วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ยำไข่ปู


เครื่องปรุง น้ำจิ้มทะเล 1 ถ้วย - ใบสะระแหน่ พริกขี้หนู หอมแดง มะม่วงดิบ ส่วนผสมเครื่องปรุงน้ำจิ้มทะเล พริกขี้หนูสวน น้ำมะนาว กระเทียม น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ- น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา- กลีบวิธีปรุงน้ำจิ้มทะเล นำส่วนผสมทุกอย่างปั่นรวมกัน วิธีปรุงยำไข่ปู นำไข่ปู ไปนิ่งให้สุกก่อน แกะ เอา แต่ไข่ และ เนื้อ ออก มายำ โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ ตกแต่งด้วยผักที่ชอบ เช่น ผักกาดหอม ฯลฯ อร่อยแซ่บถึงใจ

ยำไข่แมงดา







:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

- ไข่แมงดา
- พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด
- พริกขี้หนูแดง 7 เม็ด
- น้ำมะนาว 1 1/2 ชต.
- น้ำปลาดีๆ 2 1/2 ชต.
- น้ำตาลทราย 1/2 ชต.
- มะม่วงดิบเปรี้ยว 1/2 ลูก
- ตะไคร้ 2 ต้นอวบๆ
- หอมแดง 2-3 หัว
- สะระแหน่ 4 กิ่ง

วิธีทำ
แมงดาที่เคยพบมี 2 ชนิด แมงดาถ้วย กับ แมงดาจาน วิธีทำอาหาร หลังจากได้แมงดาตัวเมียที่ไม่ใช่เหรา และไม่มีเหราตัวผู้มาเกาะเพราะถ้าเหราเกาะผสมเชื้อในไข่แล้วก็อาจจะกินเมาเหมือนกัน เอาต้มให้สุก แล้วเอาย่างไฟอ่อนๆให้พอหอมอย่าให้ไหม้เพราะจะทำให้ไข่ข้างในกระดองแข็ง ใช้มีดปลายคมๆกรีดเลาะขอบกระดอง ระวังอย่าแทงมีดลึกเกินไปจนโดนเครื่องในของมันทีเรียกกระเพาะขี้ อันนี้ก็ทำให้เมาได้ ..เลาะสุดขอบแล้วค่อยๆเขี่ยเอาไข่ออกมา ดูกระเพาะขี้ของมันถ้าแตกก็อย่าเสียดาย ทิ้งโลด
...เครื่องปรุงก็มี มะม่วงดิบสับ หอมแดงหั่น ใบสะระแหน่ พริกขึ้หนู น้ำปลา น้ำตาลทราย ผสมทุกอย่างรวมกัน จัดจาน รับทานได้เลย

การปาด(ราด)เค้กแยมส้ม

ปาดหน้าเค้ก อีกแบบ

การปาดหน้าเค้ก

วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

กาแฟเย็นปั่น Ice Coffee Frappe



ช๊อกโกเล็ต เซโรป หนึ่งช้อนชา ลงในถ้วยแก้ว
น้ำกาแฟ สอง ช๊อท
เติมนมข้น และนมสด ลงไปคนส่วนผสมให้เข้ากัน
เตรียมน้ำแข็งให้พอดี สำหรับแก้วสองออนซ เติมน้ำแข็งลงไปในเครื่องปั่น
เทส่วนผสมลงปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน และมีความเหนียวละเอียด
เทกาแฟที่ปั่นแล้วลงในแก้วยาว ที่เตรียวไว้
บีบวิปปิ้งครีมแต่งหน้า เป็นอันเสร็จแล้วค่ะ

กาแฟคาปูชิโน่เย็น Ice Cappuccino Coffee


ส่วนผสม
กาแฟเอสเปรสโซ่ 2 ชอท Espresso 2 Shot
น้ำเชื่อม 3/4 ออนซ์ Syrup 3/4 oz
นมข้นชนิดจืด 3/4 ออนซ์ Daily Creamer 3/4 oz
ฟองนม/น้ำแข็งบด
วิธีชง
ผสมกาแฟเอสเปรสโซ่ น้ำเชื่อม นมข้นชนิดจืด คนให้เข้ากัน เทลงในแก้วที่ใส่น้ำแข็งบด แต่งด้วยฟองนม โรยด้วยอบเชยป่นเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟ
ใช้แก้วขนาด 16-18 ออนซ์

กาแฟม็อคค่าเย็น


ส่วนผสม
เอสเปรสโซ่ 2 ชอท Espresso 2 Shot [60 ml]Espresso Roasted Bean
ผงโกโก้ 1 ช้อนชา Cocoa powder 1 tea Spoon
ครีมเทียมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ Sweetened Condensed Creamer 1 table Spoon
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ Sugar 1 table Spoon
นมสด 1 ออนซ์ Fresh Milk 1 Oz
น้ำแข็งบด Ice
วิธีชง

ชงกาแฟเอสเปรสโซ่ 2 ชอท (ใช้กาแฟบดประมาณ16-20 กรัม จะใช้คั่วกลางหรือเข้มก็ได้) ใส่ผงโกโก้และน้ำตาลทรายลงในถ้วยชงกาแฟตามด้วยเอสเปรสโซ่ที่ชงมาร้อนๆ

ผสมลงไปคนจนละลาย เติมส่วนผสมอื่นๆลงไป คนจนเข้ากันดีเติมลงในแก้วกาแฟที่เติมน้ำแข็งไว้ พร้อมเสิร์ฟ สูตรนี้ใช้แก้วขนาด 16 ออนซ์

ยำสามทัพ


จุดเด่นอยู่ที่อาหารทะเลทั้ง 3 อย่าง คือ กุ้งแช่บ๊วยสดตัวพอดีคำอย่างเรา ๆ แต่บางคนถึงกับตัองทานถึง สองคำต่อตัวเลยทีเดียวเพราะความสดกรอบของเนื้อกุ้งและขนาดที่ยั่วยวน เคียงข้างตามมาด้วยหอยนางรมสดตัวอิ่ม ๆ น่าลิ้มรส และ ปลาหมึกกล้วยสดมาหั่นชิ้นพอดีคำ และที่ขาดไม่ได้นอกเหนือจาก 3 เหล่าทัพนี้คือน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด สีสวยเขียวสลับแดง ราดลงให้น้ำซึมเข้าเนื้อได้อย่างพอดิบพอดีรับประทานแกล้มกับมะระลวกไม่สุกมาก และยอดกระถินอ่อน ตามด้วยหอมเจียวทอดกรอบ
สิ่งที่ต้องเตรีม
กุ้งแช่บ๊อย
หอยนางรม
ปลาหมึกกล้วย
ยอดกระถินอ่อน
หอมเจียว
ใบสาระแน่แต่งหน้า

