วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แกงป่าหนูนา ของชาวบุรีรัมย์


หลายวันก่อน น้าน้อย หนึ่งในพรานล่าหนูแห่งคุ้มบ้านฝั่งเหนือ หิ้วหนูนาตัวเท่าข้อมือมาฝาก ๒ ตัว แถมยังใจดีถอนขนพร้อมกับชำแหละมาให้เสร็จสรรพ


พูดถึงหนูนา นอกจากจะเอามาปิ้งมาย่างเป็นแกล้มเป็นกัปแล้ว ว่ากันว่าถ้าจะให้เด็ดดวงถึงทรวงถึงอกนั่นก็ต้อง แกงป่า ดังนั้นเมนูริมทุ่งในบรรยากาศแห่งการเก็บเกี่ยวแบบนี้จึงมี แกงป่าหนูนา วางเคียงสำรับประดับวงข้าวชาวบ้านแบบเรา ๆ


ในการล่าหนูนาเอามาย่างมาแกงนั้น นอกเหนือจากการวางกับดักซึ่งเป็นวิธีที่นิยมทำกันทั่วไปแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผลดีก็คือ การกรอกน้ำลงหลุมไล่ให้มันขึ้นมา เสร็จแล้วก็พากันไล่จับไล่ตี บางทีถ้ามีหมาไปด้วยก็ปล่อยให้มันวิ่งไล่ตะครุบ


สำหรับการล่าหนูนาด้วยวิธีหลังนี้ เท่าที่เคยร่วมคณะไปกับน้าน้อยก็คือ แกจะเริ่มจากการแกะรอยที่ปากหลุม เพื่อที่จะดูว่าเป็นรอยเก่าหรือรอยใหม่ ซึ่งพรานที่ชำนาญเขาจะดูรู้ทันทีว่าหลุมไหนมีหนูอาศัยอยู่


และหากมั่นใจว่าหลุมนั้นมีหนูอยู่ข้างในแน่ ๆ ขั้นต่อไปก็คือ เอาน้ำเทกรอกลงไปในหลุม รอไม่กี่อึดใจ เจ้าหนูนาโชคร้ายก็จะวิ่งสวนทางน้ำขึ้นมาหาอากาศหายใจข้างนอก แล้วถึงตอนนั้นฉากแห่งการไล่ล่าสังหารก็เริ่มต้นขึ้น

ลนไฟให้ทั่วแล้วจัดการถอนขนให้เกลี้ยงเกลา


พอได้หนูนามาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงกรรมวิธีการแปรรูปให้เป็นอาหารจานเด็ดที่ว่า เริ่มจากเอามันมาลนไฟให้ทั่ว เสร็จแล้วก็ค่อย ๆ ถอนขนออกให้เกลี้ยง จากนั้นก็จัดแจงชำแหละควักไส้ควักพุง จัดการล้างเกลือตัดคาวออกไปสัก ๑ รอบ เสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาด ก่อนจะเอามาขึ้นเตาถ่านย่างด้วยไฟอ่อน ๆ เอาแค่ให้ไฟเลียผิว ได้ที่แล้วก็อามาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอคำ


ทีนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนการปรุงแปลง เริ่มจากเอาหนูนาที่สับเตรียมไว้ลงไปรวนในกระทะจนเกือบสุก พอน้ำเริ่มงวดก็ใส่เครื่องแกงลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นก็เติมน้ำลงไปให้พอท่วม รอจนน้ำเดือดจึงค่อยลงมือปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ถูกปากถูกใจแล้วก็จัดการโรยข้าวคั่ว ตามด้วยใบกะเพรา เอาให้หอมตรลบอบอวลไปสามบ้านสี่บ้าน เสร็จแล้วก็ยกลง


ถึงตอนนี้ใครจะเอาไปเป็นแกล้มเป็นกัปก็ได้ทั้งนั้น ว่าอย่างงั้นไหมครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น