วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

แกงคั่วสับปะรด















สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆที่รัก


ปีนี้น้ำมาก จนได้รับโปรท่วมทั่วไทย ท่วมกันทุกภาค

ดูข่าวทีวีแล้วใจเศร้าหมอง ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป คนละไม้คนละมือนะคะ

กรุงเทพฯก็คงจะไม่พ้น เพราะข่าวแจ้งว่า มวลน้ำเหนือถึงนครสวรรค์แล้ว

ยังไงก็ต้องสู้ ...เรามาทำแกงคั่วสับปะรด บำรุงกำลังเอาไว้ก่อนนะคะ



เตรียมเครื่องปรุงกันเลยนะคะ

เตรียมสับปะรด หอยแมลงภู่แห้ง กะทิ น้ำพริกแกงคั่ว

น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา



สับปะรด ที่เคยปอกแล้วจิ้มใส่ปาก เบื่อแล้วก็จับลงหม้อซะค่ะ



ปอกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือจะสับก็ได้...ตามใจนะคะ



น้ำพริกแกงคั่ว ก็เหมือนๆน้ำพริกแกงเผ็ด เพียงแต่ไม่ใส่ผิวมะกรูด

บางบ้านก็ใช้น้ำพริกแกงส้มมาแกงคั่ว ...สูตรบ้านใครก็บ้านใครนะคะ

แต่คุณแม่ของหวานหวานใส่ พริกแห้ง หอม กระเทียม ตะไคร้

ข่า รากผักชี กะปิ และเกลือค่ะ



ใส่พริกและเกลือลงครก โขลกให้ละเอียดก่อน แล้วจึงใส่ที่เหลือ

ใส่กะปิเป็นลำดับสุดท้าย แล้วโขลกให้ละเอียด

หรือจะใส่ครกฝรั่งอย่างคุณอ้อยดอยหล่อ ก็สะดวกดีค่ะ



โขลกเองกะมือ...น้ำพริกแกงแฮนด์เมด ละเอียดเหมือนกันนะคะ



หอยแมลงภู่แห้ง หรือใช้หอยเสียบ หอยหลอดแห้ง ก็อร่อยค่ะ



ถ้าใช้กะทิกล่อง ต้องเขย่ากล่องเสียก่อน แล้วเทกะทิใส่กระทะ

แต่ถ้าเป็นกะทิคั้นเอง ก็ช้อนเอาแต่หัวกะทิใส่กระทะ

เคี่ยวจนแตกมัน แล้วใส่น้ำพริกแกงลงไปผัดให้หอมด้วยไฟกลาง



ใส่หอยลงไปผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ระวัง...อย่าใช้ไฟแรงนะคะ



จากนั้นจึงใส่สับปะรด ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน เราจะได้กลิ่นหอมเข้าจมูกเลยค่ะ



หากกลัวกระทะไหม้ ก็เติมกะทิลงไปผัดต่อค่ะ



ตักแกงใส่หม้อ แล้วเติมกะทิที่เหลือ

รอจนเดือด แล้วเติมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก



เมื่อเดือด จึงชิมรส...เปรี้ยวหวานเค็ม ให้ได้รสถูกปากถูกใจ



ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ



สีสันและรสชาติน่าทานเป็นที่สุดค่ะ

แปลกมากเลยนะคะ ที่รู้สึกชื่นอกชื่นใจเมื่อกลืนแกง

คงเป็นเพราะสรรพคุณของสับปะรดสุกนั่นเองค่ะ



ยกไปตั้งโต๊ะในทันใด

เรียนเชิญเพื่อนๆ พี่ๆและน้องๆทานแกงคั่วสับปะรดกะหวานหวานเลยนะคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น