วิธีทำน้ำจิ้ม
พริกขี้หนูสด ตามความต้องการ
มะนาว
เกลือ
กระเทียม
น้ำตาลปีบ
รากผักชี แล้วแต่ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่
เป็นน้ำราดรสแซ่บ

น้ำใบบัวบก


น้ำใบบัวบก
ส่วนผสมน้ำใบบัวบก
1. บัวบกทั้งต้น 2 กำมือ
2. น้ำเชื่อม 8 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำเปล่าต้มสุก 1/2 ถ้วย
วิธีทำน้ำผลไม้
1.นำต้นบัวบกล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้น ๆ แล้วนำมาปั่น หรือจะบด จะโขลก เติมน้ำพอท่วมใบบัวบก
2.เมื่อปั่น หรือจะบด จะโขลกให้ละเอียดแล้วกรองเอาแต่น้ำ
3.เติมน้ำอีกครั้งหนึ่งที่เหลือคั้นน้ำอีกครั้ง บีบน้ำให้หมด
4.เติมน้ำเชื่อม แล้วลองชิมรสดูตามความชอบ ทั้งนี้อาจลดหรือเพิ่มน้ำเชื่อมแล้วแต่ความชอบ
5.เมื่อเสร็จแล้ว ก็เสิร์ฟพร้อมใส่น้ำแข็ง เท่านี้ก็ได้น้ำใบบัวบกที่มีคุณค่ามากๆ ไว้ทานกันแล้ว


สรรพคุณ
น้ำใบบัวบกมีสรรพคุณมากมายหลายอย่าง แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่คุณผูหญิงทั้งหลายคงชอบกันคือ น้ำใบบัวบกสามารถลบรอยตีนกาได้



น้ำใบบัวบกสามารถลบรอยตีนกาได้

วิธีทำ นำใบบัวบกที่ได้มาล้างให้สะอาด แล้วนำมาปั่น หรือจะบด จะโขลก ด้วยกรรมวิธีอะไรก็ได้ที่ถนัด เพราะสิ่งที่ต้องการ คือ น้ำใบบัวบก พอได้น้ำใบบัวบกสด ๆ แล้ว ใช้สำลีชุบน้ำใบบัวบกมาทาให้ทั่วใบหน้า ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ทาทุกวันก่อนนอน หรือจะหลับไปเลยก็ได้ น้ำใบบัวบกจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งจะช่วยลบรอยตีนกาได้ แต่ที่สำคัญต้องทำสม่ำเสมอ ถึงจะเห็นผล รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่อยากลบรอยตีนกา ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้

พั้นช์น้ำขิง


ขิงมีสรรพคุณทางสมุนไพร ในด้านช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียนได้และยังช่วย ลดความดันโลหิตได้อีกด้วย


ส่วนผสมทำพั้นช์น้ำขิง (สำหรับ 6 คน)

1.ขิงแก่ทุบให้แตก3แง่ง
2.น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวงกับอีก2 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำ3/4ถ้วยตวง
4.เกลือ1/8 ช้อนชา
5.สีแดง (สีผสมอาหาร)1/4 ช้อนชา
6.น้ำมะนาว1/3ถ้วยตวง
7.น้ำสับปะรด1 ถ้วยตวง
8.เหล้าหรือไวน์ขาว 2 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำโซดา1 ถ้วยตวง
10.ขิงอ่อนหั่นฝอย1/2 ช้อนโต๊ะ
11.น้ำแข็ง

วิธีทำ
1. ต้มขิง น้ำตาลและน้ำในหม้อปิดฝาให้เดือดประมาณ 5 - 6 นาที กรองเอากากออก
2. ใส่เกลือและสี (หยดสีพอให้ได้สีชมพูอ่อนๆ) ลงในน้ำเชื่อม พักไว้จนเย็น
3. เมื่อน้ำเชื่อมเย็นแล้ว ใส่น้ำมะนาวและน้ำสับปะรดแช่เย็นไว้
4. เมื่อจะเสิร์ฟจึงใส่โซดาและเหล้า ลอยหน้าด้วยขิงหั่นฝอย ใส่น้ำแข็งให้เย็นจัดดีเสียก่อนจึงตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ

คุณค่าอาหารและสรพคุณ

เนื้อของขิงประกอบด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเกลือแร่ชนิดต่างๆ ช่วยป้องกันอาการเมารถ เมาเรือ ช่วยป้องกันเลือดจับตัวแข็งเป็นก้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อในทางเดินอาหาร ทำให้มีการบีบตัวเพิ่มขึ้น จึงใช้เป็นยาขับลมจากกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

ยำส้มโอ


เครื่องปรุง
ส้มโอแกะเอาแต่เนื้อ 2 ถ้วย
กุ้งนึ่งปอกเปลือกหั่นบางๆ ½ ถ้วย
มะพร้าวขูดคั่ว ¼ ถ้วย
ถั่วลิสงคั่วโขลกหยาบๆ ¼ ถ้วย
หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 1 เม็ด
ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงน้ำยำ
พริกแห้งคั่วให้หอม 1 เม็ด
ปลากรอบย่างโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเผา 2 หัว
กระเทียมเผา 1 หัว
น้ำตาลปีบ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
1. โขลกพริกแห้ง ปลากรอบ หอมแดง กระเทียม เข้าด้วยกันให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียก ตั้งไฟกลาง เคี่ยวพอข้น ยกลง
2. ใส่ส้มโอในชามผสม ใส่กุ้ง ราดด้วยน้ำยำ ใส่มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสงคั่ว หอมแดงเจียว 1/2 ช้อนโต๊ะ เคล้าเบาๆพอทั่ว
3. ตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม หรือใบทองหลาง โรยหอมแดงเจียว พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย ใบมะกรูดหั่นฝอย เสิร์ฟ

วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย


ส่วนผสม ::: ซี่โครงหมู 1 แถว ยาวๆ ตามสะดวก , พริกไทย ประมาณ 15 เม็ด , เกลือประมาณ 2 ช้อนชา , กระเทียม กลับใหญ่ๆ ปอกเปลือก ล้างให้สะอาด ประมาณ 10 กลีบ (ใส่ เยอะ ก็ยิ่งเข้มข้นค่ะ) , ซิอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ ::: ล้างหมูให้สะอาด ค่ะ หั่นหมู ตามความกว่างของซี่โครงอ่ะค่ะ มันมีเป็นปล้องๆ ให้แล้ว หลังจากนั้นก็ล้างอีกรอบ แล้วก็ไปทำเครื่องหมักหมูกันค่ะ

