วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ต้มเครื่องในวัว










เห็นต้มเครื่องในวัวมาหลายแห่ง
ยังไม่เคยเห็น ร้านค้าไหน ทำแบบนี้เลย
เห็นว่าเป็นอาหารที่มีวิธีรับประทาน
แปลกไปจากที่เห็นทั่ว ๆ ไป
เลยนำมาเสนอให้ชมกัน เพลิน ๆ

จำได้ว่าตอนเด็กๆ พอถึงวันอาทิตย์ทีไร
พ่อผมก็จะมีนัดเพื่อนบ้านตื่นกันแต่ 6 โมงเช้า
บอกว่าจะไปกินต้มเครื่องในวัว ร้านอยู่แถว ๆ คลองสาน
รู้สึกว่าจะติดอกติดใจ ชวนกันไปเป็นประจำ
พอไปกินกันบ่อยๆ เข้า พ่อผมก็เลยจำวิธีทำ
กลับมาทำกันเองที่บ้านซะเลย

ไม่รู้ว่าสูตรต้นตำหรับรสชาดจะอร่อยขนาดไหน
เพราะว่าผมก็ไม่เคยตามไปชิมด้วยซักที
ได้แต่ชิมที่พ่อทำให้กินกันเองที่บ้าน
ก็เห็นว่าอร่อยดี เลยอยากบอกต่อ


ก็ต้องเริ่มจากหาวัตถุดิบก่อน
วันนี้ไปตลาดสายหน่อย ได้เครื่องในวัว
แบบที่หั่นแล้วมาจำนวนหนึ่ง
พร้อมเนื้อพื้นท้อง ลิ้นวัว
ที่ขาดไม่ได้ก็ม้าม โชคดีวันนี้
มีเหลือหลายชิ้น เลยเหมามาหมดเลย
ต้มเครื่องในวัว ก็เหมือนกับทั่ว ๆ ไป
เตรียม ข่า ตะไคร้ ลูกมะกรูด ใบมะกรูด
จำนวนก็ให้มากหน่อย เน้นลูกมะกรูด
ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดพล่าน ใส่เครื่องในวัวทั้งหมด
พร้อมเนื้อพื้นท้อง ลวกน้ำทิ้งสักหนึ่งครั้ง

หลังจากนั้นก็ตั้งหม้อต้มน้ำตามด้วย
ข่า ตะไคร้ ลูกมะกรูด
ใบมะกรูดไว้ใส่ทีหลังก็ได้
อย่าลืมทุบ ข่า ตะไคร้ ซะก่อน จะได้หอม
แต่ลูกมะกรูดไม่ต้องทุบนะครับผม เดี๋ยวจะขม

พอน้ำเดือดดีแล้ว ใส่เครื่องในวัวพร้อมเนื้อลงต้ม
เติมเกลือ 1 ถุง ซุปก้อนสัก 2 ก้อน
ต้มไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อย
คอยเช็คดูชิ้นส่วนไหนเปื่อยดีแล้ว
ก็ตักเอาขึ้นมาพักไว้
ม้ามจะสุกก่อน และเปื่อยก่อน
นอกนั้นต้องต้มใช้เวลานานกว่าจะเปื่อย
งานนี้ใช้เตาถ่านเท่านั้น น้ำแห้งก็เติมน้ำได้
เติมเกลือ 1 ถุง ซุปก้อนสัก 2 ก้อน
ต้มไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อย
คอยเช็คดูชิ้นส่วนไหนเปื่อยดีแล้ว
ก็ตักเอาขึ้นมาพักไว้
ไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานานหน่อยต้มไปเรื่อย ๆ
ผ่านไป 2 ชั่วโมง ทุกอย่างเปื่อยได้ที่แล้ว
ก็หั่นเป็นชิ้น ๆ พอคำ
ชอบขนาดไหน ตามใจคนกิน
ม้ามกับลิ้นวัว เปื่อยก่อนใครเพื่อน
เตรียมพร้อม
พร้อมแล้วก็ใส่เครื่องในที่หั่นแล้วลงต้มต่อ
ตามด้วยใบมะกรูดเพิ่มความหอม
สำหรับม้ามหั่นแล้ว ไม่ต้องใส่ลงหม้อเดี๋ยวน้ำจะดำ
เก็บไว้ใส่ตอนรับประทาน แยกต่างหาก

ถึงตอนนี้ก็ธรรมดา เหมือนต้มเครื่องในวัวทั่วๆไป

แต่ที่ดูแล้วแปลก ก็ตรงน้ำจิ้มทีเด็ดนี่แหละครับ
ใช้พริกขี้หนูป่นนำมาคั่วให้หอม
สีจะออกคล้ำๆ เกือบจะดำ
ตอนคั่วพริกนี่และเป็นที่มาของลูกทุ่งฉุนเฉียว
จามกันทั้งบ้านเรา และบ้านข้าง ๆ
หัวหอมแดงใช้จำนวนมากหน่อย
นำมาหั่นเป็นแว่น ๆ
นำถ้วยมาใส่พริกป่นคั่ว
ปรุงด้วยน้ำปลา ชูรสนิดหน่อย
ใส่หัวหอมแดง
ตามด้วยน้ำส้มสายชู
รับประทานกับผักบุ้งจีน

ต้องบอกว่าเข้ากันดีมาก ๆ
อร่อยแบบลูกทุ่งฉุนเฉียวจริง ๆ

ตักเครื่องในต้มรับประทาน
หักผักบุ้งจีน จิ้มน้ำจิ้มตาม

…….ไม่ลองไม่รู้ ………

เชิญรับประทานตามสะดวก
......สวัสดีครับ.............
sssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssssss

อีกสูตร น้ำจิ้ม
เอาละ เมื่อคนไอที ต้องกลายเป็นพ่อครัวจำเป็น ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ กันก่อน อันประกอบด้วย

1. พริกขี้หนูสวนสีเขียว 1 ถ้วย
2. น้ำมะนาว 1 ถ้วย
3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลปิ๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผงชูรส 1 / 2 ช้อนชา (อันนี้จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้นะครับ)
6. น้ำปลา 1 ถ้วย
7. กระเทียมสดแกะเปลือก1 / 2 ถ้วย
8. รากผักชี ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (เห็นว่า เพิ่มความหอมให้กับน้าจิ้ม )
9. น้ำต้มสุก ทิปเล็ก ที่แอบค้นมาได้ เค้าบอกมาว่า
ถ้าเพื่อนๆ ใช้เกลือในการทำน้ำจิ้ม ต้องปรุงรสด้วยน้ำตาลทายและน้ำส้มสายชู แต่ถ้าหากใช้น้ำปลาทำน้ำจิ้ม ต้องใช้น้ำตาลปีปกับน้ำมะนาวนะครับ (เหมาะสำหรับอาหารทะเลเผา ปลาเผา หอยเผา ปลาลวก หูหมู ลูกชิ้นต้ม ฯลฯ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น