที่ 1
• น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะขามเปียกต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะนาว 1-2 ช้อนชา
• ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
• พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดงซอย 1-2 หัว
• ผักชีฝรั่ง
• ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

ชนิดที่ 2
• กระเทียม 5 กลีบ
• พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
• น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
• กระเทียมดอง 2 หัว
• เกลือ 1-2 ช้อนชา

วิธีทำ
1. โขลกส่วนผสม ตะไคร้ กระเทียม รากผักชี พริกไทยดำ หอมแดงให้ละเอียด
2. ไก่ล้างให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
3. ผสมซอสหอยนางรม เกลือ ส่วนผสมที่โขลกเคล้าให้เข้ากัน นำไก่ลงมาเคล้าให้ทั่วหมักทิ้งไว้ 30 นาที นำไปย่างไฟอ่อนจนสุกเหลือง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม
4. น้ำจิ้ม ชนิดที่ 1 ผสมน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว เข้าด้วยกันชิมรสดูให้ออกเปรี้ยวเค็ม หวาน ใส่ข้าวคั่ว พริกป่น หอมแดงซอย ต้นหอม ผักชีซอย
5. น้ำจิ้มชนิดที่ 2 โขลกกระเทียมสด กระเทียมดอง น้ำตาลทราย เกลือ พริกชี้ฟ้าแดงให้ละเอียด เข้ากันดี นำขึ้นตั้งไฟ คนพอละลาย ยกลงใช้ได้
________________________________________________________________________________
ไก่ย่างสมุนไพรสูตรตะไคร้แห่งเมืองร้อยเอ็ด

คุณวิเชียร เสาร์สมภพ เล่าว่า ความหอมจากตนเองทดสอบสดลอง นำเครื่องปรุงเพื่อการประกอบไก่ย่าง ทั้งกระเทียม พริกไทย ขิง ข่า รสชาติประมาณนั้น แต่ด้วยเป็นนักคิด นักทดสอบ นำตะไคร้ มาทดลอง พบว่ามีความหอม เนื้อนุ่ม อร่อย น้ำจิ้ม ที่เผ็ดข้าวเหนียวร้อนๆ ได้ส้มตำปูที่มีรสชาติเฉพาะของครอบครัวตนเอง บนเตาย่างถังผ่าครึ่ง