เครื่องหมักหมู ก็คือ เอากระเทียม พริกไทย โขลกรวมกัน พอเริ่มละเอียด เติมเกลือลงไป

พอเติมเกลือแล้ว ก็โขลกต่อไป จนออกมาหน้าตาแบบนี้ละคะ

นำ เครื่องกระเทียม พริกไทย เกลือ ที่โขลกแล้ว ไปคลุกเคล้าที่หมู แล้วเอาถุงพลาสติกครอบ เอาไปใส่ในตู้เย็น ซัก 20 นาที
เหยาะ ซิอิ้ว ขาวไปซักหน่อย เพื่อความกลมกล้อม ก่อนหมักทิ้งไว้

พระเอกของงานมาแล้ว เอากระทะดำๆๆ ของเรา ตั้งไฟ ให้น้ำมันร้อน แต่ไม่ต้องไฟแรงมมากน่ะค่ะ เพราะหมูอาจจะไหม้ได้ โดยที่ข้างในไม่สุก เอาแบบว่า ร้อน แต่ไม่ไฟแรงค่ะ หลังจากนั้นก็ เอาหมูลงไปทอดได้เลย

ยำเล็บมือนางรวมมิตร


พร้อมแล้วไปเข้าครัว เริ่มยำกันได้เลย
เครื่องปรุง ตีนไก่
- หมูสับ
- เห็ดหูหนูขาว
- วุ้นเส้น
- มะเขือเทศ
- หอมหัวใหญ่
- ต้นหอม
- ผักชี
- คื่นไช่
- พริกขี้หนู
- มะนาว
- น้ำปลา
- น้ำตาล
- น้ำกระเทียมดอง

วิธีทำ
- หั่นตีนไก่ เห็ดหูหนูขาว มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ ต้นหอม ผักชี คื่นไช่ ตำพริกขี้หนู
- เล็บมือนาง เห็ดขาว หรือ หมูยอ วุ้นเส้น ใส้กรอก (ใส่อะไรก็ได้แล้วแต่ชอบครับ)
ผักคื่นช่าย หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ มะนาว
- น้ำปลา น้ำเชื่อม พริกสด หรือ ซอสพริก
ต้มน้ำให้เดือด ลวกไส้กรอก วุ้นเส้น และเล็บมือนาง(ลวกให้เร็ว ถ้าลวกนานไปเล็บมือนางจะหดตัว)
ลวกเสร็จทั้งสามอย่างแล้ว เอาใส่หม้อยำเลยครับ
ใส่ผักทุกอย่างที่เตรียมไว้ลงในหม้อยำ
ใส่พริกสด น้ำปลา น้ำเชื่อม (กะปริมาณตามใจชอบ)
- ใส่ หรือซอสพริกนิดหน่อย (ช่วยเพิ่มสีสัน และทำให้รสกลมกล่อม)
- คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน ชิมและปรุงรสตามใจชอบ
- จะทานเล่นๆ หรือทานเป็นกับแกล้มก็ได้

ไส้อ่อนหมู ย่าง



กระเทียมสับ รากผักชีตำ พริกไทย
ซอสปรุงรส ผงปรุงรส
+++ ขั้นตอนการทำ +++

1. เคล็ดลับการย่างไส้อ่อนให้กรอบนอกนุ่มใน คือการนำไส้อ่อนไปลวกในน้ำเดือดๆก่อน ให้ไส้อ่อนพองตัวขึ้นแล้วจึงยกออกจากหม้อ
2. นำไส้อ่อนมาตัดแยกเป็นชิ้นๆ ใส่กระเทียม รากผักชี พริกไทยป่น มากน้อยแล้วแต่ชอบ ( ไส้อ่อนจะได้ไม่มีกลิ่น )
3. ใส่น้ำมันหอย ซอสปรุงรส และผงปรุงรส กะปริมาณให้มีรสออกเค็มนิดๆพอ
4. คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน หมักไว้ในตู้เย็นประมาณ 15 - 20 นาที
5. ก่อเตาไฟ ใช้เตาถ่านย่างจะหอมอร่อยกว่าเตาไฟฟ้ามากๆครับ ถ้าไม่สะดวกก็ใช้เตาไฟฟ้าก็ได้
6.เอาไส้อ่อนย่างบนไฟปานกลาง พลิกกลับด้านเรื่อยๆ ย่างให้ไส้อ่อนเกรียมนิดๆ
7. หั่นไส้อ่อนเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ
8. ใส่จานตกแต่งนิดหน่อย เสร็จครับ ( ทานกับน้ำจิ้มผสมซอสปรุงรส พริกป่น มะนาวจะอร่อยขึ้น)

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ยำเห็ดโคน


ยำเห็ดโคน

ส่วน ผสม


- เห็ดโคน 2 ขีด
- กุ้งแชบ๊วย 10 ตัว
- หมูบด 1 ขีด
- หอมแดงซอย 3 หัว
- หอมใหญ่ซอย 1 หัว
- พริกขี้หนู 7 เม็ด ลดหรือเพิ่มตามชอบค่ะ
- น้ำมะนาว
- น้ำปลาอย่างดี
- น้ำตาลปี๊บ
- พริกชี้ฟ้าและผักชี สำหรับตกแต่งโรยหน้า

วิธีทำ


- เริ่มจากนำเห็ดโคนมาหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ แล้วนำไปลวกในน้ำเดือด ใส่ตระแกรงพักทิ้งไว้ก่อน

- นำหมูบดและกุ้งแชบ๊วยมาลวกให้สุกพอประมาณ และพักไว้ นำพริกขี้หนูมาโขลกปรุงด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปิ๊ป ชิมดูรสตามชอบ

- นำเห็ดโคน กุ้ง หมู หอมซอย ผักชี ที่ทำพักไว้มาคลุกเคล้ากับน้ำยำให้เข้ากัน

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันว่าเสร็จ ได้ยำเห็ดโคนรสเด็ด พร้อมตักใส่จาน นำพริกชี้ฟ้าหั่นเป็นเส้นและผักชีมาโรยหน้า ตกแต่งให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟได้เลย

น้ำกระเจี๊ยบ


1. กระเจี๊ยบแห้ง 15 กรัม
2. น้ำเปล่า 1 ลิตร
3. น้ำตาลทราย 40 กรัม
4. เกลือเล็กน้อย


