วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ขนมจีนบุฟเฟ่ต์








อาชีพทำอาหารขายก็ต้องรู้จักมองหาโอกาสตลาดและวิเคราะห์ลูกค้า
หากเพิ่มจุดเด่นในการบริการ-ปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า
อาชีพขายอาหารธรรมดาๆ ก็สามารถต่อยอดและเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าสนใจ
อย่างเช่นร้าน “ขนมจีนบุฟเฟ่ต์” ที่แม้จะมีมานาน แต่จนวันนี้ก็ยังเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดีได้

“เอกยศ เก้าเอี้ยน” ครอบครัวทำธุรกิจขนมจีนอยู่ก่อน โดยขายทั้งปลีกและส่ง
ต่อมาเขามองว่าสามารถนำมาขยาย และเปลี่ยนรูปแบบให้บริการขนมจีนแบบบุฟเฟ่ต์ได้
เพราะวัตถุดิบก็มีอยู่แล้ว และไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
จึงตัดสินใจเปิดร้านขนมจีนบุฟเฟ่ต์ในชื่อ “มีน้ำยา” ในซอยลาดพร้าว 71 เปิดมาราว 3 เดือนแล้ว

ที่เลือกทำเลจุดนี้ เอกยศบอกว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่โซนออฟฟิศ มีห้างร้านและสำนักงานอยู่มาก
เนื่องจากการให้บริการร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์นี้ จุดสำคัญคือควรเป็นพื้นที่ที่มีคนสัญจรไปมาอยู่ตลอด
โดยที่ร้านจะเปิดขาย 08.00-15.30 น. ซึ่งในแต่ละวันจะมีลูกค้าเฉลี่ยประมาณ 80-100 คน
โดยลูกค้าจะแน่นมากที่สุดก็คือช่วยพักกลางวัน คือตั้งแต่ 11.00-13.00 น.
ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์จะเป็นลูกค้ากลุ่มครอบครัว

สาเหตุที่มีลูกค้ามานั่งรับประทานเป็นจำนวนมาก คือราคาของบุฟเฟ่ต์ ที่ต่อคนคือ 35 บาท โดยตักได้ไม่อั้น
กินได้จนอิ่ม ของจะมีเติมตลอด ไม่ว่าจะเป็นขนมจีน ข้าวสวย และน้ำยา-น้ำพริก-แกง
โดยเมนูของทางร้านจะมีอยู่ 5 ชนิดคือ น้ำยาแกงเขียวหวาน, น้ำยาป่า, น้ำยากะทิ, แกงไตปลา และน้ำพริก

นอกจากนี้ ก็จะมีเมนูอาหารอื่นเสริมสลับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอด อาทิ ข้าวผัด, ผัดหมี่, น้ำพริกกะปิ
เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการรับประทานมากขึ้น
และร้านขนมจีนบุฟเฟ่ต์ก็ควรจะมีเมนูเสริม อาทิ ของหวาน, เครื่องดื่ม ไว้จำหน่ายเสริม
โดยที่ร้านนี้จะมีเฉาก๊วยน้ำแข็งให้บริการในราคาถ้วยละ 10 บาท

“จุดสำคัญของธุรกิจแบบนี้คือ ต้องพยายามคัดของให้สดใหม่เสมอ เพราะลูกค้าอาจจะเดินเข้ามาทานซ้ำกันในวันถัดไป
นอกจากนี้ยังต้องมีพนักงานคอยตรวจดูปริมาณอาหารที่พร่องตลอด หากพร่องไปเกินครึ่งก็จะต้องนำอาหารออกมาเสิร์ฟ-มาเติมใหม่ทันที” เอกยศกล่าวแนะนำ

พร้อมบอกอีกว่า น้ำยาทุกชนิดจะมีสูตรเฉพาะตัว คือ รสชาติเข้มข้น แต่ไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป
แต่หากใครชอบรสชาติเผ็ด ก็สามารถเติมพริกทอดเพื่อเพิ่มรสชาติทีหลังได้
ส่วนเคล็ดลับของความอร่อยคือ เลือกใช้ของมีคุณภาพดี และใหม่สดทุกวัน
โดยที่ผ่านมาถึงจะมีกำไรไม่มากมายอะไรนัก แต่สามารถอยู่ได้สบาย ๆ

