วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

“หมูอบโอ่ง”


อาชีพเกี่ยวกับอาหารการกินเป็นอีกหนึ่งอาชีพสร้างรายได้ ที่ทำได้ทั้งแบบเป็นอาชีพเสริม อาชีพหลัก
แต่กับความสำเร็จในยุคที่มีการแข่งขันสูง นอกจากฝีมือทำอาหารแล้ว
ก็ต้องมีไอเดีย ดัดแปลงพลิกแพลง หรือใช้ภูมิปัญญา เพื่อดึงดูดลูกค้าให้สนใจ
และ “หมูอบโอ่ง” ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” จะนำเสนอ ก็น่าพิจารณา...

เดือนเพ็ญ ชนะกุล เจ้าของตำรับ “หมูอบโอ่ง” เล่าให้ฟังว่า ดำเนินธุรกิจนี้มาได้ประมาณ 5 ปีกว่าแล้ว
แต่เดิมนั้นทำธุรกิจหมักปลาร้าขายส่งตามต่างจังหวัด เมื่อเวลาผ่านไปเศรษฐกิจไม่ดี ธุรกิจเริ่มประสบปัญหามาก
ทั้งน้ำมันแพง คนที่ให้เครดิตไปก็ไม่ยอมจ่ายเงิน ทำให้ขาดสภาพคล่อง รู้สึกเบื่อ เพราะทำไปก็เหนื่อยเปล่า เงินก็ไม่ได้
กระทั่งวันหนึ่งญาติกลับมาจากฮ่องกง ได้นำเครื่องปรุงและสูตรการหมักของฮ่องกงมาให้ ก็ลองทำดู
แต่ชิมแล้วรสชาติจืดชืดไม่ประทับใจ อาจเป็นเพราะคนไทยกินอาหารรสจัด จึงพยายามดัดแปลง

“ในฐานะแม่บ้านก็มักสรรหาและทำอาหารแปลกๆ ให้คนในครอบครัวกินเป็นประจำ
ก็ลองทำดูใหม่และปรับปรุงสูตรมาเรื่อยๆ ลองผิดลองถูกนาน 3 เดือน ใช้เครื่องปรุงและเครื่องเทศของไทย
ทุกครั้งจะทำการจดอัตราส่วนทุกอย่าง ทำการแก้ไข จนกระทั่งได้รสชาติที่พอใจ ทุกคนบอกโอเค
และนำโอ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาดัดแปลงแทนเครื่องอบไฟฟ้า ต่อมาจึงตัดสินใจทำขาย เริ่มที่ตลาดพรานนก
ผลตอบรับดีมาก ส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าสนใจ ชะโงกดูทุกครั้งที่ผ่าน
คือการตั้งโชว์โอ่งบรรจุหมูอบแขวนเรียงอยู่ภายใน กลิ่นหอมอบอวล”

ส่วนผสม/วัตถุดิบในการทำ “หมูอบโอ่ง” หลักๆ ก็มี หมูเนื้อสันคอ ตะโพกติดมัน ซี่โครง, สีผสมอาหาร,
น้ำตาลปี๊บ, ซอสปรุงรส, เกลือ, พริกไทย, เครื่องเทศ คือเมล็ดผักชี

อุปกรณ์หลักๆ ที่ใช้ในการทำก็มี
โอ่งมังกร 1 ใบ ติดราวขดลวดไว้รอบภายในโอ่ง เจาะก้นโอ่งเพื่อวางเตาอั้งโล่ไว้ด้านในและมีฝาปิด,
เหล็กหรือตะขอเป็นรูปตัวเอส (S) เป็นวงกลมห้อยไว้รอบปากโอ่ง, ถ่าน, เขียง, มีด, ตาชั่ง,
ถาดสเตนเลสใส่หมูขาย, ถาดรองน้ำมัน, กะละมัง, ลังน้ำแข็ง, ถุงพลาสติก และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด


ขั้นตอนการทำ “หมูอบโอ่ง”
เริ่มจากนำเนื้อหมูซึ่งเป็นส่วนของสันคอ ตะโพก และซี่โครง มาล้างให้สะอาด นำขึ้นผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
แล่เนื้อหมูให้เป็นเส้น หนาประมาณ 1 นิ้ว กว้างราว 2 นิ้ว ยาว 7-8 นิ้ว
แล้วใช้ส้อมจิ้มเนื้อหมูให้ทั่วก่อนนำไปหมัก เวลาหมักเครื่องปรุงจะได้ซึมเข้าเนื้อหมูได้เต็มที่ พักไว้สักครู่

ทำการผสมเครื่องปรุง
โดยใช้น้ำตาลปี๊บ, ซอสปรุงรส, เกลือ, พริกไทย คนผสมให้เข้ากัน ชิมดูรสชาติตามชอบ
เติมสีผสมอาหารสีแสดลงไปนิดหน่อย เพื่อให้หมูที่อบมีสีสันน่ารับประทานยิ่งขึ้น

ใส่เครื่องปรุงทุกอย่างลงไปขยำกับเนื้อหมูที่เตรียมไว้ให้ทั่ว
นำเมล็ดผักชีโรยใส่ตามลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำไปหมักไว้ในลังน้ำแข็ง 1 คืน
โดยการหมักขั้นตอนนี้ให้นำเนื้อหมูใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่น

เมื่อถึงเวลาขาย นำเนื้อหมูที่หมักได้ที่ดีแล้วมาเกี่ยวตะขอหรือเหล็กรูปตัวเอส
และนำไปแขวนอบในโอ่งที่ภายในมีเตาถ่านไฟแรงได้ที่ ทั้งนี้ เมื่อไฟร้อนและอุณหภูมิภายในโอ่งเริ่มสูงขึ้น
หมูจะเริ่มมีน้ำมันออกมาและหยดลงสู่ก้นโอ่ง ไหลออกมาทางช่องโอ่งที่ถูกเจาะเตรียมไว้แล้ว

การอบแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 1/2 ชั่วโมง
เมื่อหมูสุกจะมีกลิ่นหอม สีสันน่ากิน เนื้อนุ่มเป็นพิเศษ ไม่อมน้ำมัน ทำให้มีรสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ส่วน “น้ำจิ้มรสเด็ด” ก็ใช้น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา, น้ำตาลปี๊บ และพริกขี้หนูตำหยาบ
โดยนำน้ำตาลปี๊บใส่หม้อ เติมน้ำสะอาดลงไปนิดหน่อย พอเดือดก็ใส่น้ำปลาและน้ำมะขามเปียกลงไป
เคี่ยวต่อจนงวด ใส่พริกขี้หนูตำหยาบๆ ตบท้าย ชิมให้ได้ 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน

ราคาขาย “หมูอบโอ่ง” นี้
ถ้าเป็นเนื้อสันคอ-ตะโพกติดมัน ขีดละ 35 บาท, ซี่โครงอ่อนและธรรมดา ขีดละ 30 บาท
โดยปัจจุบันจุดขายของเดือนเพ็ญมีหลายที่ เช่น ที่กรมแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ที่กรมประมง
และกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังไปขายที่โรงพยาบาลเด็กเดือนละครั้ง
และก็จะมีการไปออกบูธตามงานต่างๆ เช่น งานธงฟ้า ของดีชายแดนใต้ โอทอป เทศกาลต่างๆ

ใครสนใจ “หมูอบโอ่ง” เจ้านี้ ต้องการสอบถามเดือนเพ็ญเรื่องจุดขาย-วันที่ขาย สอบถามได้ที่ โทร.08-6212-7226
ซึ่งอาชีพนี้ก็ถือว่าเป็นการพลิกแพลงภูมิปัญญา ใช้วัสดุท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์
จนได้อาหารที่มีรสชาติที่ดียิ่งกว่าการใช้วัสดุราคาแพงในการทำ แถมยังมีจุดแปลกเป็นจุดขายที่ลูกค้าสนใจอีกด้วย.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น