1. ล้างกระเจี๊ยบให้สะอาดโดยใส่ตะแกรงแล้วล้างผ่านน้ำ พักไว้
2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่กระเจี๊ยบที่ล้างแล้วลงไปต้มประมาณ 20 นาที แล้วตักดอกกระเจี๊ยบออก
3. ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่นคนให้ละลาย สามารถดื่มแบบร้อนและเย็นได้ข้อแนะนำน้ำกระเจี๊ยบจะออกรสเปรี้ยวจากดอกกระเจี๊ยบ หวาน และเค็มเล็กน้อย

พั้นซ์ดอกอัญชัน (พั้นซ์สีม่วง


1. ดอกอัญชันแห้ง
2. น้ำเปล่า
3. น้ำขิง
4. น้ำมะนาว
5. น้ำเชื่อม
6. โซดา
1. ต้มน้ำให้เดือดใส่ดอกอัญชัน ต้มให้ได้สีของดอกอัญชันแล้วกรองเอาแต่น้ำ
2. ผสม น้ำดอกอัญชัน น้ำขิง น้ำเชื่อม โซดา และน้ำมะนาวให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ ใส่น้ำแข็ง
รสชาติของพั้นซ์อัญชัน จะมีรสเปรี้ยวจากมะนาว และเผ็ดซ่าจากร้ำขิง

พานาคอตต้าสับปะรด


วิปปิ้งครีม
2. นมจืด
3. น้ำสับปะรด
4. น้ำเปล่า
5. น้ำตาลทราย
6. เจลาตินแผ่น
7. เนื้อสับปะรด
8. กลิ่นวนิลา
9. ใบสะระแหน่


1. แช่แผ่นเจลาตินในน้ำให้นิ่ม
2.ต้มนม น้ำตาลทรายให้ละลายใช้ไฟอ่อน ใส่เจลาตินที่นิ่มแล้วคนให้ละลาย แล้วจึงใส่วิปปิ้งครีมคนให้เข้ากัน เทใส่แก้วที่เตรียมไว้ นำไปแช่ตู้เย็นให้แข็งตัว
3. ต้มน้ำเปล่า น้ำสับปะรด น้ำตาลทรายให้เข้ากัน ใส่เจลาตินที่นิ้่มแล้วคนให้ละลาย พักไว้ให้เย็น
4. นำแก้ววิปปิ้งครีมที่แข็งตัวแล้วจากตู้เย็นมาราดด้วย น้ำสับรดทีเคี่ยวเมื่อสักครู่ ตกแต่งด้วยเนื้อสับปะรด และใบสะระแหน่

สามารถเปลี่ยนผลไม้จากสับปะรดเป็นผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่นได้ เช่น สตอเบอรี่ กีวี

บานอฟฟี่


1. โอริโอ้
2. เนยละลาย
3. กล้วยหอม
4. น้ำตาลทราย
5. น้ำตาลทรายแดง
6. นมข้นหวาน
7. น้ำเปล่า
8. วิปปิ้งครีม
9. ผงโกโก้
10.ใบสะระแหน่

1. เตรียมโอริโอ้ โดยเอาแต่ส่วนของคุ้กกี้ใส่อ่างผสม แยกส่วนของครีมไว้ บดส่วนของคุกกี้ให้ละเอียดผสมกับเนยละลายแล้วตักใส่แก้วกดให้แน่นนำไปแช่ในตู้เย็นเพื่อให้แข็งตัว
2. เคี่ยว น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายแดงกับน้ำเปล่าเล็กน้อยให้ละลาย ใส่ครีมโอริโอ้ที่แยกไว้คนให้ละลาย แล้วใส่นมข้นหวานเคี่ยวให้เหนียวเป็นคาราเมลพักไว้
3. ตีวิปปิ้งครีมให้เป็นโฟมครีมพักไว้ หั่นกล้วยหอมเป็นแว่นๆ เรียงลงในแก้วโอริโอ้บดที่แข็งตัวแล้ว ราดด้วยคาราเมล แล้วปาดด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ โรยด้วยโกโก้ผง ตกแต่งด้วยโอริโอ้ชิ้น ใบสะระแหน่

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Vip - หมูสะเต๊ะห่อใบตอง

Vip - ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น

ViP - ขาหมูตีสาม

ต้มเครื่องในวัว










เห็นต้มเครื่องในวัวมาหลายแห่ง
ยังไม่เคยเห็น ร้านค้าไหน ทำแบบนี้เลย
เห็นว่าเป็นอาหารที่มีวิธีรับประทาน
แปลกไปจากที่เห็นทั่ว ๆ ไป
เลยนำมาเสนอให้ชมกัน เพลิน ๆ

จำได้ว่าตอนเด็กๆ พอถึงวันอาทิตย์ทีไร
พ่อผมก็จะมีนัดเพื่อนบ้านตื่นกันแต่ 6 โมงเช้า
บอกว่าจะไปกินต้มเครื่องในวัว ร้านอยู่แถว ๆ คลองสาน
รู้สึกว่าจะติดอกติดใจ ชวนกันไปเป็นประจำ
พอไปกินกันบ่อยๆ เข้า พ่อผมก็เลยจำวิธีทำ
กลับมาทำกันเองที่บ้านซะเลย

ไม่รู้ว่าสูตรต้นตำหรับรสชาดจะอร่อยขนาดไหน
เพราะว่าผมก็ไม่เคยตามไปชิมด้วยซักที
ได้แต่ชิมที่พ่อทำให้กินกันเองที่บ้าน
ก็เห็นว่าอร่อยดี เลยอยากบอกต่อ


ก็ต้องเริ่มจากหาวัตถุดิบก่อน
วันนี้ไปตลาดสายหน่อย ได้เครื่องในวัว
แบบที่หั่นแล้วมาจำนวนหนึ่ง
พร้อมเนื้อพื้นท้อง ลิ้นวัว
ที่ขาดไม่ได้ก็ม้าม โชคดีวันนี้
มีเหลือหลายชิ้น เลยเหมามาหมดเลย
ต้มเครื่องในวัว ก็เหมือนกับทั่ว ๆ ไป
เตรียม ข่า ตะไคร้ ลูกมะกรูด ใบมะกรูด
จำนวนก็ให้มากหน่อย เน้นลูกมะกรูด
ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดพล่าน ใส่เครื่องในวัวทั้งหมด
พร้อมเนื้อพื้นท้อง ลวกน้ำทิ้งสักหนึ่งครั้ง

หลังจากนั้นก็ตั้งหม้อต้มน้ำตามด้วย
ข่า ตะไคร้ ลูกมะกรูด
ใบมะกรูดไว้ใส่ทีหลังก็ได้
อย่าลืมทุบ ข่า ตะไคร้ ซะก่อน จะได้หอม
แต่ลูกมะกรูดไม่ต้องทุบนะครับผม เดี๋ยวจะขม