ทุนเบื้องต้นอาชีพนี้ ไม่รวมสถานที่ อยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท ทุนหมุนเวียนอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อวัน
รายได้อยู่ที่ราคาขายหัวละ 35 บาท และมีรายได้เสริมจากเครื่องดื่มและของหวานทำ

การเตรียมการขาย
ขั้นตอนแรกต้องเตรียมขนมจีน เมนูเสริมอย่างอื่นของร้านก็เตรียมไว้อย่างละหม้อหรือถาด
ที่สำคัญต้องเตรียมผักสด-ผักต้มที่ทานกับขนมจีนด้วย ได้แก่ หัวปลีซอย, ถั่วงอกต้ม, ผักบุ้งหั่นต้ม, กะหล่ำปลีซอย,
แตงกวาหั่นบาง, ใบแมงลัก, ถั่วฝักยาวหั่น, ถั่วงอกสด, ผักกาดดองหั่น
จัดวางไว้เป็นถาดเพื่อให้ลูกค้าเลือกรับประทานตามใจชอบ
ทั้งนี้ อีกหลักสำคัญคือ ของที่จัดไว้ต้องดูสวยงาม และใหม่สดสะอาดเสมอ
นอกจากนี้ก็ควรมี โถพริกน้ำปลา, โถน้ำตาล, โถพริกป่น, โถพริกขี้หนูแห้งทอด วางไว้ด้วย

สำหรับสูตรน้ำยา มาดูสูตร “น้ำยากะทิ” สัก 1 สูตร โดยวัตถุดิบตามสูตรก็มี
เนื้อปลาทู 1 กิโลกรัม,
กะทิคั้นสด 3 กิโลกรัม,
พริกไทยดำป่น 2 ช้อนโต๊ะ,
หอมแดง 10 หัว,
กระเทียม 1 ขีด,
กระชาย 2 หัว,
ตะไคร้ 5 ต้น,
ขมิ้น 1 เหง้า,
กะปิ 1 ถ้วยตวง,
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ,
พริกสด 2 ขีด

วิธีทำ
ขั้นตอนแรกนำปลาทูสดที่เตรียมไว้มาต้มกับพริกและเครื่องสมุนไพร เพื่อดับกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมในเนื้อปลาทู
จากนั้นทำการแกะเนื้อปลาทู พักไว้ นำส่วนผสมเครื่องแกงทำน้ำยามาปั่นให้ละเอียด
จากนั้นนำเนื้อปลาและส่วนผสมไปต้มในน้ำเดือด ใส่กะทิคั้น กะปิ และเติมเกลือเล็กน้อย
หรือปรุงรสตามต้องการ ชิมรสตามชอบ พอเดือดก็ยกลง เป็นอันเสร็จ พร้อมใช้ในการขาย
โดยเอกยศแนะนำว่า การทานขนมจีนให้อร่อยนั้น ต้องอุ่นน้ำยาให้ร้อนตลอดเวลา เพื่อให้มีกลิ่นหอม

และแม้ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์จะใช้ราคาถูกเพื่อดึงดูดลูกค้า
แต่เรื่องฝีมือการปรุงอาหาร และการบริการ ยังมีความสำคัญมากเช่นกัน ต้องควบคุมให้คุณภาพ-รสชาติดีคงที่
เพราะหากทำไม่อร่อย แม้ราคาจะถูกแค่ไหน ก็คงไม่มีใครเข้าร้านมากจนพอมีกำไรจากการขายแบบบุปเฟ่ต์อย่างแน่นอน

“หัวใจของร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ นอกจากเรื่องปริมาณ และรสชาติแล้ว ด้านการบริการก็ยังเป็นส่วนสำคัญ
รวมถึงเรื่องความสะอาด ทำเล เพราะเหล่านี้จะส่งผลถึงการประสบความสำเร็จ”

ร้านขนมจีนบุฟเฟ่ต์ มีน้ำยา ของเอกยศ อยู่ในซอยลาดพร้าว 71 เบอร์โทรศัพท์คือ 08-7007-0006, 08-0667-7008
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง ไอเดียธุรกิจอาหารประเภทจานเดียว...ที่วันนี้ยังไปได้.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น