วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แกงขี้เหล็ก


เครื่องปรุง

ยอดและดอกขี้เหล็กต้ม 300 กรัม

ปลากรอบย่าง 80 กรัม

มะพร้าวขูด ½ กิโลกรัม

กระชายบุบสับหยาบ 80 กรัม

หอมเล็ดบุบพอแตก 6-7 ถ้วย

น้ำสุก 3 ถ้วย

ปลาร้า 60 กรัม

น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องพริกแกง

พริกแห้งเม็ดใหญ่ 10 เม็ด

พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ด

กระเทียมเล็ก 5-6 กลีบ

หอมเล็ก 2 หัว

กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

ผิวมะกรูด 1 ลูก

วิธีทำ

1.ขี้เหล็กต้มแล้วรินน้ำทิ้ง 3 ครั้ง ล้างน้ำเย็น แล้วบีบเอาน้ำออกให้หมด

2.แบ่งน้ำมาคั้นมะพร้าว 2 ถ้วย คั้น 2 ครั้ง กรองกะทิใส่หม้อตั้งไฟ

3.โขลกพริกแกงให้ละเอียด แล้วตักใส่หม้อกะทิ ตามด้วยขี้เหล็ก ใส่หอมเล็กบุบ กระชายบุบ ปลากรอบฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงเคี่ยวด้วยกัน

4.ต้มปลาร้ากับน้ำที่เหลือ กรองเอาแต่น้ำใส่ลงหม้อ เคี่ยวไปเรื่อยๆจนกะทิแตกมัน แต่ต้องหมั่นคน เพราะแกงขี้เหล็กจะติดก้นหม้อง่าย

5.ปรุงรส



**ความจริงใบขี้เหล็กสดมีสารพิษ ครั้นเอามาแกงเข้ากลายเป็น ยาระบาย ขนานยอดเยี่ยม ใครที่ท้องไส้ผูก รับประทานแกงขี้เหล็กร้อนๆกับขนมจีน (ควรนึ่งก่อน) แบบเดียวกับกินขนมจีนน้ำยา จะอร่อยยอดเยี่ยมกว่าราดข้าวธรรมดา ถ้าได้แนมใบเล็บครุฑ-ใบทองหลางชุบแป้งทอดร้อนๆ จะประทับใจยิ่งขึ้น

**ถ้าแกงดอกขี้เหล็กอย่างเดียวเปรี้ยวไป สู้ปนยอดด้วยไม่ได้ กลมกล่อมนัก

**แกงขี้เหล็ก ถ้าใส่เนื้อย่างติดมันหั่นบางๆตามขวางลงไปในแกงด้วย จะอร่อยยิ่งขึ้น สำหรับคนชอบรับประทานเนื้อ หรือใส่เนื้อปลาสละแห้งหั่นเป็นชิ้นก็ดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น