พอน้ำเดือดดีแล้ว ใส่เครื่องในวัวพร้อมเนื้อลงต้ม
เติมเกลือ 1 ถุง ซุปก้อนสัก 2 ก้อน
ต้มไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อย
คอยเช็คดูชิ้นส่วนไหนเปื่อยดีแล้ว
ก็ตักเอาขึ้นมาพักไว้
ม้ามจะสุกก่อน และเปื่อยก่อน
นอกนั้นต้องต้มใช้เวลานานกว่าจะเปื่อย
งานนี้ใช้เตาถ่านเท่านั้น น้ำแห้งก็เติมน้ำได้
เติมเกลือ 1 ถุง ซุปก้อนสัก 2 ก้อน
ต้มไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อย
คอยเช็คดูชิ้นส่วนไหนเปื่อยดีแล้ว
ก็ตักเอาขึ้นมาพักไว้
ไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อยต้มไปเรื่อย ๆ
ผ่านไป 2 ชั่วโมง ทุกอย่างเปื่อยได้ที่แล้ว
ก็หั่นเป็นชิ้น ๆ พอคำ
ชอบขนาดไหน ตามใจคนกิน
ม้ามกับลิ้นวัว เปื่อยก่อนใครเพื่อน
เตรียมพร้อม
พร้อมแล้วก็ใส่เครื่องในที่หั่นแล้วลงต้มต่อ
ตามด้วยใบมะกรูดเพิ่มความหอม
สำหรับม้ามหั่นแล้ว ไม่ต้องใส่ลงหม้อเดี๋ยวน้ำจะดำ
เก็บไว้ใส่ตอนรับประทาน แยกต่างหาก

ถึงตอนนี้ก็ธรรมดา เหมือนต้มเครื่องในวัวทั่วๆไป

แต่ที่ดูแล้วแปลก ก็ตรงน้ำจิ้มทีเด็ดนี่แหละครับ
ใช้พริกขี้หนูป่นนำมาคั่วให้หอม
สีจะออกคล้ำๆ เกือบจะดำ
ตอนคั่วพริกนี่และเป็นที่มาของลูกทุ่งฉุนเฉียว
จามกันทั้งบ้านเรา และบ้านข้าง ๆ
หัวหอมแดงใช้จำนวนมากหน่อย
นำมาหั่นเป็นแว่น ๆ
นำถ้วยมาใส่พริกป่นคั่ว
ปรุงด้วยน้ำปลา ชูรสนิดหน่อย
ใส่หัวหอมแดง
ตามด้วยน้ำส้มสายชู
รับประทานกับผักบุ้งจีน

ต้องบอกว่าเข้ากันดีมาก ๆ
อร่อยแบบลูกทุ่งฉุนเฉียวจริง ๆ

ตักเครื่องในต้มรับประทาน
หักผักบุ้งจีน จิ้มน้ำจิ้มตาม

…….ไม่ลองไม่รู้ ………

เชิญรับประทานตามสะดวก
......สวัสดีครับ.............
sssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssss

อีกสูตร น้ำจิ้ม
เอาละ เมื่อคนไอที ต้องกลายเป็นพ่อครัวจำเป็น ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ กันก่อน อันประกอบด้วย

1. พริกขี้หนูสวนสีเขียว 1 ถ้วย
2. น้ำมะนาว 1 ถ้วย
3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลปิ๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผงชูรส 1 / 2 ช้อนชา (อันนี้จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้นะครับ)
6. น้ำปลา 1 ถ้วย
7. กระเทียมสดแกะเปลือก1 / 2 ถ้วย
8. รากผักชี ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (เห็นว่า เพิ่มความหอมให้กับน้าจิ้ม )
9. น้ำต้มสุก ทิปเล็ก ที่แอบค้นมาได้ เค้าบอกมาว่า
ถ้าเพื่อนๆ ใช้เกลือในการทำน้ำจิ้ม ต้องปรุงรสด้วยน้ำตาลทายและน้ำส้มสายชู แต่ถ้าหากใช้น้ำปลาทำน้ำจิ้ม ต้องใช้น้ำตาลปีปกับน้ำมะนาวนะครับ (เหมาะสำหรับอาหารทะเลเผา ปลาเผา หอยเผา ปลาลวก หูหมู ลูกชิ้นต้ม ฯลฯ)

เป็ดตุ๋นมะนาวดอง


ตั้งหม้อต้มน้ำ พอน้ำเดือดแล้วใส่เป็ดลงต้ม
ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
ใส่มะนาวดอง พร้อมซุปไก่ก้อน ลงต้ม
ต้มไปสักพักไฟกลาง-อ่อน
ระวังอย่าให้มะนาวแตก รสชาดจะขมทิ้งทั้งหม้อ
อย่าลืมซุปไก่ก้อน ลงต้มด้วย
เป็ดสุกดีแล้ว ยกขึ้นพักไว้ นำน้ำฃุปไปปรุงรสต่อ
ต้องการเป็ดแบบเปื่อย หรือแบบเนื้อเหนียวหน่อย
ก็กะเวลาเอาตอนต้ม คอยเช็คดูเนื้อเป็ด
โดยใช้ไม่จิ้มฟันแหลม ๆ จิ้มดู
ก็จะได้เป็ดเนื้อนุ่ม ตามความต้องการ
มะนาวดอง พร้อมน้ำ
รากผักชี
ซุปไก่ก้อน
ซีอิ้วขาว
ต้มกับน้ำซุป ปรุงรสตามชอบ
ไม่เปรี้ยวใส่มะนาวสดบีบใส่จานตอนรับประทาน
แต่สำหรับพ่อครัวเถื่อนแล้ว
ต้องเอามะนาวดองขึ้นมา
เลือกเม็ดทิ้ง แล้วบดให้ละเอียด
ใส่ลงไปในน้ำซุปเลย ถึงจะถูกใจ
ใส่ฟักในน้ำแกง ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว เกลือนิดหน่อย
ถ้าชอบเปรี้ยวแหลม ก็บีบมะนาวสดลงไปด้วยตามชอบ
ที่บ้านผมเวลารับประทาน จะไม่หั่นเป็นชิ้น
แต่จะตัดครึ่งตัว วางในกะทะไฟฟ้า
ใช้ช้อนซ่อม แซะเนื้อเป็ดจากในหม้อ
รับประทานตอนร้อน ๆ จิ้มน้ำปลา
ข้าวสวยร้อน ๆ รับประกัน
อร่อยอย่าบอกใครเชียว
เชิญรับประทานตามสะดวก

..................สวัสดีครับ.............

