วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แกงปูนากุ้งฝอยแบบอีสาน


ช่วงนี้ฝนตกเกือบทุกวัน


บางวันทั้งนานและหนัก ทำเอาตอนนี้ทุ่งข้าวเขียว ๆ หลังบ้านผม เปลี่ยนเป็นทุ่งน้ำที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ผืนน้ำสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา


ยามฤดูน้ำหลากแบบนี้ บรรดา กุ้ง – หอย – ปู – ปลา ก็พากันเล่นน้ำครื้นเครงละครับ


ส่วนเหล่าพรานปลาในหมู่บ้าน ก็เห็นพากันคึกคัก ครึกครื้นรับน้ำใหม่ทั่วถ้วนหน้า ข่าย มอง ลอบ สุ่ม ไซ ได้ทีออกมาวาดลวดลายกันอีกครั้งก็ช่วงนี้


วันก่อนได้ปูนาตัวใหญ่กับกุ้งฝอยมาอย่างละนิดละหน่อย


แฮะ ! แฮะ ! ไม่ได้ไปลงแรงเก็บหามาเองหรอกครับ ผมซื้อเอาจากลุงคนหนึ่งที่ปั่นจักรยานตระเวนขาย จะชื่ออะไรก็ลืมถาม รู้ก็แต่ว่าเป็นคนอีกหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ไม่ไกลออกไป


ทุกครั้งที่เห็นแกผ่านทางมา นั่นก็หมายความว่า จะต้องมี ปู ปลา กบ หรืออะไรสักอย่าง วางปะปนกันมาในตะกร้าเล็ก ๆ ที่มัดติดกับตะแกรงเหล็กด้านหลังรถคู่ชีพ ก็แล้วแต่ว่าช่วงนั้น เวลานั้น จะมีอะไรให้แกสามารถออกไปเก็บหาเอามาขาย พอมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ หย่อนก้นถุง


ครับ -- ในเมื่อมีวัตถุดิบชั้นดีอยู่ในมือแล้ว ขั้นต่อไปก็คือ บรรจงคิดอย่างสุขุมรอบคอบว่า ต้องเปลี่ยนมันให้เป็นอะไรดีถึงจะเอร็ดอร่อยแบบที่เรียกว่า แซ่บอีหลี ดีลิเชียส ตามสำนวนของพญาอินทรีผู้ล่วงลับ


แต่อย่าให้ขัดเขินเนิ่นนานไปเลย -- เอาเป็นว่าวันนั้นผมตัดสินใจปรุงแปลงทั้ง กุ้งฝอย -- ปู กระทั่งกลายเป็นแกงพื้นบ้านที่มีหน้าตาอย่างที่เห็นในภาพนี่ละครับ หนำซ้ำยังตั้งชื่อให้ซะโก้หรูไว้เคียงชามว่า


แกงปูนาก่ายกุ้งฝอย?


ว่าไปแล้วก็ตามสไตล์แกงพื้นบ้านทั่วไปแถบบ้านผมแหละครับ ไม่ยาก -- ไม่ง่าย !


เริ่มจากตั้งหม้อใส่น้ำไม่ต้องมาก พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ ตะใคร้ เกลือ ตำให้ละเอียด พอเริ่มเดือดก็ใส่เครื่องแกงลงไป ตามด้วยมะละกอดิบฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือใครที่ชมชอบฟักทอง ฟักลูกอ่อน คิดจะเชิญมาลงหม้อด้วยกันนั่นก็มิขัดข้อง


นั่งใจเย็นจิบเบียร์เย็น ๆ สักแก้วสองแก้ว แล้วจึงทยอยเอาปูนากับกุ้งฝอยลงไปอาบน้ำแกงร้อน ๆ


จากนั้นก็ถึงเวลาบรรเลงเพลงปรุงรส น้ำปลา น้ำปลาร้า มะขามเปียก หามาอย่าให้ขาด เอาว่าให้กลมกล่อมถูกปากถูกลิ้นเป็นใช้ได้


รอให้ปูกับกุ้งในหม้อก่ายกอดกันสักพัก จนตัวเริ่มออกเป็นสีส้มสวยงาม จึงค่อยเชิญลงจากเตาด้วยความระมัดระวัง ไม่ลืมที่จะโรยข้าวคั่วพร้อมกับฉีกใบอีออมหอมฉุยทิ้งลงไปในหม้อแกงสักขยุ้มมือ


ในช่วงนี้ขอโปรดจงระวังให้ดี เพราะกลิ่นแกงที่หอมหวนรัญจวนใจ อาจทำให้น้ำลายคุณกระฉอกใส่หม้อแกงรสอร่อยโดยมิทันตั้งตัว (ฮา – ฮา)


สนใจก็ลองหาปูหากุ้งมาปรุงแปลงกันดูนะครับ

แต่สำหรับมื้อนี้ผมขออนุญาตไป แซ่บอีหลีดีลิเชิยส กับ ปูนาก่ายกุ้งฝอย สักชามสองชามก่อนก็แล้วกันครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น