วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ต้มเลือดหมู



ส่วนสูตรต้มเลือดหมู-ตือฮวน พรพรรณบอกทำไม่ยาก ส่วนผสมประกอบด้วยต้มน้ำซุป กระดูกสันหลัง (กระดูกเล้ง) เกลือ รากผักชี กระเทียม พริกไทย ส่วนเครื่องในก็มีเลือดหมู ตับ เซี่ยงจี๊ ไส้อ่อน ปอด กระเพาะ หัวใจ ใบตำลึง ผักกาดหอม ตังฉ่าย กุยช่าย
วิธีทำ
นั้นให้นำรากผักชี เกลือ ใส่ลงในหม้อต้มรอให้น้ำเดือดแล้วจึงใส่กระดูกสันหลังหมู เสร็จแล้วตักเครื่องในที่ลวกไว้แล้ว ใส่ใบตำลึง ผักกาดหอม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็ได้ความอร่อยที่ลงตัว
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
สูตรการทำต้มเลือดหมู
ส่วนผสมน้ำซุปต้มเลือดหมู
กระดูกหมู 1 กิโล
หัวไชเท้า ครึ่งโล
รากผักชี
ซีิ้อิ้วขาว
น้ำตาล


วิธีทำน้ำซุปต้มเลือดหมู
ต้มน้ำให้เดือดแล้วเอากระดูกหมูไปลวกกับน้ำเพื่อดับกลิ่นคาว
คราวนี้เราก็จะทำน้ำซุปกัน ตั้งน้ำให้ร้อนแล้วเอารากผักชีทุบใส่ลงไป ตามด้วยหัวไชเท้าหั่นเป็นแว่นหนาพอสมควร แล้วค่อยใส่กระดูกหมูลงไป

ใส่เครื่องปรุง ซีิอิ้วขาว น้ำตาลทราย เคี่ยวไปเลื่อย ๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง
ส่วนผสมต้มเลือดหมู
เลือดหมู 5 ก้อน
เนื้อหมู 3 ขีด
มันหมู 5 ขีด
ตับหมู ครึ่งโล
เซ่งจี้ ครึ่งโล
ยอดตำลึง
ใบขึ้นฉ่าย
พริกไทย
กระเทียมเจียว
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี 2 ราก
กระเทียม 3 กลีบ

วิธีทำต้มเลือดหมู
เราเริ่มต้นทำหมูบะช่อกันก่อนนะ เอาเนื้อหมูและมันหมูหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอารากผักชีกับกระเทียมมาโขลกให้ละเอียด
ใส่หมูที่เราเตรียมไว้พร้อมกับรากผักชีกระเทียมที่เราโขลกไว้ลงในเครื่องปั่น ปั่นจนกว่าหมูจะเหนียว แล้วค่อยเอามาใส่ซี้อิ้วขาว พริกไทยนิดหน่อย
เอาตับหมู เซ่งจี้ ซอยเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปลวกน้ำร้อนใส่ชามไว้ เอาเลือดหมูมาหั่นเป็นลูกเต๋าแล้วก็เอาไปลวกกับน้ำร้อนใส่ชามไว้เช่นกัน
เอาหมูบะช่อ ปั้นแบน ๆ ลวกน้ำร้อนให้สุก
แล้วนำยอดตำลึงไปลวกแล้วใส่ลงไปในชาม เอาตับ เซ่งจี้ หมูบะช่อ วางไว้ด้านบน โรยด้วยใบขึ้นฉ่ายหั่นท่อน กระเทียมเจียว พริกไทย ราดด้วยน้ำซุป เป็นอันเสร็จ
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
เพื่อน ๆ ทราบมั้ยว่า เกาเหลาเลือดหมูนั้น มีประโยชน์มากมายเหลือหลายครับ เพราะในเกาเหลาเลือดหมูอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่สำคัญต่อร่างกาย หากร่างกายขาดธาตุเหล็ก กระบวนการฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดงก็จะไม่เกิดขึ้น หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะเด็กจะมีพัฒนาการของสมองช้า ไม่เจริญเติบโต เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองน้อย ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง

สำหรับผู้ใหญ่ที่ขาดธาตุเหล็กก็จะอ่อนเพลีย ผิวพรรณซีดแทนที่จะสดใส เวลาเปิดเปลือกตาจะเป็นสีขาว เพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยง ผู้ที่มีธาตุเหล็กสมบูรณ์จะมีเลือดฝาดดี มีการวิจัยพบว่าคนที่ขาดธาตุเหล็กประสิทธิภาพในการทำงานจะน้อยลง ทำให้เจ็ยป่วยบ่อย ครับ อาหารที่มีธาตุเหล็ก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นจำพวก ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ตับสัตว์ เนื้อสัตว์ เลือดหมู เป็ด ไก่ นม และต้มเลือดหมูของคนจีน เพราะจะมีผักชนิดหนึ่งเรียกว่า “ผัก จิง จู ไฉ่” ซึ่งเป็นสมุนไพรจีน มีธาตุเหล็กสูงมากครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น