ต้มผักกาดดองกับกระดูกหมูอ่อน


เครื่องปรุง

กระดูกหมู 300 กรัม
ผักกาดดองหั่นเป็นท่อนๆ 150 กรัม

เครื่องปรุง

น้ำปลา 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ½ ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 3 – 4 ราก
พริกไทยเม็ด 7-8 เม็ด
กระเทียม 4-5 กลีบ
1. ตั้งน้ำบนไฟอ่อนที่สุด ใส่ รากผักชี พริกไทย กระเทียม และ กระดูกหมูลงไป เคี่ยวไปเรื่อยๆ ช้อนฟองทิ้งบ้าง จนกว่ากระดูกหมูจะเปื่อย
2. ใส่ ผักกาดดองลงไป เคี่ยวต่อ ชิมรสดูเรื่อยๆ ปรุงรสเพิ่มด้วย น้ำปลา ซอสปรุงรส เคี่ยวจนกว่า ผักกาดดองจะเปื่อย ปิดไฟได้
3. ตักเสิร์ฟ

Pana Cotta Milk Honey


Pana Cotta Milk Honey

ส่วนประกอบ

1. วนิลาพานาคอตต้า :
- นมสด 2 ½ ถ้วย
- ดับเบิ้ลครีม หรือวิปปิ้งครีม ½ ถ้วย
- ผงเจลาติน 2 ½ ช้อนชา
- กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา หรือ วนิลา 1 ฝัก ผ่าเอาเม็ดออกใส่ลงในนม

2. ฮันนี่เจลลี่
- น้ำเย็น 1 2/3 ถ้วย
- น้ำผึ้ง 1/3 ถ้วย
- เจลาตินผง 3 ช้อนชา
- พีชกระป๋อง

ขั้นตอนการทำ

ฮันนี่เจลลี่ : เทน้ำและน้ำผึ้งลงในหม้อ โรยด้วยผงเจลาตินแล้วทิ้งไว้ 5 นาที ยกขึ้นตั้งไฟต่ำ แล้วคนอย่างสม่ำเสมอจนเดือด และเจลาตินละลาย พักไว้ให้หายร้อน

วนิลาพานาคอตต้า : เอานม ครีม วนิลา และน้ำผึ้งเทลงในหม้อ โรยเจลาตินลงไป ทิ้งไว้ 5 นาที ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ แล้วคนอย่างสม่ำเสมอจนเจลาตินละลายและเริ่มเดือด ยกลงจากเตาพักไว้

เตรียมแก้วที่จะนำมาเป็นภาชนะใส่ เทฮันนี่เจลลี่ที่ทำเสร็จแล้วครึ่งหนึ่งใส่แก้วที่เตรียมไว้ จากนั้นนำเข้าตู้เย็น แช่ไว้ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เมื่อฮันนี่เจลลี่เซ็ตตัวดีแล้ว เติมพานาคอตต้า 1 ส่วน (ของพานาคอตต้าทั้งหมด) ลงไปในแก้ว เพื่อทำเป็นชั้นๆ

จากนั้นนำกลับไปแช่อีก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ทำซ้ำด้วยฮันนี่เจลลี่ และพานาคอตต้าอีก 2 ชั้น พอได้ที่แล้วก็เอาออกจากตู้เย็น วางไว้ในอุณหภูมิห้องสักครู่ เพื่อให้เจลลี่คลายตัว เติมพีชกระป๋องด้านบน เรียบร้อยแล้ว ของหวานสัญชาติอิตาเลี่ยน B.

หมี่ผัดต้มยำแห้ง









เครื่องปรุงอื่นๆ

- มีไข่ 2 ฟอง

- ไช้โป้หวานชนิดเส้น

- ถั่วลิสงคั่วป่น

- ถั่วงอก

- น้ำพริกเผาสูตรเจ

- น้ำมะขามเปียก

- มะนาว

- พริกหยวก

- ตะไคร้ซอย

- ใบมะกรูกฉีก

- พริกขี้หนูบุบ

- มะเขือเทศหั่นสี่

ขั้นตอนการทำ

1. ใช้ไข่ 1 ฟอง ทอดให้กรอบ หั่นเป็นชิ้นฝอยๆ เตรียมไว้ก่อน
2. ผัดไชโป้หวาน กับไข่ที่เหลือให้สุกต่อเลย
3. ใส่พริกหยวกซอย ตะไคร้ซอย มะเขือเทศหั่นสี่ พริกขี้หนูบุบ ใบมะกรูดฉีกลงไป ปรุงรสด้วยน้ำพริกเผาสูตรเจ ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล น้ำมะขามเปียกในขั้นตอนนี้
4. จากนั้นใส่เส้นหมี่ลงไป เติมน้ำสะอาดเล็กน้อย ผัดให้เครื่องปรุงและเส้นเข้ากันดี ชิมรสให้ออกต้มยำตามใจชอบค่ะ ใส่ถั่วงอกลงไปขั้นตอนสุดท้าย ผัดให้พอสลดก็ใช้ได้แล้ว
5. จัดใส่จาน โรยหน้าด้วยถั่วลงสงคั่วบุบ หั่นมะนาวซีกใส่ไว้ด้วยเผื่อเติม

ข้าวผัดต้มยำกุ้ง


ความเผ็ดร้อนของต้มยำที่นำมาผัดคลุกเคล้ากับข้าวสวยแสนนุ่ม สุดแสนจะอร่อยลงตัว

ส่วนผสม 1-2 ที่

* กุ้งแกะเปลือกทอด 3-4 ตัว
* ข่าอ่อนบุบ 2-3 ท่อน
* ตะไคร้บุบ 4-5 ต้น
* ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
* ผักชีฝรั่งซอย 2-3 ใบ
* พริกขี้หนูบุบ 4-5 เม็ด
* เห็ดฟางผ่าครึ่ง 5-6 ดอก

* น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
* นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำ 1 ถ้วย
* ข้าวสวย 2 ถ้วย

วิธีทำ

1. ผัดน้ำพริกเผากับน้ำมันพอหอม ใส่ชิ้นข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดแล้วผัดให้เข้ากัน จากนั้น ปรุงรสด้วยพริกขี้หนู น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะนาว แล้วจึงเติมนมสดและเห็ดฟางปล่อยให้เดือดจนข้น ชิมรสตามชอบ
2. จากนั้น ตักสมุนไพรต่างๆ ออก แล้วใส่ข้าวลงผัดให้เข้ากัน ชิมรสอีกครั้ง แล้วแต่งหน้าด้วยกุ้งทอด พร้อมเสิร์ฟ

