วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กุยช่ายแป้งสด




ค้าขายแบบง่ายๆ แต่มีสไตล์ที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ หรือแบบเดิมๆ
ก็เป็นจุดขายอีกจุดที่ทำให้อาหารหรือขนมธรรมดาๆ มีจุดเด่นขึ้นมาทันที
ดูอย่าง “กุยช่ายแป้งสด” ร้านริมทางร้านนี้ เป็นตัวอย่าง...

นงค์ศรี-สุนทร พุ่มพิน สองสามีภรรยา ขาย “กุยช่ายแป้งสด” แถวริมถนนพระราม 4 มานานกว่า 20 ปี
โดยนงค์ศรีบอกว่า เมื่อก่อนขายกุยช่ายแบบนี้แต่เป็นกุยช่ายแบบกลม ๆ ที่ทำสำเร็จแล้ว ไปรับมาขาย
ซึ่งรายได้ไม่ค่อยคุ้มเหนื่อย เพราะนอกเหนือจากตัวขนมกุยช่าย ทุกอย่างต้องลงทุนเอง
อย่างพริกน้ำส้ม หรือซีอิ๊วดำ ซึ่งร้านที่ขายส่งกุยช่ายก็จะมีกุยช่ายให้อย่างเดียว อย่างอื่นไม่เกี่ยว
เพราะฉะนั้นถ้าเหลือต้องแบกรับภาระเอง

จากจุดนี้จึงลองมองดูลู่ทางใหม่ ดูว่าหากทำเองในรูปแบบอื่นๆ จะขายได้ไหม ก็ลองแบบข้าวเกรียบปากหม้อ
ใช้เป็นแบบแป้งสด แต่ใช้ไส้ของกุยช่าย ก็ปรากฏว่าขายดี เพราะไม่มีใครทำ จึงขายมาจนถึงปัจจุบัน

การขายกุยช่ายแป้งสด นงค์ศรีบอกว่า สิ่งที่ต้องลงทุนหลักๆ คือ
หม้อแขกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 นิ้ว สำหรับทำกุยช่ายแป้งสด ใช้ 2 ใบ พร้อมฝาครอบ, เตาแก๊ส,
ที่ปาดแป้ง และอุปกรณ์กระจุกกระจิกอย่างอื่นที่จำเป็นสำหรับค้าขาย

ไส้ขนมกุยช่าย มีหลายไส้ เช่น ไส้ใบกุยช่าย ไส้หน่อไม้ ไส้กะหล่ำปลี

นงค์ศรีบอกถึงการทำตัวแป้งว่า ถ้าใช้แป้งข้าวเจ้า 1 กก. จะใช้แป้งมัน 500 กรัม แป้งหมี่ 500 กรัม
น้ำ 2 ขวด (3 ลิตร) ผสมแป้งและน้ำ คนให้เข้ากัน ก็ใช้ได้ ระหว่างที่ขายต้องคอยคนเรื่อยๆ ไม่ให้แป้งนอนก้น

ต้มน้ำให้เดือด แล้วเทใส่ในหม้อแขกประมาณค่อนหม้อ ขึงปากหม้อด้วยผ้าขาวบาง
และตัดผ้าขาวบางส่วนด้านข้างออกไป เพื่อให้ไอน้ำออกมา ยกหม้อแขกขึ้นตั้งไฟบนเตาแก๊ส
เปิดไฟร้อนตลอดเพื่อให้น้ำเดือดระหว่างที่ขายนั้นหากน้ำในหม้อลดลง ต้องหมั่นเติมน้ำให้อยู่ระดับเดิมเรื่อยๆ



วิธีขาย
ตักแป้ง 1 ทัพพี ใส่ลงบนผ้าขาวบางที่ขึงไว้ ละเลงแป้งเป็นรูปวงกลมให้ทั่ว ปิดฝาครอบ
แล้วทำแบบนี้อีกด้านหนึ่งของปากหม้อ จากนั้นย้ายมาเปิดฝาที่ครอบแป้งชุดแรกออก แป้งจะสุกพอดี
ตักไส้กุยช่ายใส่ลงบนแป้งพอประมาณ ใช้ที่ปาดแป้งหรือไม้พายปาดแป้งปิดไส้ขนม
โดยปิดทั้งสี่ด้าน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จากนั้นตักวางพักลงบนถาดที่ทาน้ำมันเพื่อกันไม่ให้แป้งติดกับถาด

การทำไส้ขนม ถ้าเป็นไส้ใบกุยช่าย
ก็ผัดใบกุยช่ายสด กับเนื้อหมู กุ้งแห้ง ซึ่งเป็นการผัดน้ำมันธรรมดาๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว น้ำตาล น้ำปลา

สำหรับไส้กะหล่ำปลี และไส้หน่อไม้ ทำวิธีเดียวกับไส้กุยช่าย
แต่จะทำ 2 ส่วนคือส่วนกะหล่ำปลีหรือหน่อไม้หั่นที่ผัดกับหมูและกุ้งแห้ง และอีกส่วนใช้เห็ดหอมหั่นผัดน้ำมัน
ซึ่งไส้กะหล่ำปลีและไส้หน่อไม้นั้น นอกจากใส่กะหล่ำปลีและหน่อไม้แล้ว
ก็ต้องใส่เห็ดหอมลงไปเพิ่มด้วยประมาณ 2-3 ชิ้น

เวลาจะขาย ก็ตักกุยช่ายใส่กล่องๆ ละ 4 ชิ้น พร้อมด้วยกระเทียมเจียว และต้องมีซีอิ๊วดำกับพริกน้ำส้มแนบไปด้วย
ขายในราคากล่องละ 30 บาท มีกำไรประมาณ 30% จากราคาขาย

นอกจากนี้ ที่ร้านนี้ยังขายก๋วยเตี๋ยวหลอดด้วย
โดยใช้ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่หั่นเป็นแผ่นๆ สำหรับทำก๋วยเตี๋ยวหลอดโดยเฉพาะ นำมาห่อถั่วงอกต้ม
โรยหน้าด้วยกุ้งแห้ง หัวไชโป๊หั่น ต้นหอม ผักชี และกระเทียมเจียว
ใส่ถุงขายถุงละ 3 ชิ้น พร้อมซีอิ๊วดำและพริกน้ำส้ม ขายราคา 10 บาท

ร้านกุยช่ายของนงค์ศรี-สุนทร อยู่แถวสี่แยกคลองเตย ริมถนนพระราม 4 หน้าธนาคารกสิกรไทย ถนนพระราม 4
ขายเวลา 06.00-14.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ เบอร์โทรศัพท์คือ 08-1939-4149 และ 08-9017-0928
ทั้งนี้ “กุยช่ายแป้งสด” เป็นอีกตัวอย่างการพลิกแพลงให้แตกต่าง จนเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดี.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น