ทอดมันกุ้งฝอย


เครื่องปรุง

กุ้งฝอย 200 กรัม

น้ำพริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ

ใบมะกูดหั่นฝอย 2 ช้อนชา

แป้งทอดกรอบ 1ถ้วยตวง

น้ำปลา 1ช้อนโต๊ะ

น้ำมัน(สำหรับทอด)2ถ้วยตวง

น้ำเปล่า ครึ่งถ้วยตวง

เกลือ 1ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำกุ้งฝอยมาล้างโดยน้ำเกลือ คลุกให้ทั่วและล้างออกเลือกเอาเศษผงออกให้หมด ใส่กระชอนผึ่งพักไว้ นำแป้งทอกรอบและเครื่องแกงมาลายน้ำ ให้ออกมาค่อนข้างข้น ใส่กุ้ง +น้ำปลา+ใบมะกูด ลงไปคลุกให้เข้ากัน นำกะทะตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมัน

พอร้อน ตักกุ้งที่ผสมแล้วลงไปทอดเป็ยแผ่นบางๆ สังเกตดูเมื่อสีเหลืองทองตักขึ้นพักบนตะแกรงรอเสด็จน้ำมัน ใส่จาน รับประทานคู่กับน้ำจิ้มไก่ อร่อยเข้าท่าทีเดียว*หรือถ้ามีเด็กเล็กๆ ทานด้วยเราอาจจะลดหรือไม่ใสน้ำพริกแกงก็ได้นะ เพราะอาจจะเผ็ดเกินไป ยังทานเผ็ดไม่เก่ง

สลัดปูนิ่ม


ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่

•ปูนิ่ม 2 ตัว
•แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วย
•เกลือและพริกไทยเล็กน้อย
เครื่องปรุงน้ำสลัด

•น้ำส้มสายชูบัลซามิก 1 ช้อนโต๊ะ
•พริกขี้หนู 2-3 เม็ด
•พาร์สลีย์สด 1 ช่อ
•ผักสลัดตามชอบ
•น้ำมันสำหรับทอด


•น้ำมะนาวเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
•กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
•น้ำมันมะกอกตามชอบ
•เกลือเล็กน้อย


วิธีทำ

หั่นปูนิ่มเป็นชิ้นๆ นำไปคลุกกับแป้งทอดกรอบปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยตามชอบ นำไปทอดให้สุกกรอบจัดใส่จานพร้อมสลัดผักสด
ผสมเครื่องปรุงน้ำสลัดเข้าด้วยกัน ชิมรสตามชอบนำไปราดบนสลัดปูนิ่ม พร้อมเสิร์ฟ

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ต้มจืดตำลึงหมูสับ


หมูบด กระเทียม พริกไท ซีอิ๊วขาว เคล้าให้เข้ากัน ตำลึงเด็ดแล้วล้างให้สะอาด
ตั้งน้ำให้เดือดปั้นหมูใส่ลงไปปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ๊วขาว
หมูสุกดีแล้วใส่ตำลึงลงไปแล้วปิดไฟทันที ตักใส่ชาม โรยพริกไท

ยอดเชฟ Thai ขนมจีนน้ำเงี้ยว

ไฮนซ์ยำไข่ระเบิดสามสหาย

ยำกะเฉดกุ้งสด





กุ้งขนาดกลาง 10 ตัว (ล้างทำความสะอาดและปอกเปลือก)
หมูสับ 100 กรัม
คึ้นช่าย 20 กรัม (หั่นความยาวประมาณ 1 นิ้ว)
หัวหอมใหญ่ 1 หัว (หั่นเป็นชิ้น)
มะเขือเทศ 2 ลูก (หั่นเป็นชิ้น)
พริกขี้หนูหั่นหยาบ 5 เม็ด
เห็ดหูหนู ตามชอบ
ผักกะเฉด ตามชอบ
น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำทีละขั้นตอน

1. นำหมูสับและกุ้งที่แกะแล้วไปลวกในน้ำร้อนจนสุก สะเด็ดน้ำให้แห้ง

2. จากนั้นนำผักกะเฉดและเห็ดหูหนู ไปลวกน้ำร้อน จึงตักออกและทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ

3. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดลงในชามขนาดใหญ่ ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำตาลและน้ำมะนาว ตักใส่จานเสิรฟ แต่งหน้าด้วยผักสด (กะหล่ำปลีซอย, แตงกวา, ถั่วฝักยาว, เป็นต้น)

ตับหวาน





ส่วนผสม
●พริกป่น ½ ช้อนโต๊ะ
●ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
●หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
●ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
●ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
●น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
●น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
●ผงชูรส นิดหน่อย

วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ล้างตับในน้ำจนสะอาด แล้วจึงหั่นเป็นชิ้นบางๆ พอดีคำ

2. ต้มน้ำในหม้อ รอจนน้ำเดือดจึงนำตับไปลวกจนเกือบสุก นำออกมาสะเด็ดน้ำและเตรียมไว้

3. ในชามขนาดกลาง, ใส่ตับที่ลวกแล้ว, ผงชูรส , น้ำมะนาว, น้ำปลา, ต้นหอมซอย, พริกป่น, ข้าวคั่ว และหอมแดง คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันทั่ว

4. ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยใบสาระแหน่ เสริฟทันทีพร้อมผักสด (กะหล่ำปลี, แตงกวา, อื่นๆ) จะทานเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็ดี

ยำเห็ดเข็มทอง


ส่วนผสมมีดังนี้

เห็ดเข็มทอง 2 ขีด
ปลาหมึกสด 1 ขีด
กุ้งสด 1 ขีด
หมูบด 1 ขีด
มะนาว 1 ผล
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล ½ ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูซอย 6-7 เม็ด (หรือปริมาณตามชอบ)
หอมแดงและผักชีซอย

เมื่อเตรียมส่วนผสมกันพร้อมแล้ว ก็ลงมือปรุงกันเลย เริ่มจากนำเห็ดเข็มทองไปล้างทำความสะอาด แล้วตัดส่วนโคนเห็ดทิ้งไป จากนั้นนำเห็ดเข็มทองไปลวกพอสุก

พอได้เห็ดเข็มทองที่ลวกสุกแล้วก็ตั้งพักทิ้งไว้ก่อน แล้วหันมาลวกหมูสับ กุ้ง และปลาหมึกให้สุกด้วย จากนั้นจึงนำเอาเห็ดเข็มทอง มายำรวมกับกุ้ง ปลาหมึก และหมูสับ พร้อมกับปรุงรสชาติ ด้วยน้ำตาล น้ำปลา น้ำมะนาว และพริกขี้หนู แล้วก็คลุกเคล้าเครื่องทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วก็ตามด้วยการใส่หอมแดงและผักชีลงไป เพียงเท่านี้ก็จะได้ “ยำเห็ดเข็มทอง” เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ชวนกิน

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

หอยจ้อ









เตรียมของ

แผ่นเต้าหู้ +หมู+กุ้ง+ปู+แห้ว+เหล้าจีน +เชือกสำหรับผูก+แผ่นไม้ไว้ม้วนข้าวปั่น


เริ่มแรกก็ให้ไปหาซื้อแผ่นเต้าหู้มาก่อน ให้เลือที่เป็นแบบในรูปดีที่สุดคะ ถุงไม่ใหญ่และเวลาซื้อให้จับดูที่แผ่นเต้าหู้ จะนิ่มๆจับดูก็จะไม่แตกร่วนนะคะ แต่บางทีก็อาจจะมีบ้างที่ฟองเต้าหู้แตกออกมาแต่ก็ไม่มาก ให้เลือก ห่อที่แตกน้อยที่สุดคะ

แล้วมาเตรียมส่วนผสมกอ่น แล้วเมื่อได้เวลาใกล้จะห่อก่อนครึ่ง ชม.
ถึงจะเอาแผ่นเต้าหู้นำมาแช่น้ำ

ให้ตัดปากถุงของแผ่นเต้าหู้ออก แล้ว ค่อยๆเทแผ่นเต้าหู้แช่ลงไปในน้ำทั้งแผ่น ห้ามแกะเด็ดขาด สักพัก แผ่นเต้าหู้จะค่อยๆพองออกมา
ในราว15ถึง30นาที เราก็ค่อยๆ แกะรอยพับออกมา ก็จะเห็นแผ่นเต้าหู้แผ่นใหญ่ๆ ตอนนี้ แผ่นเต้าหู้เริ่มนิ่มทั่วทั้งแผ่นแล้วใช่ไหมคะ ก็ แขวนไว้ให้สะเด็ดน้ำ

ตอนนี้ก็มาผสม เครื่องหอยจ้อกันนะคะ

เตรียมของส่วนผสมในการทำหอยจ้อ

1-หมูตรงส่วนคอ หรือ หมูสามชั้นก็ได้คะ 500 กรัม

2-กุ้งสดแกะเปลือก 300กรัม

3-เนื้อปู2ถึง300กรัม (ถ้าไม่มีปูสดๆก็ซื้อเนื้อปูกระป๋องมาแทนก็ได้คะให้บีบน้ำให้สะเด็ดน้ำแล้วค่อยผสมลงไป)

4-แห้วใส่ไป50หรือ100กรัม (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ก็ได้คะ)


----------------------------------------------------

นำของทุกอยากมาสับๆให้ละเอียด

เอาหมูกับกุ้งไปปั่นในเครื่องสับหมู ให้ละเอียดเนียน
แล้ว เทออกมาใส่กาลามัง แล้วนำส่วนผสมที่เหลือใส่ตามลงไป

ตอนนี้เรามาใส่เครื่องปรุงกันนะคะ
ใส่เกลือ +พริกไทย+ เหล้าจีน (ถ้าไม่มีก็ใส่วายขาวแทน)
น้ำมันงา+น้ำให้เติมลงไปนิดหน่อย ทำให้หมูนิ่มลง แล้วก็ผสมทุกๆอย่างให้เข้ากัน ปล่อยไว้ในตู้เย็น ในราว1ถึง2ชม.
แล้วถึงจะเอามาห่อในแผ่นเต้าหู้

แผ่นเต้าหู้ บางแผ่นอาจจะชำรุดหรือจะขาดตรงกลาง ก็เอาแผ่นที่ดีๆตัดขนาดใหญ่กว่าส่วนที่ขาด เอาไปแปะที่ตรงช่องนั้น จะทำให้เราห่อไส้แล้วไม่แตกออกมา ทำให้ไม่เสียของด้วยนะคะ

ตอนห่อ สามารถเอาแผ่นไม้ที่ทำข้าวปั้นมาวางลงไปก่อน และเอาแผ่นเต้าหู้วางด้านบนแผ่นไม้แล้วใส่ไส้ตามแนวยาว
เอาแผ่นเต้าหู้ปิดแล้วค่อยๆม้วนแผ่นไม้ให้หมดปลายแผ่นเต้าหู้ ค่อยๆบีบให้ไส้ข้างในเสมอกัน แล้วค่อยๆคลายไม้ออกมา

ตอนนี้ก็มาถึงวิธีการผูกเชือกนะคะ
ให้เริ่มต้นผูกจากทางได้ทางนึง ค่อยๆผูกตามลงมาทีละข้อ ห้ามผูกหัวและท้ายก่อนนะคะ เพราะเดี๋ยวเราไปผูกตรงกลาง จะทำให้ไส้แตกออกมาได้คะ เมื่อผูกมาถึงปลายดีแล้วก็ตัดส่วนที่เกินตรงปลายของแผ่นเต้าหู้ออก เพื่อให้ดูสวยงามขึ้นคะ

เมื่อทำครบทุกๆเส้นแล้ว ก็ ตั้งหม้อ เอาไปนึ่งไฟแรง ในราว 20ถึง30นาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำมากแค่ไหน

เมื่อนึ่งเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ก็เอาออกมาตัดเป็นข้อๆ เอาเส้นด้ายที่ผูกออก แล้ว ตั้งหม้อใส่น้ำมันให้ได้ประมาณครึ่งหม้อ ขอแนะนำให้ใช้หม้อเหล็กใบเล็กหน่อย จะไม่เปลืองน้ำมันและทอดออกมาดีกว่าหม้อธรรมดาคะ ตอนแรกให้เปิดไฟเบอร์10แรงสุด พอน้ำมันเริ่มร้อนก็หรี่มาเป็นไฟเบอร์7 เมื่อดูแล้วว่าน้ำมันเริ่มร้อนทั่วกันดีแล้ว ให้ค่อยๆเอาหอยจ้อที่หั่นไว้แล้วเป็นข้อๆ ใส่ลงไปทอด สัก1ถึง2นาทีก็หรี่ไฟเป็นเบอร์5 ค่อยๆทอดใจเย็นๆ ในราว 5 ถึง7นาที พอเห็นว่าสีของแผ่นเต้าหู้เริ่มเป็นสีเข้มขึ้น ก็ตักออกมาใส่ตะแกงให้สะเด็ดน้ำมัน ตักเสิร์ฟ เอาน้ำจิ้มไก่ หรือน้ำจิ้มบ้วยหวานของจีนจิ้มไปด้วยนะคะ อร่อยดีคะ